Thursday, January 21, 2021
คุณแม่มือใหม่ สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรคเด็ก

ทำความรู้จัก ภาวะตัวเหลือง ในเด็กทารกหลังคลอด ที่พบบ่อย

            ภาวะตัวเหลือง ในเด็กทารกหลังคลอด เกิดจากสารสีเหลืองชนิดหนึ่งในร่างกาย สารนี้จะอยู่ในเม็ดเลือดแดง ถ้าเม็ดเลือดแดงแตกตัว สารนี้จะอยู่ภายในร่างกายของเด็กทารก ส่งผลให้เด็กมีอาการซึม ไม่ดูดนม สีผิวเหลืองขึ้นบริเวณใบหน้าและลำตัว อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นในช่วงสองสัปดาห์แรก หลังจากนั้นสารนี้จะถูกขจัดออกทางอุจจาระและปัสสาวะของเด็ก ภาวะตัวเหลือง โรคที่พบบ่อย กับเด็กทารถหลังคลอด                ภาวะตัวเหลือง ในเด็กทารกพบว่ามี 4 ประเภท คือ ประเภทที่หนึ่งภาวะตัวเหลืองปกติ ส่วนใหญ่จะหายไปเอง ประเภทที่สองภาวะตัวเหลืองที่มีปัญหาทางพยาธิสภาพ ได้แก่ กลุ่มเลือดของแม่และเด็กทารกที่ไม่เข้ากัน เช่น แม่มีกลุ่มเลือด o ลูกมีกลุ่มเลือด A หรือ B ประเภทที่สามภาวะบกพร่องทางเอนไซม์ ภาวะนี้พบมากในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง และประเภทที่สี่ภาวะตัวเหลืองจากนมแม่ เช่น เด็กทารกได้รับนมที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้เด็กขาดน้ำ                สาเหตุที่ส่งผลต่อเด็กที่เกิด ภาวะตัวเหลือง พบว่ามี 3 สาเหตุ คือ สาเหตุแรกสรีระภาพของเด็กทารก เม็ดเลือดแดงของเด็กมีอายุสั้นและมีจำนวนมากกว่าของผู้ใหญ่ ถ้าเม็ดเลือดแดงแตกตัว สารสีเหลืองจะออกมาภายในร่างกายจำนวนที่มาก สาเหตุที่สองพยาธิสภาพของโรค และสาเหตุที่สามตับของเด็กยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการที่ล่าช้าของเด็ก รวมทั้งเด็กมีอาการดูดนมน้อยลง ชักเกร็งและเคลื่อนไหวผิดปกติ […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ พัฒนาการเด็ก สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรคเด็ก

ภาวะเด็กโตเร็วกว่าปกติ ที่ควรรู้ เพื่อป้องกันความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้นกับเด็ก

               ในปัจจุบันพบ ภาวะเด็กโตเร็วกว่าปกติ ทั้งในเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการสำรวจมักพบภาวะนี้ในเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย เกิดจาก 3 สาเหตุ คือ สาเหตุแรกด้านพันธุกรรม พ่อแม่อาจเคยมีภาวะนี้มาก่อน สาเหตุที่สอง ด้านอาหาร โภชนาการ และสาเหตุที่สาม ด้านการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและจิตใจของเด็ก ที่มาจากสภาพแวดล้อมในครอบครัวและสภาพแวดล้อมในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำความรู้จัก และรับมือ ภาวะเด็กโตเร็วกว่าปกติ                ภาวะเด็กโตเร็วกว่าปกติ ในเด็กผู้หญิงพบว่าสมองไปกระตุ้นรังไข่ให้สร้างฮอร์โมนเพศเอสโตรเจน ส่วนในเด็กผู้ชายสมองไปกระตุ้นอัณฑะให้สร้างฮอร์โมนเพศเทสโทสเตอโรนด้วยเช่นกัน ฮอร์โมนเหล่านี้จะส่งผลต่อร่างกายของเด็กทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและจิตใจ ยกตัวอย่างเช่น ด้านจิตใจ เด็กผู้หญิงอาจจะเกิดความเครียด ความกลัว ความวิตกกังวลในการปรับตัวเข้ากับกลุ่มเพื่อน อาจโดนเพื่อนล้อเลียนเรื่องรูปร่าง ส่วนเด็กผู้ชายจะมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์                ลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายของเด็กที่พบภาวะเด็กโตเร็วกว่าปกติที่มีความเหมือนกัน คือ เด็กปกติจะมีส่วนสูงตามเกณฑ์มาตรฐาน แต่ถ้าเด็กที่อยู่ในภาวะนี้ทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายนี้จะมีส่วนสูงมากกว่าเด็กปกติ เบื้องต้นพ่อแม่สามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายของเด็กได้ โดยในเด็กผู้หญิงจะมีเต้านมขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเด็กปกติ ส่วนเด็กผู้ชายจะมีส่วนสูงที่เพิ่มขึ้นเร็วกกว่าเด็กปกติ                วิธีการรักษาเด็กที่อยู่ในภาวะเด็กโตเร็วกว่าปกตินั้น ก่อนรักษาแพทย์จะทำการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเด็กจากพ่อแม่ สภาพแวดล้อมจากการเลี้ยงดู อาหาร โภชนาการ เพื่อทำการประเมินการรักษา โดยแพทย์อาจจะเลือกวิธีรักษาภาวะเด็กโตเร็วกว่าปกติโดยการเอ็กซเรย์มือเพื่อประเมินอายุกระดูกของเด็ก ค่าที่ได้นั้นจะบอกได้ว่าอายุกระดูกของเด็กมากกว่าอายุจริงหรือไม่ และอีกหนึ่งวิธี คือ การตรวจเลือดเพื่อวัดระดับค่าฮอร์โมนเพศ ถ้าเด็กมีค่าที่เพิ่มสูงขึ้น อาจจะต้องใช้ยาในการรักษาเพื่อปรับลดฮอร์โมนเพศให้อยู่ในระดับปกติ สามารถติดตามบทความ แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก โรคเด็ก เรื่องน่ารู้ […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ พัฒนาการเด็ก สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรคเด็ก

อาการเด็กนอนกรน ปัญหาที่พ่อแม่จำเป็น ต้องคอยเฝ้าสังเกตการ

            อาการเด็กนอนกรน มักพบได้ทุกช่วงอายุ ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่ วัยเด็กพบว่ามีจำนวนน้อยที่มีปัญหาเรื่องการนอน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็กก่อนเข้าวัยเรียนและเด็กช่วงวัยประถมศึกษา ซึ่งปัญหาการนอนของเด็กวัยนี้ เป็นอาการบ่งบอกที่สำคัญว่าทางเดินหายใจส่วนต้นมีการอุดตัน อาจส่งผลต่อร่างกายให้เกิดความผิดปกติทางด้านพัฒนาการและสติปัญญา รวมทั้งส่งผลให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเด็กในวัยนี้ อาการเด็กนอนกรน ปัญหาทางด้านสุขภาพของเด็ก                จากผลสำรวจพบว่าปัญหา อาการเด็กนอนกรน มี 2 สาเหตุ ที่ทำให้เด็กเกิดปัญหาการนอน นั่นคือ สาเหตุแรกเกิดจากต่อมอดีนอยด์โต ซึ่งต่อมนี้ทำหน้าที่ในการกำจัดเชื้อโรคและสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันในระบบทางเดินหายใจส่วนบน และสาเหตุที่สองเกิดจากการติดเชื้อเรื้อรังในระบบทางเดินหายใจส่วนบน ยกตัวอย่างเช่น เด็กบางคนมีอาการป่วยด้วยโรคไข้หวัดเรื้อรัง โรคโพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง โรคคออักเสบเรื้อรัง รวมทั้งเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับภูมิแพ้อากาศ                วิธีการสังเกตลักษณะ อาการเด็กนอนกรน ที่พ่อแม่สามารถสังเกตได้ในช่วงเวลากลางคืนเมื่อเด็กนอนหลับ เด็กบางคนมักจะนอนอ้าปากหายใจ หายใจไม่สะดวก หายใจติดขัด มีเหงื่อออกเฉพาะจุดหรือเหงื่อออกทั่วทั้งตัวมากจนผิดปกติ ยกตัวอย่างเช่น บริเวณใบหน้า ศีรษะ ฝ่ามือ มีการหยุดหายใจเป็นพักๆ สะดุ้งหรือผวาตื่นกลางดึก ซึ่งลักษณะอาการเหล่านี้ส่วนใหญ่มักพบได้ในวัยเด็กมากกว่าวัยผู้ใหญ่                วิธีการรักษา อาการเด็กนอนกรน ของเด็กมี 2 วิธี นั่นคือ วิธีแรกรักษาด้วยยาสเตียรอยด์นำมาพ่นจมูก ให้ยาลดอาการบวม ล้างจมูกให้กับเด็ก และวิธีที่สองการผ่าตัด […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

ตั้งครรภ์อายุ 40-50 ปี ยังเป็นไปได้หรือไม่ ที่นี้มีคำตอบ ให้ทุกคนได้ทราบ

               ถ้าพูดถึงเรื่องทางชีววิทยา ตราบใดที่คุณผู้หญิง40-50 ที่ยังไม่หมดประจำเดือน คุณย่อมมีโอกาส ตั้งครรภ์อายุ 40-50 ปี ได้เสมอ แล้วถ้าพูดถึงเรื่องสังคมล่ะ…เราจะเห็นว่าผู้หญิงยุคนี้แต่งงานกันช้าลง หลายคู่ที่ตัดสินใจลงหลักปักฐานในช่วง 30-35 ปี ซึ่งทำให้ช่วงเวลาการมีบุตรถูกเลื่อนห่างออกไปอีก ดังนั้นการแพทย์ในปัจจุบันจึงมีนวัตกรรมมากมายที่ช่วยสนับสนุนให้สตรีตั้งครรภ์แม้จะอายุมากแล้ว แทนที่จะพูดว่า “ไม่ควรมี” เพราะไม่อย่างนั้นเราก็คงไม่มีประชากรรุ่นใหม่ นาฬิกาของร่างกาย ผู้หญิงสามารถ ตั้งครรภ์อายุ 40-50 ปี ได้หรือไม่ เราทุกคนเคยได้ยินเกี่ยวกับ “นาฬิกาชีวภาพ” ว่าช่วงเวลาการเจริญพันธุ์ตามธรรมชาติของผู้หญิงอยู่ระหว่าง 20-30 ปี แต่ความจริงแล้ว วิถีชีวิตของคนยุคปัจจุบันได้ชี้ให้เห็นว่าแม้นาฬิกาชีวิตจะสำคัญ ทว่าความพร้อมของการมีบุตร ความพร้อมในการเลี้ยงดู สร้างอาชีพ ก็เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้นคุณจะสามารถตั้งครรภ์อายุ 40-50 ปีก็ยังสามารถเป็นไปได้                การมีบุตรในช่วงเวลาที่หน้าที่การงาน ฐานะทางสังคมของคุณพร้อม คือสิ่งที่รับรองได้อย่างดีว่าคุณควรผลิตเด็กสักคนให้สังคม และในช่วงวัยของคุณที่มีวุฒิภาวะมากแล้ว จะช่วยลดอัตราการเกิดความเครียดระหว่างตั้งครรภ์ได้ด้วย แต่ก็มีบางสิ่งที่ต้องพิจารณา เพราะการตั้งครรภ์อายุ 40-50 ปีนั่นหมายถึงคุณมีภาวะความเสี่ยงต่อสิ่งเหล่านี้มากกว่าปกติ ภาวะครรภ์เป็นพิษ (ความดันโลหิตสูงชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์) โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์นอกมดลูก (เมื่อไข่ติดอยู่นอกมดลูก) มีความเสี่ยงสูงที่จะต้องได้รับการผ่าตัดคลอด การแท้งบุตร […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ เรื่องน่ารู้

ให้นมบุตรในที่สาธารณะ สิทธิตามกฎหมาย ของคุณแม่ ที่น่าสนใจ

ให้นมบุตรในที่สาธารณะ นับว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจไม่น้อยแม้แต่ในสังคมไทย เรามักจะเห็นคุณแม่ถกกันเรื่องนี้ผ่านพื้นที่โซเชียลหลายครั้ง รวมถึงประชาชนทั่วไปก็เช่นกัน แน่นอนว่าสำหรับไทย การนมบุตรด้วยนมแม่ในที่สาธารณะยังไม่สามารถทำได้อย่างเปิดเผย เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับโดยตรง จะมีก็แต่เพียงบรรทัดฐานทางสังคมที่บ่งชี้ว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมเท่านั้น อย่างไรก็แล้วแต่ การให้นมแม่ในที่สาธารณะของประเทศสหรัฐอเมริกาถือว่ามีความน่าสนใจอย่างยิ่ง จึงเอามาให้คุณแม่และคนทั่วไปได้ลองอ่านกัน ทำไมจึงจำเป็นต้องมีการ ให้นมบุตรในที่สาธารณะ ที่บ้านหรือที่มิดชิดไม่ได้หรือ? คำถามนี้คงเกิดในใจของหลายคน ทว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายอนุญาต ให้นมบุตรในที่สาธารณะ ได้กำหนดไว้อย่างน่าสนใจว่า ในการใช้ชีวิตตามปกติของคนเรานั้น เราอาจสามารถควบคุมและกำหนดสิ่งต่างๆ รวมไปถึงความหิวของเราได้ ทว่าสำหรับเด็กทารกการใช้บรรทัดฐานแบบผู้ใหญ่นั้น อาจส่งผลเสียมากกว่าที่คิด ด้วยคุณแม่บางคนอาจสามารถควบคุมลูกยามหิวให้ทนรอต่อไปจนกว่าจะพบสถานที่ให้นม ทว่าการกระทำแบบนั้นอาจต้องใช้เวลานาน และกลายเป็นการฝืนให้ทารกอดอาหารยาวนาน และส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองและร่างกาย แม้คุณแม่บางคนอาจเลือกใช้การปั๊มนมสำรองไว้ ทว่าไม่ใช่เด็กทารกทุกคนที่จะดื่มนมจากขวดได้ ดังนั้นเราต้องยอมรับว่า เด็กทารกเป็นวัยที่ชอบกินมาก กินแล้วนอน นอนแล้วกิน พวกเขาต้องการนมแม่แทบทุกเวลา มีที่ใดบ้าง ในสหรัฐอเมริกาที่อนุญาตให้นมบุตรในที่สาธารณะ ให้นมบุตรในที่สาธารณะในสหรัฐอเมริกาสามารถทำได้ทั้ง 50 รัฐ รวมถึง วอชิงตัน ดี.ซี. และเปอร์โตริโก โดยพื้นฐานคือคุณแม่ต้องมีเสื้อให้นม ทว่าใน 30 รัฐเฉพาะที่ระบุดังต่อไปนี้ ได้อนุญาตให้นมบุตรในที่สาธารณะโดยสิ้นเชิง คุณแม่ไม่ถือว่ากระทำอณาจารแม้ไม่มีสิ่งปกปิดเต้านม 30 รัฐ ได้แก่ อลาสก้า, แอริโซนา, อาร์คันซอ, […]

Read More
กิจกรรมเด็ก สุขภาพ เรื่องน่ารู้

การกอด คือพลังที่มหัศจรรย์ อันยิ่งใหญ่ ภายในครอบครัว

               เชื่อหรือไม่ว่าเพียงแค่เรากอดลูกหรือคนภายในครอบครัว ก็สามารถสร้างพลังอันมาหาศาลให้แก่เราได้ รวมไปถึงผู้ที่ถูกเรากอดด้วย เพราะ การกอด เหมือนเป็นการสร้างสายใยรัก และช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์กับครอบครัวให้แน่นแฟ้น อีกทั้งยังลดการทะเลาะวิวาทรวมไปถึงความแตกแยกที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย เนื่องจากการกอดจะสร้างความอบอุ่นและความเชื่อใจที่ลูกจะมีต่อเรานั่นเอง การกอด สิ่งเสริมพลัง มหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ ในครอบครัว                เพราะเวลาที่เรากอดกันสมองจะรับรู้ได้แล้วหลั่งสารชนิดหนึ่งออกมา ซึ่งเรียกันว่าสารแห่งความสุข อย่าง สารเอ็นดอร์ฟิน โดปามีน เซโรทานิน จะถูกกระตุ้นขึ้นมาเมื่อตัวเราได้รับการกอดอันแสนอบอุ่นนี้ อีกทั้งยังไปกระตุ้นความรู้สึกของการเชื่อใจและความไว้วางใจให้ถูกสร้างขึ้น ของลูกที่จะมีต่อแม่หรือคนที่ได้เลี้ยงดูเด็กนั่นเอง ซึ่งนอกจากการเล่นกับเขาแล้ว การกอดก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรพลาดเลย                เนื่องจากเด็กจะรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นเมื่อเขาได้ถูกโอบกอดจากคนที่เขารัก จึงเรียกได้ว่าการกอดนั้นเปรียบเสมือนยาใจหรือยาวิเศษที่คอยเชื่อมโยงความรักเข้าด้วยกัน และอีกอย่างการกอดก็เปรียบเหมือนเป็นการให้กำลังใจอีกด้วย เพราะเมื่อลูกของเราเริ่มที่จะต้องไปเผชิญโลกกว้างในโรงเรียน บางทีเขาก็รู้สึกท้อแท้หรือเหนื่อยกับสิ่งที่เจอมา และอาจจะทำให้เกิดความเครียดได้ แต่เพียงแค่เราไปโอบกอดเขา อารมณ์เหล่านี้ก็จะหายไปในทันทีเลย                อีกทั้งยังมีงานวิจัยในเรื่องของการกอดนี้ด้วยว่า เด็กที่ได้รับการกอดอยู่บ่อยครั้งพวกเขาจะมีอารมณ์ที่มั่นคง และความสัมพันธ์ภายในครอบครัวก็ไม่ค่อยมีปัญหา แต่ต่างกับบางครอบครัวที่ไม่ค่อยแสดงความรักด้วยการกอดกัน ซึ่งเด็กเหล่านี้จะมีความแปรปรวนทางอารมณ์ รวมไปถึงมีเหตุที่ทำให้ทะเลาะภายในครอบครัวอยู่บ่อยครั้ง และความรู้สึกจะไม่ค่อยมีความสุขสักเท่าไร ซึ่งต่างกับครอบครัวที่มีสายใยรักอันอบอุ่น และเรียกได้ว่าการกอดนั้นเหมือนเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ทที่เสริมสร้างครอบครัวให้แข็งแรงนั่นเอง     สามารถติดตามบทความ แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก โรคเด็ก เรื่องน่ารู้ ได้ที่นี้ มาทำความรู้จักถึง 3 ข้อดีที่ แม่กอดลูก บ่อย ๆ ให้ประโยชน์มากกว่าที่คิด […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

แม่ที่กำลังให้นมบุตร ป่วยจนต้องกิน ยาปฏิชีวนะ ควรทำอย่างไร

ไม่มีใครอยากป่วยแน่นอน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ต้องดูแลให้นมบุตร คุณแม่ให้นมควรตระหนักเสมอว่าสุขภาพของตนเองในช่วงนี้คือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับลูกน้อย แต่ในเมื่อเกิดป่วยขึ้นมาแล้วก็ต้องพยายามปฏิบัติตนในการรักษาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอาการป่วยบางอย่างซึ่งต้องใช้ ยาปฏิชีวนะ ซึ่งไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลอยู่เสมอ การทาน ยาปฏิชีวนะ ขณะที่ยังให้นมบุตร มีผลอย่างไรบ้าง นอกเหนือจากความกังวลเกี่ยวกับที่ว่า ยาปฏิชีวนะ อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของทารกแล้ว ยังมีข้อกังวลอื่นๆ เกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะโดยคุณแม่ที่ยังให้นมบุตร เพราะยาปฏิชีวนะมีหลักการทำงานโดยการฆ่าแบคทีเรียในร่างกายของคุณแม่ ทั้งแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของอันตราย และแบคทีเรียที่ดี ด้วยเหตุนี้ยาปฏิชีวนะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงทั้งแม่และเด็ก ยาปฏิชีวนะ ชนิดใดที่ปลอดภัย มักจะพิจารณาเป็นกรณีไปโดยขึ้นอยู่กับวินิจฉัยของกุมารแพทย์ อายุ น้ำหนัก และสุขภาพโดยรวมของทารก อย่างไรก็ตามยาปฏิชีวนะที่ถือว่าปลอดภัยสำหรับสตรีให้นมบุตรและมีขายตามร้านขายยา ได้แก่ Penicillins เช่น Amoxicillin และ Ampicillin Cephalosporins เช่น Cephalexin (Keflex) Fluconazole (Diflucan) เป็นยาต้านจุลชีพทั่วไปที่ใช้ในการรักษาอาการติดเชื้อรา อย่างไรก็ดี ควรปรึกษาเภสัชกรและกุมารแพทย์เสมอ สิ่งที่ควรปรึกษาหากแพทย์กำลังสั่งยาปฏิชีวนะให้คุณ แจ้งอายุรแพทย์ว่าคุณให้นมบุตร ต้องปรึกษากุมารแพทย์ ถามว่ายานี้ปลอดภัยสำหรับลูกน้อยหรือไม่ ถามว่ามีผลข้างเคียงที่ลูกของคุณอาจพบหรือไม่ ถามว่าคุณควรให้โปรไบโอติกกับลูกน้อยหรือไม่ ถามว่ามียาปฏิชีวนะทางเลือกสำหรับแม่ให้นมบุตรหรือไม่ ถามว่าหากทานยาปฏิชีวนะในปริมาณที่น้อยลงยังสามารถรักษาโรคได้หรือไม่ ถามว่าคุณต้องใช้ยานานแค่ไหนในการรักษา จะเป็นอย่างไรถ้าคุณต้องทานยาปฏิชีวนะขณะให้นมบุตร ลูกของคุณอาจปวดท้องและงอแง เป็นเพราะ ยาปฏิชีวนะ […]

Read More
กิจกรรมเด็ก คุณแม่มือใหม่ พัฒนาการเด็ก สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรคเด็ก

การเรียนรู้ และการดูแล เด็กออทิสติก ให้ถูกต้องอย่างถูกวิธี

               ในสังคมไทยเราจะได้ยินคำว่า เด็กพิเศษ หรือ เด็กออทิสติก อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งในปัจจุบันพบว่ามีเด็กกลุ่มนี้เพิ่มสูงขึ้นทุกปี คนบางกลุ่มในสังคมมักจะมีความเข้าใจว่า เด็กกลุ่มนี้มีความพิการมาตั้งแต่แรกเกิด แต่ในความจริงแล้ว มีหลายสาเหตุที่ส่งผลให้เด็กกลุ่มนี้อยู่ในภาวะของความผิดปกติของระบบสมองที่มาตั้งแต่แรกเกิด ส่งผลให้เด็กมีปัญหาทางด้านการเข้าสังคมและการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งแรกที่พ่อแม่ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจพฤติกรรมของเด็กกลุ่มนี้ เด็กออทิสติก กลุ่มเด็กที่มีความผิดปกติ ทางด้านพัฒนาการ                เด็กออทิสติก เป็นกลุ่มเด็กที่มีความผิดปกติทางด้านพัฒนาการ มีความบกพร่องในด้านการเข้าสังคมและการสื่อความหมาย ซึ่งทำให้เด็กมีความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน มีพฤติกรรม ความสนใจในกิจกรรมรูปแบบเดิมซ้ำๆ มีลักษณะที่ไม่ยืดหยุ่น ซึ่งเด็กกลุ่มนี้ต้องได้รับการดูแล ฟื้นฟูสมรรถภาพ ความสามารถต่างๆ เฉพาะด้านที่เด็กมีและการสนับสนุนและการส่งเสริมจากพ่อแม่มากกว่าเด็กทั่วๆ ไป ในวัยเดียวกัน                ภาวะของ เด็กออทิสติก มีหลายสาเหตุ ได้แก่ แม่ของเด็กอาจจะเกิดความเครียดในขณะตั้งครรภ์ อาจจะมีความผิดปกติของเด็กขณะคลอดหรือเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม เป็นต้น เบื้องต้นมีวิธีในการสังเกตอาการของเด็กกลุ่มนี้ คือ 1.เด็กอายุ 1 ปี ไม่สามารถพูดคำเดี่ยวได้ เช่น คำว่า พ่อ แม่ เป็นต้น 2.พัฒนาการทางด้านภาษาล่าช้า 3.ไม่มีการตอบสนองต่อการที่คนอื่นเรียกชื่อของตนเอง และ 4.ไม่ชี้บอกความต้องการของตนเอง                  […]

Read More
กิจกรรมเด็ก คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ พัฒนาการเด็ก สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรคเด็ก

โรคสมาธิสั้น ความบกพร่องของสมอง ในวัยเด็ก ภัยเงียบ ที่พ่อแม่ควรรู้

               จากผลการสำรวจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบว่ามีเด็กเกิด โรคสมาธิสั้น ในกลุ่มอายุน้อยมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่เริ่มมีการเรียนรู้และสื่อสารได้เลยทีเดียว และถ้าสุ่มตรวจห้องเรียนสักห้องหนึ่ง ก็จะต้องพบเด็กที่ไม่สามารถโฟกัสกับอะไรได้นานพอ อย่างน้อยที่สุดประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ แถมยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นทุกปี ด้วยสื่อของยุคปัจจุบันที่ค่อนข้างเร็ว ดึงความสนใจอยู่ตลอดเวลา จึงเหมือนเป็นการฝึกให้เด็กจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ตรงหน้าไม่ได้เลย ทำความรู้จัก โรคสมาธิสั้น ในวัยเด็ก                โรคสมาธิสั้น เป็นความบกพร่องที่เชื่อมโยงกับระบบการทำงานของสมอง การควบคุมสมาธิ การยับยั้งชั่งใจและการวางแผนในการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งสาเหตุมาจากความสมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง โดยเฉพาะสมองส่วนหน้าที่ควบคุมสมาธิ ความจดจ่อ การยับยั้งชั่งใจและการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ทำงานน้อยกว่าเด็กปกติ ซึ่งเด็กบางคนมีลักษณะอาการที่พบแตกต่างกัน เช่น เด็กบางคนมีอาการอยู่ไม่นิ่งหรือเด็กบางคนมีอาการอยู่นิ่ง แต่อาจจะมีอาการเหม่อลอย                อาการของ โรคสมาธิสั้น ในวัยเด็ก ส่วนมากพบว่าเด็กมักจะมีอาการเบื่อง่าย ลงมือทำสิ่งใดมักจะไม่ประสบ ความสำเร็จ ทำงานไม่รอบคอบ อยู่ไม่นิ่ง วอกแวกง่าย ดื้อซน ไม่มีสมาธิ ควบคุมพฤติกรรมของตัวเองได้ยาก หุนหันพลันแล่นและวู่วาม อาการเหล่านี้มักจะส่งผลเสียต่อการเรียนรู้ของเด็ก การทำกิจวัตรประจำวันและการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับสมาชิกในครอบครัวและผู้อื่น นอกจากนี้เด็กยังมีความก้าวร้าว ดื้อต่อต้านที่มีผลมาจากการถูกตำหนิและการลงโทษ                คำแนะนำของแพทย์ในการดูแลเด็กที่ป่วยด้วย โรคสมาธิสั้น นั่นคือ พ่อแม่ต้องเข้าใจและยอมรับเกี่ยวกับความบกพร่องของเด็ก จัดสภาพแวดล้อมให้เป็นระเบียบ […]

Read More
ปัญหาและวิธีการแกไข้ พัฒนาการเด็ก สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรคเด็ก

ทำความรู้จัก โรคพฤติกรรมดื้อต่อต้าน ในเด็กวัยเล็ก และเด็กวัยประถม

               ในปัจจุบันพบว่าเด็กไทยมี โรคพฤติกรรมดื้อต่อต้าน มากขึ้น ส่วนใหญ่มักจะพบในเด็กวัยเล็กไปจนถึงเด็กวัยประถม เด็กกลุ่มนี้มักจะมีอาการอารมณ์ฉุนเฉียว โมโหง่ายอยู่เป็นประจำ ซึ่งพฤติกรรมอารมณ์ของเด็กในช่วงอายุและวัยนี้มีแนวโน้มที่จะไม่ลดลงและอาจจะกลายเป็นการต่อต้าน ส่งผลกระทบต่อการเข้าสังคมของเด็กและความสัมพันธ์กับคนอื่นในอนาคตได้ โรคพฤติกรรมดื้อต่อต้าน ในวัยเด็ก                โรคพฤติกรรมดื้อต่อต้าน เป็นพฤติกรรมของเด็กวัยเล็กในช่วงอายุ 2-3 ปี ไปจนถึงเด็กวัยประถมในช่วงอายุ 8-9 ปี เด็กในช่วงวัยนี้พยายามที่จะเป็นตัวของตัวเอง ไม่รู้ขอบเขตของตัวเองว่าควรทำหรือไม่ควรทำสิ่งใด จะรู้ได้ก็ต่อเมื่อมีผู้ใหญ่บอกว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นดีหรือไม่ดี นอกจากลักษณะอาการของเด็กจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวและโมโหง่ายแล้ว ยังมีพฤติกรรมในด้านอื่นๆ อีก ได้แก่ การก่อกวนผู้อื่น ไม่ทำตามกฎระเบียบ ซึ่งพฤติกรรมลักษณะนี้มักจะแสดงออกต่อพ่อแม่                สาเหตุที่ทำให้เกิด โรคพฤติกรรมดื้อต่อต้าน ในเด็ก ส่วนหนึ่งที่พบ คือ มาจากบุคลิกของเด็ก เด็กจะค่อนข้างมีความชัดเจนในตัวเอง และอีกสาเหตุหนึ่งมาจากสิ่งแวดล้อมในครอบครัว เช่น พ่อแม่อาจจะมีปฏิกิริยาที่ไม่เหมาะสมต่อการต่อต้านพฤติกรรมของเด็ก ซึ่งถ้าเด็กแสดงพฤติกรรมลักษณะนี้ออกมามากๆ อาจจะส่งผลเสียต่อเด็กในอนาคต เช่น เด็กอาจจะไม่ได้รับการยอมรับจากคนในสังคมและจะมีความภาคภูมิใจในตัวเองลดต่ำลงเมื่อได้แสดงออกต่อหน้าคนอื่น                โรคพฤติกรรมดื้อต่อต้าน ในเด็กมักจะมีความสัมพันธ์กับโรคพฤติกรรมเกเรต่อต้านสังคม วิธีการรักษาโรคชนิดนี้สามารถรักษาได้โดยการประเมินความสัมพันธ์คนในครอบครัวเป็นอันดับแรก เนื่องจากว่าเด็กบางคนมีลักษณะเฉพาะบางอย่าง ซึ่งอาจจะใช้วิธีรักษาในบางวิธี ในส่วนของพ่อแม่ต้องให้เวลากับลูกมากขึ้น พูดชมเชยต่อเมื่อเด็กมีพฤติกรรมที่ดี เพิกเฉยต่อเด็กเมื่อมีพฤติกรรมที่ไม่ดีและไม่ควรดุหรือตีเด็ก ซึ่งถ้าดุหรือตีเด็กจะส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมที่ต่อต้านมากขึ้น สามารถติดตามบทความ แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก โรคเด็ก เรื่องน่ารู้ […]

Read More
Back To Top