Friday, September 17, 2021
ปัญหาและวิธีการแกไข้ เรื่องน่ารู้

เหตุผลหลักๆ ที่ส่วนใหญ่ ทำไมกันนะ ? เด็กไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์

วิชาคณิตศาสตร์หรือวิชาเลข เป็นวิชาที่เกี่ยวกับตัวเลข การคำนวณ บวกลบคูณหาร ที่ทุกคนต้องเคยเรียนจากโรงเรียน ซึ่งเป็นวิชาที่คนส่วนใหญ่ค่อนข้างที่จะไม่ชอบ แต่ในชีวิตประจำวันของเราก็มีคณิตศาสตร์อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณเงินซื้อของ การหารค่าอาหารกับเพื่อนๆ หรือการคำนวณรายรับ-รายจ่ายในแต่ละเดือน เป็นต้น ทำให้วิชาคณิตศาสตร์มีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อชีวิตเรา ถึงแม้การคำนวณอาจจะใช้ตัวช่วยอย่างเครื่องคิดเลขหรือข้อมูลในอินเตอร์เน็ต แต่วิชาคณิตศาสตร์ต้องเข้าใจในพื้นฐานเพื่อที่จะสามารถแก้ไขโจทย์ปัญหาได้ บทความนี้จึงจะแสดงเหตุผลหลักๆ สาเหตุจริงๆที่ เด็กไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์ ว่าคืออะไรกันแน่ วันนี้แหละที่เราจะมาไขข้อสงสัยกัน ทำไมเด็กไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์ สิ่งที่ทำให้ เด็กไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์ จริงๆแล้วคือความยากของเนื้อหาหรือครูผู้สอนถ่ายทอดให้เด็กๆไม่เข้าใจแล้วทำให้เรียนไม่รู้เรื่อง จึงพาลให้รู้สึกเบื่อกับการเรียนหรืออาจจะไม่อยากสนใจในวิชานี้อีกต่อไปแล้ว และอีกหนึ่งเหตุผลก็คือเด็กๆไม่ได้เข้าใจว่าการเรียนในแต่ละหัวข้อของวิชาคณิตศาสตร์ว่ามีความสำคัญอย่างไร สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้หรือไม่ จากสาเหตุทั้งสองทำให้เด็กๆเกิดอคติและไม่สนใจในวิชานี้ รู้สึกว่าแค่เรียนๆไปเพื่อให้สอบผ่านก็จบ ไม่ได้อยากเรียนเพื่อต้องการที่จะทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ดังนั้น เราจึงต้องมีการแก้ไขปัญหานี้ สิ่งที่สำคัญเลยก็คือ การที่ครูผู้สอนได้สอนในแต่ละหัวข้อแล้วบอกถึงการนำไปใช้ในชีวิตจริงและชีวิตประจำวัน สามารถนำเนื้อหาไปโยงเข้ากับสิ่งใกล้ตัวให้เด็กๆได้เห็นภาพหรือรู้สึกว่าการเรียนวิชาคณิตศาสตร์มีความสำคัญในอนาคตของเด็กๆ การใช้สื่อการสอนที่น่าสนใจ หรือแม้กระทั่งการจำลองเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันก็ได้ สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นตัวช่วยให้เด็กๆเกิดความสนใจที่อยากจะเรียนวิชาคณิตศาสตร์มากขึ้น วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่สำคัญมากๆอีกวิชาหนึ่ง ที่ทำให้เราสามารถคิดอย่างเป็นระบบได้ แก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเป็นขั้นตอนได้ดี และยังทำให้เรามีสมาธิกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ บางครั้งก็อาจจะได้ความคิดไอเดียใหม่ๆ จากการเรียนวิชาคณิตศาสตร์อีกด้วย ดังนั้นก็อยากให้ เด็กไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์ ทุกคนลองเปิดใจกับคณิตศาสตร์อีกครั้งแล้วคุณจะรู้ว่ามันสนุกแค่ไหน ติดตามบทความ แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก โรคเด็ก ได้ที่นี้ แนะนำ 3 เทคนิค วิธีทำให้ลูกความจำดี เรียนรู้สิ่งรอบข้างได้เร็ว

Read More
คุณแม่มือใหม่ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

ข้อดีการ ออกกำลังกายในน้ำของคุณแม่ตั้งครรภ์ ทางเลือกสุขภาพดีเริ่มได้ที่นี้ !!

สมัยนี้ไม่ใช่สมัยที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ขยับเขยื้อนต้องอยู่กับที่เพราะกังวลว่าลูกน้องในครรภ์จะได้ผลกระทบจากการที่เราขยับเขยื้อนร่างกายมากเกินไป เพราะยุคนี้เป็นยุคที่คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถออกกำลังกายได้แล้วนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ถึงขั้นว่าจะสามารถออกกำลังกายได้ทุกแบบเหมือนกับคนสภาพปกติทั่วไป คนท้องก็มีการออกกำลังกายแบบคนท้องได้ แน่นอนว่าได้รับการอนุญาตจากทางแพทย์แล้วว่าคุณแม่ตั้งครรภ์สามารถออกกำลังกาย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคุณแม่และสภาพเด็กในครรภ์ด้วย การออกกำลังกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เราจะพูดถึงวันนี้คือ การว่ายน้ำ หรือการออกกำลังกายในน้ำนั่นเอง มีทั้งที่ต้องใช้อุปกรณ์และไม่ต้องใช้ เอาล่ะมารู้จักกับ ข้อดีของการ ออกกำลังกายในน้ำของคุณแม่ตั้งครรภ์ ทางเลือกสุขภาพดีเริ่มได้ที่นี้ !! รวมข้อดีการออกกำลังกายในน้ำของคุณแม่ตั้งครรภ์ 1. แรงลอยตัวของน้ำช่วยลดแรงกระแทก – ข้อดีการ ออกกำลังกายในน้ำของคุณแม่ตั้งครรภ์ น้ำช่วยลดแรงกระแทกและพยุงตัวของคุณแม่ตั้งครรภ์เอาไว้ทำให้สามารถเคลื่อนตัวได้มากขึ้น ออกกำลังกายได้มากกว่าการออกกำลังกายทั่วไป ช่วยลดอาการบาดเจ็บหรืออันตรายจากการออกกำลังกายกับตัวคุณแม่เองได้ 2. แรงต้านของน้ำช่วยให้การออกกำลังกายที่ใช้แรงมีความปลอดภัย – ข้อดีการ ออกกำลังกายในน้ำของคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่ที่ชอบออกกำลังกายหนัก ๆ อยากจะเหวี่ยงแขนขาแรง ๆ แต่ก็กลัวว่าจะกระทบลูก การออกกำลังกายในน้ำจะทำให้การออกกำลังกายมีความปลอดภัยมากขึ้น ทั้งยังช่วยเพิ่มแรงต้านเวลาที่เราออกแรงอีกด้วย กล่าวคือเราต้องใช้แรงในการเคลื่อนตัวมากกว่าอยู่บนบกนั่นเอง 3. แรงดันน้ำช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น – ข้อดีการ ออกกำลังกายในน้ำของคุณแม่ตั้งครรภ์ อีกสิ่งที่น่าสนใจในการออกกำลังกายใต้น้ำคือแรงดันของน้ำช่วยให้การไหลเวียนของเลือดทำงานได้ดี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่ามีส่วนใดบ้างที่อยู่ในน้ำ การเต้นของหัวใจก็ถูกคุมเอาไว้ไม่ให้สูงเกินไปเพราะอุณหภูมิร่างกายขึ้นน้อยกว่าการออกกำลังกายบนบก นอกจากนี้ยังลดอาการบวมส่วนปลายที่หญิงตั้งครรภ์หลายคนต้องพบเจออีกด้วย 4. อุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสมช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ – ข้อดีการ ออกกำลังกายในน้ำของคุณแม่ตั้งครรภ์ อุณหภูมิในน้ำก็มีความสำคัญ การออกกำลังกายในน้ำควรมีการควบคุมอุณหภูมิของน้ำให้อยู่ที่ 28-33 […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

แนะนำ วิธีบอกลาท้องลายหลังคลอด ของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ทุกคนที่ควรทราบ

อาการท้องลาย หรือ ผิวเกิดรอยแตกลาย เกิดจากสาเหตุหลัก ๆ เลยคือผิวขาดความชุ่มชื่น ทั้งนี้สามารถเกิดจากทั้งพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของตัวเอง หรือจากพันธุกรรมก็ได้ทั้งนั้น กล่าวคือ หากที่บ้านของคุณมีคนที่เกิดรอยแตกลายจากการที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หรือส่วนสูงที่มากขึ้นอย่างรวดเร็ว คุณเองก็มาโอกาสที่จะเกิดรอยแตกลายได้เมื่อผิวหนังมีการขยายตัวหรือตั้งครรภ์นั่นเอง แต่ถึงจะเป็นกรรมพันธุ์เราก็สามารถลดโอกาสเกิดรอยแตกลายเหล่านั้นได้ด้วยการดูแลผิวพรรณของตัวเอง สำหรับใครที่มีแพลนจะตั้งครรภ์หรือเพิ่งอยู่ในช่วง 1-3 เดือนแรกที่ครรภ์ยังไม่ขยายใหญ่มาก เราอยากแนะนำ วิธีบอกลาท้องลายหลังคลอด ของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ทุกคนที่ควรทราบ เคล็ดลับวิธีบอกลาท้องลายหลังคลอด อย่างที่รู้กันว่าเรื่องความสวยความงามเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับผู้หญิง แม้จะมีลูกแล้วก็ตามผู้หญิงอย่างเรา ๆ ก็จะไม่หยุดสวยกันง่าย ๆ แต่เราจะทำอย่างไรดีล่ะเมื่อการตั้งครรภ์อาจทำให้ผิวของเราไม่กลับไปสวยดังเดิม ซึ่งเรามีทางแก้ง่าย ๆ คือการป้องกันไว้ตั้งแต่ช่วงที่ครรภ์ยังน้อย ๆ ไว้ก่อนเลย แนะนำ วิธีบอกลาท้องลายหลังคลอด วิธีแรกคือการหมั่นทาครีมป้องกันการเกิดท้องลาย ครีมประเภทนี้จะมีวิตามินอี และเอ ที่ช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้ผิว เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นจะเกิดรอยแตกลายหรือรอยแผลได้ยาก และหากเกิดรอยขึ้นมาจริง ๆ ก็สามารถรักษาให้จางลงได้ แต่ต้องเป็นรอยแดงที่เพิ่งเกิดใหม่เท่านั้นนะ รอยที่เป็นสีขาวแล้วรักษายากมาก ๆ หรืออาจรักษาไม่หายเลยต้องเป็นรอยติดตัวตลอดไป ดังนั้นคุณแม่ที่เพิ่งตั้งครรภ์ก็หมั่นดูแลผิวของตัวเองให้ดีล่ะ ข้อแนะนำเพิ่มเติมคือควรดูให้ดีด้วยว่าครีมทาท้องลายที่ซื้อมาสามารถใช้ในช่วงตั้งครรภ์ได้หรือไม่ เพราะบางยี่ห้ออาจมีปฏิกิริยากับเด็กในช่วงครรภ์ 1-3 เดือนแรก ดังนั้นควรเช็คให้ดีก่อนทา แนะนำ วิธีบอกลาท้องลายหลังคลอด วิธีต่อมาคือใช้สมุนไพรพอก […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ เรื่องน่ารู้

คนท้องออกกำลังกาย แบบใดได้บ้าง และแบบไหนที่เหมาะสม ท้องแล้วก็ฟิตได้!

คุณแม่ตั้งครรภ์มักจะถูกคนรอบข้างปกป้องและห้ามปรามจากการขยับเขยื้อนร่างกายมากจนเกินไปเพราะกลัวจะเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์ ทว่าจริง ๆ แล้วคุณแม่ตั้งครรภ์สามารถออกกำลังกายได้เป็นปกติ ยิ่งช่วงระยะแรก ๆ คุณแม่ทั้งหลายสามารถนอนแพลงกิ้งหรือยกเวทเบา ๆ ก็ทำได้เลยล่ะ เมื่อท้องโตขึ้นท่าออกกำลังกายก็แตกต่างออกไปแต่ก็ยังคงสามารถออกกำลังกาย ซึ่งการออกกำลังกายแบบนี้ดีต่อทั้งตัวแม่และเด็ก เมื่อแม่สุขภาพดีลูกก็สุขภาพดีนั่นเอง มาดูกันดีกว่าว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ หรือ คนท้องออกกำลังกาย แบบใดได้บ้าง และแบบไหนที่เหมาะสม ท้องแล้วก็ฟิตได้! คนท้องออกกำลังกายแบบใดแบบไหนได้บ้าง 1. การว่ายน้ำหรือออกกำลังกายในน้ำ (Swimming) คนท้องออกกำลังกายท้องแล้วก็ฟิตได้! ด้วยการว่ายน้ำ เป็นอีกกิจกรรมที่สาว ๆ หลายคนชื่นชอบ นอกจากการที่จะได้ใส่ชุดว่ายน้ำสวย ๆ แล้วยังทำให้ร่างกายเฟิร์มขึ้นแบบไม่ต้องเสียเหงื่อให้รำคาญใจด้วยล่ะ การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ใช้แรงออกน้อยแต่ออกกำลังได้มาก ทั้งยังปลอดภัยเพราะสามารถลดแรกกระแทกจากการออกแรงได้ด้วย ดังนั้นคุณแม่ตั้งครรภ์จึงสามารถว่ายน้ำได้นั่นเอง อย่างไรก็ตามแต่ต้องไปปรึกษาแพทย์ก่อนลงน้ำนะ 2. การเดินออกกำลังกาย (Walking) คนท้องออกกำลังกายท้องแล้วก็ฟิตได้! วิธีง่าย ๆ สุดคลาสสิคที่ไม่ว่าจะท้องหรือไม่เราก็สามารถเดินได้! คุณแม่ตั้งครรภ์อาจจะเดินเล่นตอนเช้าในสวนสาธารณะเพื่อสูดอากาศสดชื่อและพูดคุยกับคนที่ผ่านไปมาเพื่อสร้างรอยยิ้มและความอารมณ์ดีให้กับตัวเองก็ยิ่งเป็นวิธีที่ดีเลยล่ะ คุณแม่ท่านใดที่นอนอยู่ตลอดก็ลองลุกออกมาขยับตัวนิด ๆ หน่อย ๆ ดูนะ 3. การขึ้นลงบันได (Stair Climbers) คนท้องออกกำลังกายท้องแล้วก็ฟิตได้! วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้ร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ออกแรงขยับกล้ามเนื้อบ้างก็คือการขึ้นลงบันได้นั่นเอง […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

เตรียมรับมือกับ 6 อาการหลังคลอดลูก ของคุณแม่ทุกคนที่ต้องเจอ

การอุ้มท้องและคลอดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องยาก เพราะคุณแม่ต้องผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงของตัวเองทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจกันเลยทีเดียว ระยะตั้งครรภ์ในคุณแม่หลายคนอาจจะมีอาการแพ้ท้อง ผื่นขึ้น หรือใครโชคดีก็ไม่แพ้อะไรเลย ส่วนหลังการคลอดลูกไปแล้วก็ยังคงมีอาการทางร่างกายและจิตใจที่คุณแม่ทั้งหลายต้องรับมือกันอีก อันเกิดจากร่างกายกำลังปรับตัวเข้าสู่สภาวะปกติก่อนตั้งครรภ์นั่นเอง อย่างไรก็ตามเรามาเตรียมรับมือกับ 6 อาการหลังคลอดลูก ของคุณแม่ทุกๆ คนต้องเจอ 6 อาการหลังคลอดลูกของคุณแม่ 1. อาการคัดหน้าอก – อาการหลังคลอดลูก ของคุณแม่ทุกคนจะเป็นธรรมชาติของร่างกายที่จะผลิตน้ำนมออกมาทำให้เกิดอาการคัดหน้าอก เมื่อเราเกิดอาการคัดสามารถบีบน้ำนมออกมาได้โดยรอบแรกน้ำนมจะออกมาเป็นสีเหลืองก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น ส่วนที่เป็นสีเหลืองคือส่วนที่มีประโยชน์ที่สุดของน้ำนมแม่เลยล่ะ 2. น้ำจากช่องคลอดหรือน้ำคาวปลาไหลออกมามาก – อาการหลังคลอดลูก ของคุณแม่ ช่วงอาทิตย์แรกน้ำที่ไหลออกมาจากช่องคลอดจะยังคงเป็นสีแดงจากเลือดของเราที่ขับออกมาอยู่ ซึ่งจะค่อย ๆ จางลงจนกลายเป็นสีใส โดยน้ำคาวปลาจะยังคงมีให้เห็นประมาณ 1 – 2 เดือนแล้วแต่สภาพมดลูกและระบบร่างกายของคุณแม่นั่นเอง 3. ปัสสาวะบ่อย ๆ – อาการหลังคลอดลูก ของคุณแม่ ในระหว่างที่ตั้งครรภ์คุณแม่ก็ต้องปัสสาวะบ่อย ๆ ในช่วงหลังคลอดใหม่ ๆ คุณแม่ก็ยังต้องประสบปัญหานี้อยู่อีกสักพัก โดยหลังคลอดร่างกายพยายามกลับสู่สภาวะที่ไม่มีเด็ก สายโลหิตที่เคยต้องเอาสารอาหารและน้ำไปให้ลูกก็ไม่จำเป็นแล้ว ทำให้เลือดกับน้ำแยกออกจากกัน โดยเลือดจะกลับไปดูแลแม่ดั่งเดิม ส่วนน้ำจะถูกขับออก 4. มดลูกกลับเข้าอู่ […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ เรื่องน่ารู้

5 สัญญาณบอก รู้ได้อย่างไรว่าลูกกินอิ่ม ลูกได้รับนมเพียงพอ ในแต่ละวัน

คุณแม่มือใหม่ทั้งหลายที่อยู่ในช่วงให้นมลูกด้วยตนเองอาจไม่แน่ใจว่านมที่ให้ลูกนั้นเพียงพอแล้วหรือยัง? ดูเหมือนลูกคนอื่นจะกินนมมากกว่านี้หรือเปล่านะ? ลูกของเราจะได้รับนมแม่น้อยไปหรือไม่? เพื่อช่วยลดความกังวลเหล่านี้ของคุณแม่มือใหม่เราจึงอยากแชร์ข้อมูลดีดีให้กับคุณแม่ทั้งหลายได้ทราบทั่วกัน! ในการสังเกตง่ายๆ 5 สัญญาณบอก รู้ได้อย่างไรว่าลูกกินอิ่ม ลูกได้รับนมเพียงพอ ในแต่ละวัน วิธีสังเกตง่ายๆรู้ได้อย่างไรว่าลูกกินอิ่ม 1. ลูกคลายหัวนมออก หรือขวดนมออก พอยื่นให้ดูดต่อก็หันหน้าหนี – สัญญาณแรก รู้ได้อย่างไรว่าลูกกินอิ่มลูกได้รับนมเพียงพอในแต่ละวัน คือการที่ลูกปฏิเสธไม่ดูดนมต่อนั่นเอง ปกติของทารกคือจะกินก็ต่อเมื่อหิวเท่านั้นเมื่ออิ่มก็จะหยุดกินในทันที เมื่ออิ่มแล้วจะสังเกตุได้ว่าเด็กจะไม่ร้องไม่งอแง เผลอ ๆ จะหลับต่อด้วยซ้ำ แต่ถ้าหากลูกร้องไห้หลังคลายหัวนมหรือขวดนมออกเป็นไปได้ว่าไม่สบาย อาจปวดท้อง หรือต้องการเรอก็เป็นได้ 2. สังเกตความถี่และสีของปัสสาวะ – สัญญาณต่อมา รู้ได้อย่างไรว่าลูกกินอิ่มลูกได้รับนมเพียงพอในแต่ละวัน หากลูกได้รับนมอย่างเพียงพอจะปัสสาวะบ่อยประมาณ 6 – 8 ครั้งต่อวัน อุจจาระประมาณ 2 – 3 ครั้ง ทว่าหากลูกได้รับนมน้อยเกินไปจะปัสสาวะน้อยกว่าปกติแถมสีอาจจะมีความเข้มได้ ปกติสีของปัสสาวะจะเป็นสีเหลืองใส แสดงถึงสุขภาพที่ดีนั่นเอง ทั้งนี้ต้องคอยสังเกตอย่างต่อเนื่องด้วยว่าปกติลูกปัสสาวะบ่อยแค่ไหน เพราะระบบขับถ่ายของลูกอาจต่างออกไปเล็กน้อย 3. หลับง่าย หลับสบาย ไม่ร้องไห้งอแง – สัญญาณต่อมา รู้ได้อย่างไรว่าลูกกินอิ่มลูกได้รับนมเพียงพอในแต่ละวัน อีกสิ่งที่สังเกตได้ง่ายว่าลูกเราต้องการนมในปริมาณที่ต้องการแล้ว […]

Read More
กิจกรรมเด็ก คุณแม่มือใหม่ พัฒนาการเด็ก เรื่องน่ารู้

เทคนิค สร้างความผูกพันแม่ลูก เพื่อเสริมสร้างสายใยรัก แม่ลูกให้แน่นแฟ้น

                ในเรื่องของการ สร้างความผูกพันแม่ลูก ที่แน่นแฟ้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้การดูแลลูกทางร่างกาย พื่อให้ลูกเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ มีความภูมิใจในตนเองและมีความสุขในระยะยาว แต่คุณแม่หลายคนก็มีความกังวลในเรื่องนี้เพราะอาจจะไม่มีเวลาดูแลลูกด้วยตนเองเต็มเวลา ซึ่งในบทความนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคในการเสริมสร้างสายใยแม่ลูกให้แน่นแฟ้นแม้ว่าคุณแม่อาจจะไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมตนเองหรืออยู่กับลูกตลอดเวลาก็ตาม ดังรายละเอียดต่อไปนี้ แนะนำเทคนิคการสร้างความผูกพันแม่ลูก สัมผัสลูกอย่างอ่อนโยน วิธีนี้เป็นวิธี สร้างความผูกพันแม่ลูก ที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง เพราะสามารถสื่อสารถึงความรักที่แม่มีต่อลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณแม่ควรสัมผัสลูบไล้ลูกน้อยอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน และให้ลูกนอนบนตัวเพื่อส่งเสริมความรู้สึกปลอดภัยและพัฒนาการที่ดีของลูก ห่อตัวลูกด้วยผ้านุ่มๆเพื่อให้ลูกรู้สึกอบอุ่น โยกตัวลูกเบาๆเพื่อให้รู้สึกสงบและผ่อนคลาย คุณแม่สามารถ สร้างความผูกพันแม่ลูก ได้ด้วยการพูดคุยหรือร้องเพลงเบาๆให้ลูกฟัง อ่านหนังสือให้ลูกฟัง แม้ว่าลูกในวัยแรกเกิดจะยังไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณพูดหรือการอ่านให้ฟัง แต่การที่คุณแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟังจะทำให้เด็กเกิดการจดจำเสียงและมีความคุ้นเคยกับคุณแม่ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นพัฒนาการของสมองให้ลูกมีการเรียนรู้ที่เร็วขึ้นเมื่อโตขึ้น ตอบสนองต่อเสียงร้องของลูก อย่าปล่อยให้ลูกร้องนานๆโดยไม่ได้เข้าไปดูหรือมีการตอบสนอง การที่คุณแม่ทุกครั้งที่ลูกร้องจะเป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้กับลูก เพราะเด็กที่ถูกปล่อยให้ร้องไห้จนเงียบไปเองบ่อยๆโดยไม่มีการตอบสนอง จะทำให้พวกเขาสร้างนิสัยที่ไม่ไว้ใจในผู้อื่นเมื่อเติบโตขึ้น                เทคนิค สร้างความผูกพันแม่ลูก ให้แน่นแฟ้นนี้ คุณแม่มือใหม่ไม่จำเป็นต้องเครียดหรือกังวลมากเกินไป ค่อยๆทำไปวันละนิดอย่างต่อเนื่องและอย่ากดดันตนเองหรือเสียใจหากมีบางอย่างไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ติดตามบทความ แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก โรคเด็ก ได้ที่นี้ แนะนำ 3 ข้อดีที่แม่กอดลูกบ่อย ๆ ให้ประโยชน์มากกว่าที่คิด ที่มาของภาพ : freepik.com

Read More
Uncategorized คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

วิธีรับมือท้องลายหลังคลอด ของคุณแม่ ทำอย่างไรให้กลับมาสวยดังเดิม?

เมื่อผิวหนังของเราขยายตัวก็เป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดลายแตกได้หากความยืดหยุ่นของผิวหนังมีไม่เพียงพอ เรื่องนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะกับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เท่านั้น แต่คนที่อ้วนขึ้นแล้วผอมลงอย่างรวดเร็ว หรือค่อย ๆ อ้วนขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่องก็สามารถเกิดลายแตกเหล่านี้ได้ วันนี้เรามีวิธีในการดูแลตัวเองง่าย ๆ เพื่อลดลายแตกลายเหล่านี้ วิธีรับมือท้องลายหลังคลอด ทำอย่างไรให้กลับมาสวยดังเดิม? แนะนำวิธีรับมือท้องลายหลังคลอด 1. ทาครีมแก้ท้องลาย – วิธีรับมือท้องลายหลังคลอด ทำอย่างไรให้กลับมาสวยดังเดิม? การทาครีมเป็นวิธีที่ง่ายแต่ควรทำอย่างต่อเนื่องหากเป็นไปได้ควรเริ่มทาตั้งแต่ที่ต้องท้องไปเลยเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้ผิวหนัง แต่หากใครไม่อยากทาเพราะกลับไปรบกวนลูกในท้องก็สามารถทาครีมหลังคลอดได้ เมื่อเริ่มเกิดรอยแตกใหม่จะเป็นสีแดงระยะนี้ทาครีมช่วยได้แต่เมื่อรอยแตกกลายเป็นสีขาวแล้วจะรักษายากเพราะรอยแตกลึกนั่นเอง ดังนั้นควรหมั่นทาครีมแต่เนิ่น ๆ 2.ทานวิตามินอี – วิธีรับมือท้องลายหลังคลอด ทำอย่างไรให้กลับมาสวยดังเดิม? หากใครไม่มีเวลาทาครัมก็หันมาทานวิตามินเสริมแทนได้ วิตามินอีจะส่วนให้ผิวชุ่มชื้นและมีความยืดหยุ่นจะช่วยผิวไม่เกิดรอยแตกได้ ควรดูให้ดีว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ทานได้หรือไม่ แต่โดยปกติไม่แนะนำ แนะนำให้ทานวิตามินเสริมหลังคลอดแทน เพื่อฟื้นฟูผิวหลังคลอดบุตร 3.ดื่มน้ำให้เพียงพอ – วิธีรับมือท้องลายหลังคลอด ทำอย่างไรให้กลับมาสวยดังเดิม? ความชุ่มชื้นภายในร่างกายจะส่งผลต่อความชุ่มชื้นของผิวเช่นกัน หากร่างกายขาดน้ำ หรือดื่มน้ำน้อยผิวจะแห้งแตกลายง่าย หากดื่มน้ำอย่างเพียงพอวันละ 8 – 10 แก้วจะทำให้ร่างกายชุ่มชื้นเพียงพอและผิวก็จะชุ่มชื้นตามไปด้วย 4.ไม่อาบน้ำอุ่น – วิธีรับมือท้องลายหลังคลอด ทำอย่างไรให้กลับมาสวยดังเดิม? เพราะน้ำอุ่นจะทำให้ผิวของเราแห้งและบางสามารถเกิดรอยแตกลายได้ง่าย ดังนั้นจึงไม่ควรอาบน้ำอุ่นในขณะที่รักษารอยแตกลาย แต่หากเลี่ยงไม่ได้หรือกลัวจะไม่สบาย สามารถอาบน้ำอุ่นได้ปกติแต่ทาครีมหรือเบบี้ออยทุกครั้งหลังอาบเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว 5.ออกกำลังกาย […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

คุณแม่หลังคลอด เตรียมตัวให้พร้อมกับ 6 สุดยอด อาหารเรียกน้ำนมแม่

เป็นที่ทราบกันดีว่าช่วงหลังคลอดถึง 1 เดือนเป็นเวลาที่สำคัญของลูกน้อยที่จะได้รับสารอาหารจากคุณแม่โดยตรงผ่านน้ำนมแม่ แต่ด้วยเทคโนโลยีการทำคลอดปัจจุบัน ทำให้เด็กหลายคนคลอดด้วยวิธีผ่าคลอด ซึ่งเป็นวิธีที่ฝืนธรรมชาติทำให้น้ำนมไหลน้อยกว่าคุณแม่ที่ทำคลอดแบบปกติ อย่างไรก็ตามนักโภชนาการได้ออกมาแนะนำคุณแม่ที่ผ่าคลอด หรือคุณแม่ที่ต้องการให้ลูกได้ดื่มนมจากตัวเองมากขึ้นว่ามีอาหารหลายชนิดที่ช่วยทำให้น้ำนมแม่ไหลออกมาได้มากขึ้น เอาล่ะ คุณแม่หลังคลอดเตรียมตัวให้พร้อมกับ 6 สุดยอด อาหารเรียกน้ำนมแม่ แนะนำ 6 อาหารเรียกน้ำนมแม่ ­1. หัวปลี – สุดยอดอาหารเรียกน้ำนมแม่สำหรับคุณแม่หลังคลอด สรรพคุณหลัก ๆ ของหัวปลีคือช่วยบำรุงเลือด มีทั้งธาตุเหล็กแคลเซียม เบต้าแคโรทีน โปรตีน ซึ่งน้ำนมแม่ก็ผลิตมาจากเลือด ดังนั้นการรับประทานอาหารที่บำรุงเลือด เช่น หัวปลี จะช่วยทำให้แม่หลังคลอดมีน้ำนมไว้เลี้ยงลูกได้นานขึ้นนั่นเอง 2. ปลาแซลมอน – สุดยอดอาหารเรียกน้ำนมแม่สำหรับคุณแม่หลังคลอด แหล่งรวมโปรตีนและวิตามินชั้นดีอย่างโอเมก้า 3 และคอลลาเจน แถมด้วยวิตามินดีคงหนีไม่พ้นอาหารสุดแสนอร่อยอย่าง ปลาแซลม่อน ด้วยความที่แซลมอนมีไขมันดีอยู่จึงช่วยบำรุงน้ำนมให้ทารกได้รับสารอาหารที่ดีขึ้น ดีต่อการพัฒนาการเด็กทางด้านระบบประสาทและสมอง 3. ขิง – สุดยอดอาหารเรียกน้ำนมแม่สำหรับคุณแม่หลังคลอด อีกสุดยอดอาหารสำหรับแม่ที่กำลังให้นมลูกต้องยักให้กับขิง อาหารที่เต็มไปด้วยวิตามินที่มีประโยชน์ ช่วยในเรื่องระบบไหลเวียนเลือด ทำให้น้ำนมแม่ไหลออกมาง่ายขึ้น ทั้งยังมีฤทธิ์แก้คลื่นไส้อาเจียนอีกด้วย ลูกที่ได้รับน้ำนมแม่ที่รับประทานขิงเข้าไปจะช่วยให้ทารกไม่ปวดท้องอีกด้วย 4. กุยช่าย – […]

Read More
กิจกรรมเด็ก คุณแม่มือใหม่ พัฒนาการเด็ก เรื่องน่ารู้

เคล็ดลับ พัฒนาการภาษาของลูก วัย 6-9 เดือน สำหรับคุณแม่มือใหม่

เมื่อลูกเติบโตมากขึ้นจากช่วงวัยทารก เด็กจะสามารถเข้าใจภาษาพูดของพ่อแม่มากขึ้นและเริ่มมีการโต้ตอบกับสิ่งต่างๆรอบตัว ดังนั้นในช่วงอายุหกถึงเก้าเดือนจึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมากเช่นกันที่คุณแม่จะช่วยเสริมสร้าง พัฒนาการภาษาของลูก เพื่อให้ลูกน้อยได้เรียนรู้การสื่อสารและโต้ตอบกับโลกรอบตัว แนะนำเคล็ดลับพัฒนาการภาษาของลูกวัย 6-9 เดือน ซึ่งเคล็ดลับในการกระตุ้นพัฒนาการของลูกในเรื่องของการสื่อสาร สามารถทำได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ ใส่ใจกับเสียงร้องดังๆของลูก เด็กวัยนี้ยังไม่สามารถพูดออกมาได้ว่าพวกเขาต้องการอะไร ดังนั้นจึงใช้วิธีร้องไห้หรือทำเสียงดังเพื่อที่จะให้คุณแม่ได้รู้ ดังนั้นคุณแม่จึงควรให้ความใส่ใจและสังเกตว่าเมื่อไหร่ที่ลูกทำเสียงดังนั้นเขาต้องการอะไร หากตอบสนองอย่างถูกต้องก็จะเป็นการเสริมสร้าง พัฒนาการภาษาของลูก ให้รู้จักการสื่อสารเพื่อให้ได้สิ่งที่พวกเขาต้องการอย่างถูกต้อง โบกมือสวัสดีและบ๊ายบาย โดยทั่วไปแล้วการทักทายเช่นนี้จะใช้เพียงวันละอย่างน้อยหนึ่งครั้ง แต่ถ้าคุณแม่อยากฝึกทักษะในการสื่อสารกับลูก ให้ทำสถานการณ์จำลองนี้ได้ตลอดทั้งวัน ในช่วงแรกลูกอาจจะมีการโต้ตอบที่ไม่สัมพันธ์กันนักแต่เมื่อทำบ่อยๆ เด็กๆจะทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ พูดกับลูกให้มากขึ้นและปล่อยให้ลูกได้พูดด้วยภาษาของเขาเอง เป็นวิธีการกระตุ้น   พัฒนาการภาษาของลูกที่ดีมากวิธีหนึ่งด้วยการแสดงตัวอย่างให้ดู โดยคุณแม่อาจจะพูดคุยกับลูกในช่วงเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือทำกิจวัตรประจำวัน และเมื่อลูกเริ่มพูดด้วยภาษาของตนเองก็ให้การสนับสนุนด้วยการพูดโต้ตอบและปล่อยให้พูดโดยอิสระ ไม่ดุหรือห้าม ชวนลูกร้องเพลงพร้อมทั้งทำท่าประกอบหรือใช้หุ่นมือช่วย เพื่อกระตุ้นความสนใจและทำให้ลูกมีความอยากพูดอยากสื่อสารมากขึ้น ซึ่งการร้องเพลงเป็นการกระตุ้น พัฒนาการภาษาของลูก ที่ดีเพราะมีคำและภาษาที่ใช้ซ้ำๆที่ทำให้ลูกสามารถจดจำและเรียนรู้ได้รวดเร็วขึ้น การเสริมสร้าง  พัฒนาการภาษาของลูก อย่างถูกวิธี ตั้งแต่วัยเด็ก จะทำให้ลูกมีทักษะในการสื่อสารและโต้ตอบกับทุกสิ่งรอบตัวได้เป็นอย่างดี ติดตามบทความ แม่และเด็ก พัฒนาการเด็ก โรคเด็ก การเลี้ยงลูก ได้ที่นี้ แนะนำการส่งเสริม พัฒนาการเด็กวัย 7-9 เดือน ให้เติบโตสมวัย มีอะไรบ้าง ที่มาของภาพ : freepik.com

Read More
Back To Top