Friday, September 17, 2021
พัฒนาการเด็ก เรื่องน่ารู้

การเล่นกับลูกสำคัญไฉน

ลูกมีคำศัพท์น้อย เพราะพ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาได้เล่นและพูดคุยกับลูก หรือลูกอาจจะเล่นอยู่คนเดียว โดยลูกไม่ได้เรียนรู้เลยว่าสิ่งรอบๆตัวคืออะไร เปล่งเสียงว่าอย่างไร โดยลูกไม่รู้จักสิ่งต่างๆรอบตัวเลย เพราะฉะนั้นการเล่นกับลูกจึงมีผลมากๆเลยซึ่งจะทำให้คำศัพท์ในหัวของลูกเยอะมากขึ้น จากการพูดการเล่าเรื่องราวต่างๆหรือจากนิทานที่พ่อแม่ได้เล่าให้ลูกฟัง การทำกิจกรรมนอกบ้าน และพ่อแม่ก็ชวนให้ลูกเปล่งเสียงไปพร้อมๆกัน เพราะฉะนั้นการทำกิจกรรมกับลูกจะทำให้คำศัพท์เยอะมากขึ้น เช่น ลูกเจอไก่ในนิทาน เวลาลูกเห็นไก่ตัวจริงลูกก็จำชี้และพูดว่าไก่ โดยส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านของลูก แต่ถ้าลูกไม่ได้รับการกระตุ้น ยังปล่อยให้ลูกเล่นคนเดียว ไม่ได้รับการสื่อสาร ก็จะส่งผลให้ทักษะการพูดของลูกช้าลงไป และก็จะทำให้ลูกไม่ต้องการที่จะสื่อสารเพราะลูกไม่รู้คำที่จะพูดหรือไม่รู้ว่าจะออกเสียงแต่ละอย่างมันเป็นแบบไหน ทำให้ลูกพูดน้อยหรือลูกไม่ยอมพูด บางทีอาจเกิดจากการผิดปกติทางการได้ยิน หรือโรคทางพันธุกรรมต่างๆเพราะฉะนั้นพ่อแม่ควรสังเกตถ้าลูกพูช้าหรือไม่ยอมพูดมีสาเหตุหลักมาจากอะไร อาจจะมีความผิดปกติบางอย่างรู้ก่อน จะๆด้แก้ไขได้ทันที และปฏิบัติได้ตามคำแนะนำของหมอได้ถูกต้อง ก่อนที่จะทำให้ลูกเกินวัยไปมากกว่านี้ เพราะเด็ก 1-2 ปี เป็นวัยที่กำลังฝึกพูดทั้งคำสั้นๆและคำสงคำที่มีความหมายอาจจะยังไม่ชัดเท่าไหร่ แต่ว่าเป็นคำที่มีความหมายเพราะรู้แสดงความต้องการว่าต้องการสิ่งนี้ก็เลยสื่อสารออกมาแบบนี้ ถ้าเด็ก 2-3 ปีก็จะต้องพูดได้ประมาณ 3 คำแล้วและเริ่มจะปะติดปะต่อคำได้และมันจะเป็นรูปประโยคมากขึ้น เพราะพ่อแม่ก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับลูก ถ้าหากการเลี้ยงดูถ้าไม่ดูเกณฑ์ตารางเปรียบเทียบว่าช่วงวัยใดลูกควรทำอะไรได้บ้าง ปล่อยเวลาและวัยไม่เป็นไปตามสิ่งที่ลูกควรจะได้รับการพัฒนาก็อาจจะส่งผลเสียตามมาทำให่ลูกมีพัฒนาต่างๆล่าช้าตามไปด้วย โดยถ้าลูกมีพัฒนาการช้าสามารถแก้ไขได้ด้วยพ่อแม่ควรลงไปเล่นกับลูกเยอะๆ หากิจกรรมทำร่วมกับลูก และทำให้ลูกสนุกไปพร้อมกับการเรียนรู้ ให้ลูกมีความสุขและได้ทั้งเสียงหัวเราะ โดยกาเล่านิทาน การเล่น พ่อแม่จึงควรเล่นกับลูกและมีเวลาให้กับลูกเยอะๆ ส่วนใหญ่แล้วพบว่า 80-90% ลูกจะมีพัฒนาการปกติ เพราะการเล่นกับลูกจะช่วยส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีอย่างแน่นอน

Read More
พัฒนาการเด็ก

สาเหตุที่ทำให้ลูกมีพัฒนาการช้า

พ่อแม่หลายคนกังวลและเครียดทำไมลูกถึงคอยังไม่แข็ง จะทำอย่าวไรดีกลัวลูกผิดปกติ เด็กที่พัฒนาการช้าคือเด็กที่ไม่สามารถทำสิ่งต่างๆได้โดยบางครั้งเด็กอายุเท่ากันยังไม่สามารถทำสิ่งต่างๆที่เหมือนกันได้เลย โดยมีทั้งทำได้ดีและทำได้บ้างอีกทั้งยังมีหลากหลายอาการที่บ่งบอกว่าลูกคุณพัฒนาการช้า โดยคุณพ่อคุณแม่จะต้องสังเกตอาการต่างๆของลูกน้อยด้วยตนเอง ไม่ควรปล่อยปะละเลย เพราะถ้ารักษาช้าผลที่เกิดขึ้นอาจจะอยู่กับลูกแบบถาวรเลย โดยสัญญาณสำคัญบอกว่าลูกพัฒนาการช้า โดยสังเกตบริเวณศีรษะ ลูกมีศรีษะเล็กหรือใหญ่เกินไปนั่นก็อาจบ่งบอกได้ว่าลูกอาจะมีการเจริญเติบโตทางสมองที่ผิดปกติได้ ส่วนขนาดเส้นรอบศีรษะ โดยอายุแรกเกิด-3 เดือนจะมีเส้นรอบศีรษะ ขนาด 35 เซนติเมตร อายุ 4 เดือนจะมีเส้นรอบศีรษะ ขนาด 40 เซนติเมตร และงให้สังเกตว่าใบหูของลูกผิดรูปโดยอยู่ต่ำหรืออยู่สูงเกินไปอย่างเห็นได้ชัดไหม และบริเวณติ่งหูยาวผิดปกติไหมรูอยู่ตำแหน่งปกติไหมและหลังจากนั้นเมื่แอลูกอายุ 6 เดือน ลูกสามารถหันหน้าตามทิศทางที่ได้ยินเสียงไหม การให้ลูกฟังเสียงที่มีโทนเสียงแตกต่างกัน และการพูดคุยโต้ตอบจะเป็นการช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านการฟังของลูกได้ในระดับหนึ่ง แต่หากลูกไม่ตอบสนองกับเสียงที่ได้ยินรอบข้าง เช่น ไม่หัน ไม่สะดุ้งหรือตกใจเมื่อมีเสียงดังก็อาจจะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความผิดปกติได้ และดวงตาถ้าลูกมีพัฒนาการช้าตาของลูกจะห่างจนผิดปกติ เช่น ตาเหล่เข้า ตาเหล่อก หรือหากมองเห็นแสงสะท้อนจากรูม่านตาลูกเป็นสีขาว แสดงว่ามีความผิดปกติอยู่ด้านหลังรูม่านตาอาจจะเป็นต้อ มีเนื้องอก หรือจอประสาทตาลอก โดยจมูกทารกจะได้กลิ่นตั้งแต่อายุได้ 3 วันยิ่งถ้าได้กลิ่นของคุณแม่ ทารกก็จะยิ่งพยายามหันไปหาด้วยความคุ้นเคยแต่หากลูกไม่ตอบสนองหรือไม่มีปฏิกิริยากับกลิ่นต่างๆเลย  ไม่มีการไอหรือจามเมื่อมีกลิ่นฉุนก็อาจจะมีความผิดปกติของจมูกได้หรือหากดั้งจมูกบี้หรือเชิดมากโดยสังเกตโดยรวมจากบริเวณหน้าตา จะมีลักษณะหางตาชี้ กระหม่อนแบน ลิ้นใหญ่ ซึ่งอาจจะเป็นอาการของเด็กดาวน์ซินโดรมได้ หรือสาเหตุอื่นๆที่เห็นชัดก็อาจจะเป็นได้ว่าลูกนั้นมีพัฒนาการต่างๆที่ส่งผลให้มีพัฒนาการช้ากว่าปกติ

Read More
เรื่องน่ารู้

เคล็ดลับสื่อสารกับลูกให้เข้าใจ

วิธีพูดสื่อสารกับลูกให้ลูกเข้าใจ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลูกดื้อไม่เชื่อฟังนั้นไม่ยากอย่างที่คิด โดยอาจจะต้องใช้ความอดทนและจิตวิทยากับลูกซึ่งวิธีการจัดการเด็กในแต่ละช่วงอายุจะมีความเหมาะสมและแตกต่างกันออกไปโดยที่สำคัญจะต้องพูดสื่อสารทำความเข้าใจกับลูกให้ถูกต้องชัดเจนและความร่วมมือของคนในบ้านที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีอะไรยากถ้ายิ่งเริ่มต้นเร็วยิ่งง่ายและได้ผลดีอย่างแน่นอน เพราะถ้าไม้ได้รับการแก้ไขในวัยเด็กมักจะส่งผลเสียได้อย่างมากมาย การพูดสื่อสารกับลูกเป็นเรื่องสำคัญมากถือเป็นประตูสำคัญสู่การเรียนรู้ ลูกจะสื่อสารได้ดีและสื่อสารรู้เรื่องต้องมีความเข้าในใจในภาษาของพ่อแม่ก่อน เพราะลูกจะซึมซับและได้รับประสบการณ์จากทุกๆคำพูดที่พ่อแม่ได้สอนและสั่งสมมาโดยการพูดกับลูกพ่อแม่จึงควรใช้คำพูดบวกๆและพยายามไม่ควรใช้คำไม่หรือห้าม โดยไม่ว่าแต่เด็กเท่านั้นผู้ใหญ่อย่างเราเวลาที่มีคนห้ามหรือบอกว่าอย่าเรามักจะไม่ค่อยปฏิบัติตาม อาจจะทำค่อนข้างยากแต่ถ้าเราทำได้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี และควรสื่อสารกับลูกด้วยสายตาให้สายตาของพ่อแม่อยู่ระดับเดียวกับลูกเพื่อให้รู้อุ่นใจและไว้วางใจ หรือพ่อแม่มีข้อเสนอโดยการให้ลูกเลือกเพื่อให้ทำในสิ่งที่เราต้องการ คุณพ่อคุณแม่จะต้องให้รู้เข้าใจในสิ่งที่เราต้องการว่าทำไมเขาจะต้องทำและให้เขามีทางออกที่ต้องทำและจะได้ผลประโยชน์อะไรถ้าทำ คุณพ่อคุณแม่ควรใช้คำพูดที่อ่อนโยนแต่เด็ดขาด ถ้ามีสิ่งที่ให้ลูกทำแล้วพาอแม่ควรตัดสินใจให้เด็กขาดและไม่ควรเปลี่ยนใจควรแน่นแน่และให้ทุกคนในบ้านทำไปในทิศทางเดียวกัน ถึงแม้ว่าลูกของเราจะไม่พอใจในการตัดสินใจแบบนั้นก็ตาม แต่ลูกจะเริ่มเข้าใจว่าสิ่งนั้นทำไม่ได้ โดยห้ามมีคนอื่นคอยให้ท้ายหรือโอ๋ เพราะว่าถ้าปฏิบัติไม่เหมือนกันแล้วลูกจะเริ่มสับสบและก็ยากที่จะปรับพฤติกรรมลูก โดยพ่อแม่ต้องทำให้คำพูดมีความศักดิ์สิทธิ์และมีอำนาจด้วยความอ่อนโยนและต้องเด็ดขาด พ่อแม่ควรลดการจู้จี้ขี้บ่นกับลูก โดยหาเทคนิคและไอเดียให้ลูกทำในสิ่งที่เราต้องการหรือหาคำชมโดยมีการให้คะแนน สะสมแต้ม แจกสติ๊กเกอร์ให้กับลูกถือเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ลูกฟังเรามากขึ้นเพราะเด็กทุกคนชอบการได้รับคำชมจากพ่อแม่นั่นเอง  

Read More
เรื่องน่ารู้

ความผูกพันธ์สร้างได้จากคุณพ่อคุณแม่!!!

คุณพ่อคุณแม่เท่านั้นที่ช่วยสร้างภูมิต้านทานให้ลูกน้อยได้ ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่ไม่ค่อยมีเวลาได้พูดคุยกับลูกหรือไม่มีเวลาให้กับลูกในการทำกิจกรรมต่างๆ โดยเราเลี้ยงลูกแบบความรักแต่ไม่มีความผูกพัน คือมีแต่ความรักให้กันแต่ไม่มีความผูกพันกันถ้าคุณพ่อคุณแม่หยอดความรักให้ลูกวันละนิดวันละหน่อยให้ทุกวันทุกวัน เมื่อลูกเดินออกไปเจอเพื่อนแล้วเพื่อนขอความรักหน่อย ลูกก็มีความรักให้หรือในระหว่างนั้นเมื่อเพื่อนต้องการความสนใจจากครูเขาสามารถใช้ความรักที่คุณพ่อคุณแม่หยอดเอาไว้ในการหล่อเลี้ยงจิตใจตัวเองและสามารถอดทนรอคอยได้ รอความสนใจจากคุณครูได้ โดยจะเห็นได้ว่าภูมิต้านทาจิตใจเราแค่หยอดด้วยความรักและความผูกพัน หน้าที่หลักของสมองคือการเอาชีวิตรอด หากว่าเราไม่สอนไม่บอกไม่ฝึก โดยสมองแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ สมองส่วน สันชาตญาณ ควบคุมระบบอัตโนมัติทั้งหมดที่เกี่ยวกับการมีชีวิตรอดของตัวเอง โดยทำเองได้เลยไม่ต้องผ่านประสบการณ์หรือการสอนทั้งสิ้น สมองส่วนอารมณ์ จะต้องการความรักและความเอาใจใส่ เพราะสมองส่วนนี้จะทำหน้าที่เกี่ยวกับความพึงพอใจ ความชอบ ความโกรธ และสมองส่วนนี้จะใช้เรียนรู้และจดจำ มันจะจดจำได้ดีพร้อมอารมณ์ด้วย และสมองส่วนสนุดท้ายเป็นสมองที่แยกมนุษย์ออกจากสัตว์เดรัจฉานสมองส่วนเหตุผล จะใช้คิดวิเคราะห์ ตัดสินและแก้ไขปัญหา และควบคุมอารมณ์ของเรา โดยหากว่าเรามีความคิดและจิตใจที่ดีเพียงพอจะสามารถก้าวผ่านปัญหาและอุปสรรคต่างๆไปได้ แต่ถ้าเราผ่านปัญหาไปไม่ได้ก็จะแสดงพฤติกรรมออกมาให้เห็น โดยสมองส่วนนี้จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อสมองส่วนอารมณ์ปล่อยข้อมูลข่าวสารให้สมองส่วนนี้ได้รับและทำงานร่วมด้วย หากว่าเราโกรธและเราไม่เคยฝึกให้สมองส่วนเหตุผลได้ควบคุมความโกรธ พอเราโกรธสมองส่วนอารมณ์ก็จะตอบสนองเป็นพฤติกรรมทันที เด็กทุกคนเปรียบเสมือนต้นไม้ที่กำลังเจริญเติบโตที่รอให้คุณพ่อคุณแม่มาดูแลรดน้ำพรวนดิน และใส่ปุ๋ย เพราะเด็กยังต้องการความรัก การดูแลเอาใจใส่ การปลูกฝังคุณธรรมและสิ่งต่างๆ จะทำให้ลูกมีความไว้ใจและมั่นใจในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นมากขึ้น โดยถ้าลูกมีพื้นฐานทางจิตใจที่ดี เมื่อพบเจอปัญหาอะไรก็ตาม ลูกก็จะได้คิดผ่านประสบการณ์เดิมเพื่อเชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัจจุบันที่พบเจอเพื่อคิด วิเคราพห์ ตัดสินใจและแก้ไขปัญหา ทำให้ลูกได้ความคิดและจิตใจสามารถก้าวผ่านวัยอนุบาลไปได้อย่างแน่นอน

Read More
เรื่องน่ารู้

เลี้ยงลูกให้มีจิตใจดีง่ายนิดเดียว!!

ฝึกให้ลูกมีจิตใจดีและควบคุมตนเองได้ พ่อแม่ทุกคนก็อยากให้ลูกเลี้ยงง่าย โดยหน้าที่หลักของพ่อแม่คือต้องฝึกเรื่องง่ายๆและค่อยๆขยับเรื่องยากมากขึ้น โดยค่อยๆฝึกให้ลูกมีจิตใจที่ดีและควบคุมตนเองได้ดี โดยต้องฝึกวินัยและพื้นฐานการเลี้ยงดูที่ดีมีหลักการคือต้องเริ่มในระยะที่เหมาะสมให้เร็วที่สุด ถ้าฝึกช้าเกินไปไม่รู้จักรออะไร อยากได้อะไรก็ต้องได้เดี๋ยวนั้นเลย จะเริ่มค่อนข้างยากและยังต้องฝึกลูกได้ยากขึ้นด้วย ในกรณีที่เปลี่ยนวิธีอื่นแล้ว ไม่ได้สิ่งของที่ต้องการแล้วก็ไม่ร้องไห้ แต่งอลและเดินหนีไปแทน ถือเป็นวิธีที่ดีเพราะไม่มีอาละวาดและไม่ใช้ความรุนแรง โดยวิธีนี้ทำให้จิตใจลูกสงบลงไปเองได้ แต่ที่จะดีกว่านั้นถ้าลูกไปอยู่ด้วยตัวเองได้ซักพักแล้ว โดยพ่อแม่เป็นฝ่ายเข้าไปคุยกับลูก เช่น หนูเสียใจมานานแล้ว ไปทำนั่นกับแม่กันดีกว่า และระหว่างนั้นก็ค่อยๆพูให้เหตุผลแบบเข้าใจง่ายและไม่ยาวจนเกินไป โดยอธิบานให้ลูกมองเห็นภาพและควรยกตัวอย่างหรือแสดงพฤติกรรมให้ลูกดู ว่าถ้าทำแบบนี้ผลเสียที่ตามมาจะเกิดอะไรขึ้น และควรพูดตามความเป็นจริงไม่ให้หลอกลูกเด็กขาด ถ้าลูกเอาแต่ใจจนทนไม่ไหว โดยพ่อแม่ชอบใช้คำพูดขู่ลูก ถ้าทำแบบนี้แม่จะไม่รักลูก โดยมีผลกระทบหลายๆอย่างเพราะอยากให้ลูกหยุดการกระทำ แต่ทำให้ลูกไม่มั่นใจในตัวของเขาเองว่าพ่อแม่รักเขาที่เป็นเขาหรือรักที่การกระทำทำให้ลูกมองว่าลูกไม่มีคุณค่าในตนเองโดยมีผลกระทบทาวด้านจิตใจมากขึ้นและทำให้เด็กกังวล เพราะฉะนั้นไม่ควรไปขู่ลูกแบบนี้บ่อยๆ จึงทำให้ลูกกังวล เมื่อลูกไปโรงเรียนจะรู้สึกกลัวและรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง รู้สึกเหมือนโดนทิ้งซึ่งส่งผลกระทบด้านลบ แต่วิธีแก้คือ ควรอธิบายและบอกให้ลูกฟังว่าการกระทำไม่ถูกเพราะอะไร และจะมีผลดีผลเสียอย่างไร เพื่อจะช่วยให้ลูกรู้สึกมั่นใจในตนเองมากขึ้น เด็กที่ต่อต้าน โดยมีพฤติกรรมอาละวาด ขว้างของ สิ่งที่ต้องหยุดทันทีที่ทำอันตรายต่อตัวของเขาเอง ต่อคนอื่น หรือทำลายข้าวของ พ่อแม่ควรจะเดินเข้าไปถึงตัวและดุอย่างจริงจังทำแบบนี้ไม่ได้นะ ห้ามขว้างของ และให้ลูกสงบซักพัก ถ้าเขาจะร้องอะไรก็ปล่อยเขาร้องและซักพักก็เบี่ยงเบนความสนใจ ควรอบรมและบอกเหตุผลสอนตอนนั้นทันที ไม่ควรเดินหนีลูกและควรใช้จิตวิทยาในการเลี้ยงลูก ไม่ควรสั่งลูกอย่างเดียว ควรให้ลูกได้คิดเองและได้แสดงออกทางความคิดเห็น เพราะพ่อแม่สมัยยี้ไม่ค่อยเปิดโอกาสให้ลูกได้คิด จึงทำให้ลูกแก้ปัญหาในชีวิตไม่ได้เลย

Read More
เรื่องน่ารู้

วิธีรับมือลูกเอาแต่ใจ แก้ได้อย่างไร

เมื่อลูกเอาแต่ใจตัวเองจนไม่รู้จักคำว่ารอ เชื่อว่าปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆครอบครัวเลยทีเดียว ช่วงอายุ 2-3 ขวบจะเอาแต่ใจอย่างเห็นได้ชัด โดยส่วนหนึ่งเกิดจากการพัฒนาการตามวัยและความเป็นตัวตนของตัวเอง โดยทำตามความต้องการของตนเอง สาวนการอบรมเลี้ยงดูก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง แต่เด็กจะยึดตัวเองและทำอะไรตามใจตัวเอง และเด็กบางคนก็จะต่อต้านไม่ทำตามคำสั่ง สรุปแล้วเกิดจากปัจจัยตัวของเด็กเองหรือเด็กบางคนอาจจะมีพื้นฐานที่เรียกว่าเด็กไฮเปอร์ สมาธิสั้น หรืออดทนรออะไรนานๆไม่ได้ เด็กจะเบื่อง่าย และมีอาการเอาแต่ใจ ซึ่งพ่อแม่หลายท่านก็ยังไม่เข้าใจในตัวเด็ก โดยใช้การตัดสินใจ และไม่เข้าใจว่าเด็กผิดปกติในเรื่องอะไรเองว่าเด็กอะไรนิสัยไม่ดีรออะไรแปบเดียวก็ไม่ได้ แต่เด็กที่สมาธิสั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับสมองส่วนที่ช่วยยับยั้งชั่งใจ ควบคุมตนเอง ให้รออะไรนานๆได้หรืออดทนกับการทำอะไรต่างๆได้ โดยสมองส่วนนี้ทำงานได้ไม่ค่อยดีนักเลยทำให้เด็กมีพฤติกรรมแบบนี้ แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือเกี่ยวกับการเลี้ยงดูที่ตามใจ ส่งผลให้เด็ดเอาแต่ใจ โดยที่พ่อแม่บางคนไม่รู้ตัวว่าแบบไหนที่ควบคุมลูกมากเกินไปหรือแบบไหนเรียกว่าตามใจแล้ว โดยแต่ละครอบครัวมีกฎเกณฑ์และมีความคิดที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นในช่วงที่ลูกอายุประมาณ 1 ขวบแล้วเริ่มฟังและสื่อสารภาษาได้บ้างแล้ว หรือรู้ภาษาแล้ว เป็นวัยที่ค่อยๆบอกค่อยสอนๆให้รู่ว่าบางอย่างได้ บางอย่างไม่ได้ หรือบางอย่างได้แต่อาจจะต้องรอ โดยเป็นการฝึกในวัยที่เหมาะสม โดยใช้เหตุผลและกฎเกณฑ์เข้ามาสอนลูก เช่น จะซื้อของเล่นก็ใช้การสอนว่าอันนี้มีแล้ว เคยซื้อแล้ว คล้ายๆกับของเล่นชิ้นนั้นที่มี ขนมบางอย่างที่ไม่มีประโยชน์ พ่อแม่ก็ต้องไม่ซื้อให้เลย โดยทำการตกลง ลูกจะค่อยๆเรียนรู้และปรับตัวซึมซับไปได้เอง โดยคำพูดของพ่อแม่มีความมั่นคง และพ่อแม่ต้องพูดอย่างเด็ดขาด เพียงไม่นานลูกก็จะเข้าใจสิ่งที่ทำมากขึ้น เพราะเด็กถ้ามีอะไรที่สนุกกว่าน่าสนใจกว่าเราก็สามารถที่จะเบี่ยงเบนไป เพราะเด็กความคิดก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งแวดล้อมในสิ่งที่ตนเองสนใจได้ง่าย ถ้ายังไม่เปลี่ยนและหนีออกจากสิ่งที่เด็กอยากได้ก็คงจะยาก แต่ถ้าเราพาไปที่อื่นและพาทำอะไรที่ใหม่และสนุกกว่าก็สามารถเบี่ยงแบนความสนใจได้ ซักพักเด็กก็ลืมสิ่งที่อยากได้แล้ว  

Read More
เรื่องน่ารู้

ลูกเบื่ออาหารทำอย่างไรดี

ลูกทานข้าวยาก เบื่ออาหารทำอย่างไรดี เด็กส่วนใหญ่จะห่วงเล่นและไม่ค่อยทานข้าว  ทำให้พ่อแม่หลายท่านเกิดความกังวลกลัวว่าลูกจะมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานหรือมีลักษณะการกินอาหารที่น้อยกว่าปกติ น้ำส่งผลให้น้ำหนักและส่วนสูงเมื่อเทียบอยู่ในกราฟการเจริญเติบโตพบว่าไม่อยู่ในเกณฑ์ปกติ ก็จึงทำให้เกิดการวิตกกังวล เพราะปัญหาเรื่องกินข้าวยาก  พ่อแม่บางคนเข้าใจผิดว่าทานนมแม่จึงทำให้กินข้าวยาก ก็จเลยหยุดนมแม่และเปลี่ยนมาทานนมผงแบบนี้ไม่ควรจะทำเพราะไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง คือ จะต้องสร้างนิสัยการกินที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น และพ่อแม่มักจะเจอปัญหาลูกทานนมผงจนอื่ม จนไม่อยากกินข้าวก็มี โดยเราจะต้องสร้างนิสัยในมื้อการรับประทานอาหารและทำให้สม่ำเสมอ เคล็ดลับการสร้างอาหารการกินที่ถูกต้อง โดยเราจะเน้นข้าวเป็นหลัก ข้าวก็คือ 3 มือเหมือนผู้ใหญ่ ข้าวมื้อนึงก็จะอยู่ที่ประมาณ 5-10 ช้อนโต๊ะ รวมเนื้อสัตว์และผลไม้อีกประมาณ 1-2 มื้อ อย่าฝึกให้ลูกกินไปเล่นไป หรือกินไปดูทีวีไปเพราะจะทำให้ไม่รู้จักรสชาติของอาหาร เพราะมัวแต่สนใจเรื่องการเล่น และไม่ควรจะเดินตามป้อน และไม่ควรบังคับลูก หรือถ้าเกิดลูกไม่อยากจะกินข้าว ก็ต้องเลิกป้อนทันทีเลย ไม่ต้องแสดงอารมณ์เครียดหรือวิตกกังวลให้ลูกเห็น เพราะลูกจะคิดว่าการกินอาหารถือเป็นเรื่องการต่อรองกัน ก็จะทำให้เล่นตัวในการกินมากขึ้น ถ้าระหว่างมื้อลูกมีการทานขนม น้ำอัดลม น้ำหวาน ควรงดทานไปก่อน และไม่ควรที่จะไปหาอาหารเสริมมาทดแทนตามที่โฆษณาเรื่องเด็กทานข้าวได้ยาก เปลี่ยนกินอาหารเสริมตัวนี้ ซึ่งอาหารเสริมเป็นอาหารเหลวและมีน้ำตาลเยอะ ในกรณีนี้จะยิ่งทำให้ลูกมีปัญหาเรื่องการทานข้าวมากขึ้น   เคล็ดลับสำคัญใน 1 วัน ควรให้ลูกได้มีการออกกำลังกาย และมีการขยับเขยือนเคลื่อนไหวร่างกายบ้าง เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานในแต่ละวัน จะให้รู้สึกหิวและกินข้าวมากขึ้น แต่ถ้าอุ้มกันตลอดเวลาลูกก็จะไม่มีการใช้พลังงาน อันนี้ก็จะทำให้ลูกไม่รู้สึกหิว มื้อที่ […]

Read More
โรคเด็ก

เมื่อลูกน้อยเป็นไข้ทำอย่างไรดี

การดูแลเมื่อลูกน้อยเป็นไข้ เด็กที่มีไข้หรืออุณหภูมิที่วัดไข้ใต้รักแร้ถ้าเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ถือว่ามีไข้ ถ้าวัดทางทวารหนักโดยเด็กเล็กๆจะมีการวัดทางทวารหนักถ้าเกิน 37.8 องศาเซลเซียส ปัจจุบันนี้จะมีปรอทวัดไข้และเครื่องวัดไข้แบบดิจิตอล ช่วยให้สะดวกในการวัดไข้มากขึ้น โดยจะวัดทางหูและหน้าผากถ้าอุณหภูมิเกิน 37.5 องศาเซลเซียสก็จะมีไข้ เวลาที่มีไข้ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา แต่บางกรณีอาจจะเกิดจากภาวะอย่างอื่น เช่นการกินยาต่างๆ การห่อตัวลูกมากเกินไป และอยู่ในที่ที่ไม่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก อาจจะส่งผลให้มีไข้ขึ้นได้ ภาวะบางอย่าง เช่น ไทรอยด์เป็นพิษก็อาจจะทำให้มีไข้ได้ การที่มีไข้ต่ำหรือไข้สูงไม่ได้บอกถึงความรุนแรงของโลก แต่ให้สังเกตอาการอย่างอื่นร่วมด้วยว่าเด็กมีอาหารซึมไหม เล่นไหม กินข้าวได้ไหม เพื่อแต่ว่าเวลาเด็กเล็กๆมีไข้สูงจึงควรให้ความดูแลใกล้ชิดนิดนึง โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในช่วงอายุประมาณ 6 เดือนถึง 6 ปี ก็อาจจะทำให้มีอาการช็อคจากภาวะไข้สูงได้ วิธีการดูแลเมื่อลูกน้อยมีไข้ อันดับแรกเลยก็คือการใช้ยาลดไข้แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ กลุ่มที่หนึ่งในเด็กเล็กมักจะใช้พาราเซตามอลเป็นอันดับแรก ขนาดยาของพาราเซตามอลสำหรับเด็ก คือ 10-20 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักเด็ก 1 กิโลกรัม ต่อครั้ง สามารถให้ทานยาซ้ำได้ทุกๆ 4-6 ชั่วโมง ในกรณีที่ใช้ยาพาราเซตามอลแล้วไข้ไม่ลง ก็ควรใช้ยาในกลุ่มที่สองคือยาไอบลูโกเซน ยากลุ่มนี้ก็จะช่วยลดไข้ได้ดีกว่ายาพาราเซตามอล แต่ว่ามีข้อจำกัดในการใช้คือห้ามใช้ในคนที่เป็นโรคไข้เลือดออก […]

Read More
โรคเด็ก

โรคสมาธิสั้น ใกล้ตัวเด็กกว่าที่คิด!!!

สาเหตุของโรคสมาธิสั้น อัตราสมาธิสั้นของในประเทศไทยเราจะพบจะพบอยู่ที่ประมาณ 5-8% แต่ในทื้นที่ส่วนใหญ๋ของประเทศยังถูกมองข้ามยังไม่มีใครเหลียวแล ดังนั้นโดยภาพรวมเด็กที่เป็นสมาธิสั้นส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยและยังไม่ได้รับการรักษาเท่าที่ควรจะได้รับ อาการของโรคสมาธิสั้นแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก อาการขาดสมาธิ เด็กกลุ่มนี้จะมีอาการขาดสมาธิ ทำอะไรแปบๆก็จะรู้สึกเบื่อ กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มอาการไฮเปอร์อยู่ไม่นิ่ง เด็กที่นั่งติดที่ไม่ได้ ก็อาจจะชอบลุกเดิน หรือวิ่งไปๆมาๆ กลุ่มที่สาม กล่มอาการพุนพันพลันแล่น วุ่วาม จพชอบพูดแทรกโพลงพลาง อดทนรอคอยไม่ได้และมักจะชอบแซงคิว อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นก่อนอายุ 12 ปี พ่อแม่รู้สึกว่าเป็นกังวลมากเมื่อลูกเป็นโรคสมาธิสั้น เพราะว่าส่วนใหญ่เด็กที่สมาธิสั้นมักจะเล่นกับเพื่อนไม่เป็นเหมือนว่าจะชอบแกล้งเพื่อน ก็ตัดสินใจมาปรึกษาคุณหมอ และคุณหมอบอกว่าจริงๆแล้วไม่ได้แกล้งเพื่อนแต่เป็นเพราะไม่รู้น้ำหนักมือตัวเอง โดยโรคสมาธิสั้นสามารถเริ่มสังเกตเห็นอาการได้ตั้งแต่วัยเล็กๆเลย พ่อแม่บางคนสามารถเห็นได้ตั้งแต่ 1-2 ขวบ หรือบางคนหนักกว่านั้นสังเกตเห็นได้ตั้งแต่อยู่ในท้องเลยว่าทำไมเตะถีบรุนแรงบ่อยเหลือเกิน แต่โดยมากจะบอกได้ด้วยความมั่นใจว่าเด็กคนไหนเป็นสมาธิสั้นหรือไม่เป็นก็ต่อเมื่อเด็กเข้าสู่วัยเรียนอายุ 3 ขวบขึ้นไปก็จะพอบอกได้ การรักษาผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นนี้อันดับแรกคือ ด้านการใช้ยา การปรับพฤติกรรม และการปรับสิ่งแวดล้อม โดยเด็กที่เป็นโรคสมิสั้นอาการยังไม่แสดงออกมาเป็นเล็กน้อยอาจจะยังไม่ต้องถึงขั้นรับประทานยา อาจจะแค่ปรับสิ่งแวดล้อมและปรับการเลี้ยงดู แต่เด็กสมาธิสั้นที่เป็นอาการค่อนข้างรุนแรงขึ้นมาเด็กกลุ่มนี้ก็ควรที่จะรับการรักษาด้วยยา พอพูดถึงเรื่องการใช้ยาพ่อแม่หลายคนก็จะกังวลกลัวว่ายาที่ทานเข้าไปแล้วมันจะไปกดสมองเด็กหรือเปล่า จะไปบีบสมองเด็กหรือเปล่า เพราะว่าเด็กที่ซนๆพอกินยาไปแล้วจะนิ่ง ด้วยความเข้าใจของคนทั่วไปยาจะต้องเข้าไปกดสมองไว้แน่ๆ โดยความเป็นจริงแล้วกลไกการออกฤทธิ์ของยา คือยามันจะเข้าไปกระตุ้นสมองให้ผลิตสารสื่อประสาทให้สมองหลั่งออกมาดีขึ้น สารสื่อประสาทเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนกับเบรกให้กับร่างกายของเด็ก เพราะฉะนั้นยาออกฤทธิ์โดยการกระตุ้นสมองไม่ใช่ไปกดสมอง

Read More
เรื่องน่ารู้

เรื่องน่ารู้ฟันน้ำนมของหนู

ฟันน้ำนมของหนู ฟันน้ำนมซี่แรกจะเริ่มขึ้นเมื่อตอนอายุประมาณ6-8 เดือน และฟันน้ำนมจะหลุดตอนอายุ 6-7 ปี การฟันน้ำนมจะหลุดเร็วหรือหลุดช้าขึ้นอยู่กับว่าฟันน้ำนมขึ้นช้าหรือว่าเร็วด้วย ถ้าฟันน้ำนมขึ้นช้าเกือบ  1 ขวบก็จะทำให้ฟันแท้ขึ้นช้าตามไปด้วยจึงส่งผลให้ฟันน้ำนมหลุดช้า เมื่อฟันน้ำนมเริ่มหลุดที่ฟันด้านล่าง 2 ซี่ โดยระดับเหงือกจะมีฟันน้ำนมอยู่ข้างบนเหนือเหงือกส่วนข้างใต้เหงือกมีรากฟันน้ำนมอยู่ และส่วนฟันแท้จะอยู่ใต้รากฟันน้ำนมอีกที ธรรมชาติก็จะค่อยๆให้ฟันแท้ดันขึ้นมาและละลายรากฟันน้ำนมให้กุดไปครึ่งราก ทำให้ฟันน้ำนมเริ่มโยกและทำให้รากฟันน้ำนมหมดเกลี้ยงและสุดท้ายฟันน้ำนมก็จะหลุดอย่างง่ายได้และทำให้ฟันแท้ขึ้นมาแทนที่ฟันน้ำนม ดังนั้นจะต้องดูแลฟันไม่ให้ผุ โดยไม่ไปยุ่งที่รากเลยแต่การที่ฟันจะหลุดได้นั้นมาจากที่รากฟันดันกันมา โดยฟันน้ำนมที่หลุดออกมานั้นจะไม่มีราก บางครั้งฟันแท้ไม่ได้อยู่ตรงกับรากฟันน้ำนมเมื่อฟันแท้ขึ้นก็จึงโผล่แทรกขึ้นมาข้างๆส่วนฟันน้ำนมได้แต่โยกแต่ยังไม่หลุดเพาะรากฟันน้ำนมยังละลายไม่หมด ถ้าเมื่อฟันแท้ด้านล่างขึ้นซ้อนขึ้นมานิดนึงสูงประมาณครึ่งซี่ของซี่เดิม จะต้องถอนฟันน้ำนมออกไปและฟันแท้จะได้ขึ้นมาแทนที่ฟันน้ำนมเองอัตโนมัติ ส่วนฟันแท้ด้านบนควรจะขึ้นอยู่ด้านนอกถ้าเกิดขึ้นซ้อนข้างหลังจะต้องรีบเอาฟันน้ำนมออกทันทีเลย เพราะถ้าช้ารอจะเกิดฟันแท้งอกๆขึ้นด้านหลัง ฟันน้ำนมจะไม่หลุดออกมาเอง จะต้องใช้เครื่องมือจัดฟันถึงจะออกมาเอง ฟันแท้จึงจะขึ้นซ้อนอยู่ด้านใน ควรรีบมาพบหมอฟัน เพื่อทำการถอนฟันน้ำนมออก ถ้าเรากัดฟันตามธรรมชาติ ฟันบนจะอยู่ข้างนอก และฟันล่างจะอยู่ข้างใน เหตุผลคือถ้าฟันบนขึ้นซ้อนข้างหลังแล้วฟันน้ำนมจะหลุดช้าหน่อยไม่เป็นไร แต่ถ้าฟันบนขึ้นซ้อนข้างหลังจนมันงอกลงมาและก็จะล็อคขึ้นไปอยู่ด้านหลังมันไม่ออกมาเองแล้วจะต้องรีบไปพบแพทบ์ เพราะถ้าปล่อยไว้นานฟันจะไม่เรียงกันสวยงาม แต่ฟันล่างจะขึ้นซ้อนข้างใน หรือข้างนอกก็ได้เพราะมันจะขยับมาได้เองและไม่มีปัญหาเท่าฟันบน การถอนฟันน้ำนมจึงไม่รู้สึกเจ็บเลยเพราะคุณหมอมีวิธี และที่สำคัญฟันน้ำนมรากจะไม่ลึกเท่ากับฟันแท้ทำให้สบายใจได้เลย เด็กจะไม่เจ็บเวลาที่ไปถอนฟันน้ำนม  

Read More
Back To Top