วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 06, 2020
โรคโคลิค ลูกน้อยร้องไห้ไม่หยุด สิ่งที่คุณแม่ควรรู้ว่าต้องทำอย่างไร
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ เรื่องน่ารู้ โรค โรคเด็ก

โรคโคลิค ลูกน้อยร้องไห้ไม่หยุด สิ่งที่คุณแม่ควรรู้ว่าต้องทำอย่างไร

สำหรับลูกน้อย หรือเด็กวัยทารกนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะมีการแสดงออกทางอารมณ์ และความรู้สึกโดยการร้องไห้ หรือส่งเสียงร้องเป็นหลัก เนื่องจากทารกนั้นไม่สามารถพูด หรือบอกกล่าวได้ ซึ่งตามปกติแล้วอาการร้องไห้ของเด็กทารกนั้นจะมีสาเหตุที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเพราะหิว, กลัว, เหนื่อย หรือรู้สึกเปียกชื้น แต่ถ้าลูกน้อยร้องไห้ไม่หยุดโดยไม่มีปัจจัยดังกล่าว ลูกน้อยของคุณอาจเป็น โรคโคลิค ที่พบในทารกได้บ่อย ซึ่งจะมีอาการดังต่อไปนี้

โรคโคลิค ลูกน้อยร้องไห้ไม่หยุด สิ่งที่คุณแม่ควรรู้ว่าต้องทำอย่างไร

โรคโคลิคลูกน้อยร้องไห้ไม่หยุด

สำหรับอาการลูกน้อยร้องไห้ไม่หยุดที่อาจเป็น โรคโคลิค นั้น จะมีลักษณะการร้องไห้ที่ไม่มีสาเหตุ หรือปัจจัยที่กล่าวไปข้างต้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเด็กทารกที่มีอาการโคลิคจะมีการร้องไห้ที่บ่อยและเป็นเวลานาน ในช่วงเวลาเย็นหรือหัวค่ำเป็นต้น  และจะมีระยะเวลาการร้องไห้ที่ยาวนานกว่าปกติ ประมาณ 3  ชั่วโมงต่อวัน และมีอาการเช่นนี้มากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์อีกด้วย ซึ่งแท้จริงแล้วสาเหตุที่ทำให้เด็กทารกเป็นโควิคได้นั้น แพทย์ยังไม่สามารถวิจัยได้ครบถ้วย แต่อาจจะเกิดจากปัจจัยดังต่อไปนี้

มีการหดตัวของกล้ามเนื้อระบบทางเดินอาหาร

มีแก๊สในกระเพาะเยอะ เพราะการร้องไห้จะเป็นการนำอากาศเข้าสู่ท้องไปมากขึ้น

ระบบประสาทยังไม่สมบูรณ์ และอาจมีปัญหาหาทางอารมณ์จากการเลี้ยงดู

เกิดจากการป้อนนมที่ผิดวิธี ทั้งมากเกินไป และน้อยเกินไป

ปัญหาทางด้านสุขภาพต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเด็กทารกโดยเฉพาะ อย่างกรดไหลย้อน แพ้ผ้าอ้อม หูอักเสบ เป็นต้น

โรคโคลิค ลูกน้อยร้องไห้ไม่หยุด

วิธีการดูแลรักษาทารกน้อยจากอาการ โรคโคลิค

ซึ่งวิธีการดูแลรักษาทารกน้อยจากอาการ โรคโคลิค นั้นผู้ปกครองต้องพาไปพบแพทย์ เมื่อลูกน้อยร้องไห้ไม่หยุดเสียงร้องแหลมสูง กระสับกระส่าย เมื่ออุ้มลูกน้อยขึ้นมาแล้วตัวอ่อนปวกเปียก ไม่ยอมทานนม อาเจียนเป็นสีเขียว อุจระเป็นเลือด หรือทารกมีอาการตัวเขียว ตัวซีด เช่นนี้ผู้ปกครองควรพาไปแพทย์อย่างทันที แต่ถ้าลูกน้อยของคุณนั้นไม่ได้มีอาการที่กล่าวไปข้างต้นนั้น คุณแม่ก็สบายใจได้ เพราะโดยปกติแล้วเด็กทารกจะมีอาการร้องไห้หนักมากเป็นระยะเวลาตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 3-4 เดือนแรก แล้วก็จะหายเป็นปกตินั่นเอง

บทความ แม่และเด็ก เคล็ดลับการเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก สำหรับคุณแม่มือใหม่

Back To Top