Tuesday, November 30, 2021
เรื่องน่ารู้

ลงโทษลูกโดยไม่ต้องตี ก็ดีขึ้นได้ เคล็ดลับการเลี้ยงลูกที่ดี ที่ทุกคนต้องทราบ

พ่อแม่มักเข้าใจว่าการลงโทษลูกที่ได้ผล  ลูกต้องเจ็บตัวระดับหนึ่งถึงจะจำและไม่ทำอีก  แต่ความจริงที่ลูกจำก็คือความเจ็บตัวและเจ็บใจที่ถูกพ่อแม่ลงโทษไม่ว่าเขาจะผิดจริงๆ ก็ตาม  ซึ่งอาจตามมาด้วยการ (แอบ) ทำผิดซ้ำๆ อีก  หากพ่อแม่ไม่รู้เขาจะรู้สึกว่าประสบความสำเร็จ  ดังนั้นการ ลงโทษลูกโดยไม่ต้องตี น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า  เลือกวิธี ลงโทษลูกโดยไม่ต้องตี ลงโทษลูกโดยการแจกดินสอ… เป็นวิธีลงโทษลูกโดยไม่ต้องตี ที่เหมาะกับลูกที่พอจะเขียนหนังสือได้  (หรือหากเป็นลูกเล็กก็อาจให้เขาวาดรูปแล้วบรรยายรายละเอียดให้ฟัง)  วิธีการคือให้ลูกเขียนเรียงความถึงปัญหาหรือความผิดของเขาลงในกระดาษ  ซึ่งมีประโยชน์  ดังนี้ –  การเขียนช่วยเบี่ยงเบนอารมณ์โกรธหรือไม่พอใจพ่อแม่ที่ต่อว่าเขา  ทำให้ลูกสงบเร็วขึ้น –  ลูกได้ระบายความรู้สึกที่แท้จริงออกมา  ได้ทำความเข้าใจตัวเอง  เข้าใจสถานการณ์มากขึ้น  เมื่อพ่อแม่อ่านก็เข้าใจลูกอีกทาง –  การเขียนอาจทำให้ลูกค้นพบวิธีแก้ไขความผิดพลาดด้วยตนเอง ลงโทษลูกโดยการยึดแต้ม วิธีลงโทษลูกโดยไม่ต้องตี นี้เหมาะกับลูกเล็กที่ (ยัง) สามารถหลอกล่อด้วยแต้ม  ดาว  หรือสิ่งสมมติแทนรางวัลเมื่อลูกทำตัวน่ารัก  ซึ่งพ่อแม่อาจนำการยึดแต้มมาลงโทษลูกได้ในเวลาที่เขาไม่เชื่อฟัง  ซึ่งวิธีลงโทษลูกเช่นนี้นอกจากจะไม่เจ็บตัวแล้วยังสนุกด้วย  เพราะเด็กส่วนใหญ่ชอบการแข่งขัน  เขาจะขยันทำตัวดีและหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษด้วยการตัดแต้ม  อาจหลอกล่อลูกด้วยคำพูดเหล่านี้ –  “หากหนูยังแกล้งน้องอีก  แม่ขอยึดดาวคืนดวงนึงนะคะ” –  “พ่อไม่อยากตัดแต้มของลูกคืน  แต่จำเป็นต้องทำเพราะวันนี้ลูกไม่ยอมทำการบ้านนะครับ” ลงโทษลูกโดยการสร้างความรับผิดชอบ ลูกที่ซนจัด  หาทำจนได้เรื่อง เช่น เตะบอลมาถูกข้าวของเสียหาย  หากการทำความสะอาดไม่อันตรายพ่อแม่ต้องถือคติว่าใครทำใครรับผิดชอบ  […]

Read More
ปัญหาและวิธีการแกไข้ พัฒนาการเด็ก

ลูกขี้กลัว พ่อแม่จะรับมือ และทำอย่างไร ให้ลูกกล้าหาญขึ้น

ลูกขี้กลัว เพราะความกลัวเป็นตัวฉุดรั้งทำให้ลูกไม่กล้าที่จะทำสิ่งต่างๆ และเอาชนะใจตัวเอง  คนเป็นพ่อแม่ไม่ควรวางเฉย  ต้องช่วยลูกแก้ปัญหาก่อนความกลัวจะกลืนกินความกล้าหาญของลูกจนยากจะเยียวยา ลูกขี้กลัว เกิดจากสาเหตุ ลูกขี้กลัว มีที่มาที่ไปจากหลายสาเหตุ  ได้แก่ –  ขาดการดูแลใส่ใจจากพ่อแม่  ทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยว  ไม่ปลอดภัย  ไม่มั่นใจ  อะไรๆ จึงน่ากลัวไปเสียหมด –  ถูกพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ขู่  หลอกเล่น  หรือทำให้ตกใจกลัวบ่อยๆ  เช่น  หลอกผี  ลูกจึงฝังความกลัวเข้าสู่ใจ –  คนใกล้ชิดลูกเป็นคนขี้กลัว  ตกใจง่าย  ชอบร้องเสียงดังเวลาตกใจกลัว  ลูกจึงได้รับแบบอย่างที่ไม่เหมาะสม –  ลูกได้รับการกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง  เช่น  พ่อแม่อาจมีความจำเป็นต้องพาลูกไปฝากผู้อื่นเลี้ยงนานเป็นเดือนหรือเป็นปี  ลูกอาจเสียใจและฝังใจกลัวการถูกทอดทิ้ง  วิธีรับมือกับลูกขี้กลัว ความที่ยังเด็กลูกจึงกลัวไปต่างๆ นานา  ได้แก่  กลัวสัตว์บางชนิด  ผี  ความมืด  ที่แคบ  ความสูง  เงา  คนแปลกหน้า  พ่อแม่จึงต้องรู้วิธีรับมือกับความกลัวของลูก  ดังนี้ ดุ = พ่อแม่ไม่เข้าใจ พ่อแม่ต้องเอาใจลูกมาใส่ใจตัวเองก่อน  ตอนยังเด็กพ่อแม่อาจกลัวอะไรที่น่าขันกว่าความกลัวของลูกก็เป็นได้  หากเห็นว่าลูกไร้สาระและดุด่าว่าโตแล้วยังกลัวอีก  เวลาที่โดนดุนอกจากจะไม่พอใจแล้วอาจยังรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่เคยเข้าใจเขาเลย  ความกลัวก็ยังคงอยู่  ที่เปลี่ยนแปลงคือความชิดใกล้ที่ค่อยๆ […]

Read More
พัฒนาการเด็ก

ความกลัวของลูก ในวัยต่างๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน ควรเรียนรู้ และทำความเข้าใจ

ความกลัวของลูก ในวัยต่างๆ เกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ  เพราะขนาดผู้ใหญ่หลายคนยังกลัวอะไรที่น่าขันหรือไม่น่าจะกลัวได้จริงไหม  ดังนั้นคนเป็นพ่อแม่ต้องรู้ว่าลูกแต่ละวัยกลัวสิ่งใด  จะได้เข้าใจและพร้อมที่จะรับมือกับความกลัวนั้นๆ ทำความรู้จัก และทำความเข้าใจกับ ความกลัวของลูก ในวัยต่างๆ ความกลัวของลูกน้อยวัยทารก     ทำความรู้จักความกลัวของลูก เริ่มกันที่วัยทารกลูกมักกลัวแทบจะทุกสิ่งก็ว่าได้  เพราะทุกสิ่งล้วนแปลกใหม่และอยู่นอกเหนือความเข้าใจของเด็กในวัยนี้  ได้แก่  กลัวคนแปลกหน้า  กลัวเสียงดังอย่างเสียงสุนัขเห่า  ฟ้าผ่า  ดังนั้นต้องอยู่ข้างๆ ลูก  เวลาที่เขากลัวแล้วมีพ่อแม่อยู่ด้วย  เขาจะได้รู้สึกปลอดภัยและไม่ตกใจกลัวเกินไป  ความกลัวของลูกวัย  1  –  3  ปี  เป็นวัยแห่งการเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ  ทำให้เกิดความกลัวของลูกกับบางกิจกรรมที่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตได้  เช่น  กลัวการออกจากบ้าน  นอนในห้องคนเดียว  ว่ายน้ำ  ปั่นจักรยาน  ซึ่งพ่อแม่สามารถป้องกันอาการกลัวเกินเหตุ  ทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยขึ้นได้  ยกตัวอย่างเช่น –  หากลูกปั่นจักรยาน  ควรหาอุปกรณ์เซฟความปลอดภัยให้  บอกเขาว่าสิ่งนี้จะช่วยให้ปั่นจักรยานสนุกขึ้น –  อยู่ใกล้ๆ เมื่อเขาทำกิจกรรม  เมื่อรู้สึกว่าลูกไม่โอเคค่อยช่วยเหลือ  ไม่ต้องประคองลูกตลอดเวลาก็ได้… –  สอนให้ลูกเรียนรู้ว่ายิ่งใช้เวลากับสิ่งที่กลัวมากเท่าไร  สิ่งนั้นก็จะน่ากลัวน้อยลงจนกลายเป็นสิ่งที่ไม่น่ากลัวในที่สุด ความกลัวของลูกวัย  3  –  5  ปี  […]

Read More
เรื่องน่ารู้

ลูกอยากรู้เรื่องเพศ พ่อแม่อย่างเราๆ ต้องเตรียมรับมือ และต้องทำอย่างไร?

พ่อแม่หลายคนอาจกระอักกระอ่วนใจเมื่อเห็นว่า ลูกอยากรู้เรื่องเพศ  ไม่รู้จะจัดการอย่างไร  วันนี้เราจะมาแก้ปัญหาไปด้วยกันค่ะ  แนะนำ วิธีการรับมือเมื่อ ลูกอยากรู้เรื่องเพศ  พฤติกรรมที่แสดงว่า ลูกอยากรู้เรื่องเพศ  สนใจอวัยวะเพศตนเอง  ชอบลูบคลำหรือถูไถอวัยวะเพศเล่น สนใจอวัยวะเพศของเพื่อนต่างเพศ  อาจมีการแลกเปลี่ยนกันดู ลูกชายชอบแอบดูกางเกงในหรือเปิดกระโปรงเพื่อนผู้หญิงเล่น ลูกชายสนใจคนใกล้ชิดที่เป็นผู้หญิงอย่างคุณแม่  พี่เลี้ยง  คุณครู  อาจชอบแอบดูเวลาอาบน้ำ   เปลี่ยนเสื้อผ้า  หรือแม้แต่จับหน้าอก รับมือได้เมื่อลูกอยากรู้เรื่องเพศ     เก็บให้เรียบ อันดับแรกพ่อแม่ต้องเก็บสื่อบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่ให้พ้นตาลูกเพื่อไม่ให้กระตุ้นเรื่องเพศ  ไม่ (แอบ) เอาไปศึกษาด้วยตนเอง…  ไม่ว่าจะเป็นชุดนอนวาบหวิว  ถุงยาง  หนังสือโป๊  ซีดีโป๊ เข้าใจหน่อย พ่อแม่ต้องทำความเข้าใจว่าลูกอยากรู้เรื่องเพศ เป็นธรรมชาติของเด็กวัยนี้  ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย  และไม่เกี่ยวข้องกับความต้องการทางเพศหรือความรู้สึกทางเพศใดๆ ด้วย อย่าทำอย่างนี้! เมื่อลูกอยากรู้เรื่องเพศ พ่อแม่ไม่ควรทำสิ่งเหล่านี้  เพราะลูกอาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีและทำต่อไป  ได้แก่  –  ยิ้มหรือหัวเราะสนุกสนานชอบใจ –  พูดชมเชยหรือส่งเสริมลูกโดยไม่รู้ตัว  เช่น  เก่งจริงๆ  สุดยอดไปเลย  ร้ายจริงนะเรา  เป็นผู้ใหญ่แล้ว  โตเป็นหนุ่มแล้ว –  เฉยเมยไม่สนใจ  ใคร่ทำก็ทำไป… […]

Read More
กิจกรรมเด็ก เรื่องน่ารู้

ของเล่นฝึกพัฒนาการ และทักษะในด้านต่างๆ ของลูกน้อยวัยอนุบาล

 นอกเหนือจากการดูแลที่ดีของพ่อแม่แล้ว  ลูกน้อยจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดดหากได้เล่นของเล่นที่ช่วยฝึกพัฒนาการและทักษะต่างๆ  ด้วย ของเล่นฝึกพัฒนาการ ได้อีกด้วยมาดูกันว่ามีของเล่นอะไรน่าสนใจบ้าง ของเล่นฝึกพัฒนาการ แต่ละอย่าง  มีดีแตกต่างกันออกไป ของเล่นฝึกพัฒนาการกล้ามเนื้อโดยรวม พัฒนากล้ามเนื้อโดยรวมเพื่อสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงแก่ร่างกาย ได้แก่  เชือกโหน  ชิงช้า  ไม้ลื่น  ไม้กระดก  ราวโหน  อุโมงค์  บ่อบอล  บ่อทราย  ซึ่งลูกควรอยู่ในความดูแลของพ่อแม่หรือผู้ใหญ่เพื่อความปลอดภัย ของเล่นฝึกพัฒนาการกล้ามเนื้อมือ เป็นการฝึกกล้ามเนื้อมือมัดเล็ก  มัดใหญ่  และข้อมือ  ที่มีความสำคัญในการหยิบจับสิ่งต่างๆ รวมถึงการเขียนหนังสือด้วย ได้แก่  ของเล่นที่ฝึกการเคลื่อนไหวของมือในลักษณะต่างๆ ตี  (กลอง)  บีบ  (ลูกบอลยาง) วาง  (ตัวต่อบล็อกไม้  ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่  ซึ่งลูกจะได้ต่อบล็อกไม้ตามจินตนาการอย่างสนุกสนาน) ร้อย  (ร้อยลูกปัด  ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างนิ้วมือ  เป็นการร้อยลูกปัดรูใหญ่หลากสีลงในเชือก) เสียบ  (บล็อกไม้เสียบเสา  ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก  มีหลายเสา  ซึ่งเสาที่ว่านี้จะมีเดือยเล็กๆ ยื่นออกมาในลักษณะต่างกัน  หากลูกหาบล็อกไม้ที่ถูกต้องใส่ลงบนเสาได้  บล็อกไม้ก็จะเลื่อนลงไป) โยน  (ลูกบอล  ลูกโป่ง  ถือเป็นของเล่นฝึกพัฒนาการแบบบ้านๆ) หมุน,  หยอด  (บล็อกไม้รูปทรงต่างๆ  ให้ลูกได้หมุนจนเจอตำแหน่งที่ถูกต้องแล้วหยอดบล็อกไม้ลงไปในรูที่มีรูปร่างเหมือนกัน) เลื่อน  (ขดลวดเสริมพัฒนาการ  ที่ให้ลูกได้เลื่อนลูกปัดจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งตามแนวของขดลวดที่โค้งไปโค้งมา) เขย่า  (ลูกแซ็ก) ยืด  […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปี ส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? อย่างไร? ที่นี่มีคำตอบ

เป็นเรื่องที่สาว ๆ หลายคนเป็นกังวลกันว่าหากตัวเองมีลูกตอนที่อายุมากแล้วหมายถึงตอนอายุ 30 ปีขึ้นไปลูกในท้องจะแข็งแรงหรือไม่ จะมีความผิดปกติอะไร หรือการมีลูกจะยากขึ้นจริงหรือ? ทั้งนี้เราจะมาตอบคำถามเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปี ส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? ไขข้อข้องใจ ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปี ส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์จริงหรือ ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปีส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? ร่างกายของเราคนเรามีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาเช่นเดียวกับอวัยวะต่าง ๆ และฮอร์โมนในร่างกายที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไป ความสมบูรณ์ในร่างกายของเราก็จะลดลงไปตามกาลเวลาอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติอย่างมาก ทว่าในปัจจุบันนั้นเรามีวิธีในการดูแลตัวเองที่มากขึ้น มีการรับประทานอาหารที่ดีต่อร่างกาย รู้จักการผ่อนความความเครียดจากการทำงานหนัก ออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งกิจวัตรเหล่านี้จะช่วยให้ร่างกายของเราแก่ช้าลงไปนั่นเอง นั่นหมายความว่าการตั้งครรภ์ของคุณแม่ปัจจุบันสามารถทำได้ถึงอายุ 35 – 40 ปีในหมู่คนที่มีร่างกายแข็งแรง ทว่าก็ยังคงเป็นเรื่องกังวลเกี่ยวกับความแข็งแรงของไข่และมดลูกของสาว ๆ ในวัยนี้ ดร.จีน ทเวนจ์ นักจิตวิทยาได้ออกมาบอกว่าเธอเองก็เป็นหนึ่งในคนที่มีความกังวลเกี่ยวกับการมีลูกช้าของตัวเอง ทว่าหลังจากที่ศึกษามายังไม่มีผลวิจัยที่บอกว่าผู้หญิงที่อายุมากกว่าสามสิบจะไม่สามารถมีลูกได้หรือลูกที่คลอดออกมาจะไม่แข็งแรง แม้จะมีข่าวเกี่ยวกับผู้ที่มีลูกในวัยที่มากแล้วจะเสี่ยงในเรื่องของการเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ต้องผ่าคลอดเพราะแรงเบ่งมีไม่พอ รกเกาะต่ำ เด็กมีความเป็นไปได้ว่าจะมีความบกพร่องต่าง ๆ เช่น พิการ เป็นดาวน์ซินโดรม ก็ตามที ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปีส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? […]

Read More
ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ

แม่เครียดขณะตั้งครรภ์ ส่งผลกระทบต่อลูกในท้อง มากน้อยแค่ไหน?

แม้ความเครียดจะเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนสามารถมีได้และอาจเกิดขึ้นโดยที่ไม่ตั้งตัวจนบางครั้งก็ไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่ากำลังเครียดอยู่ ความเครียดที่เกิดขึ้นเป็นปกตินี้จะเป็นเรื่องที่อันตรายขึ้นมาทันทีหาก แม่เครียดขณะตั้งครรภ์ ส่งผลต่อลูกในท้องมากน้อยแค่ไหน ทำไมถึงไม่ควรเครียดขณะตั้งครรภ์? ผลกระทบที่เกิดจาก แม่เครียดขณะตั้งครรภ์ แม่เครียดขณะตั้งครรภ์ ส่งผลต่อลูกในท้องมากน้อยแค่ไหน ทำไมถึงไม่ควรเครียดขณะตั้งครรภ์? จริง ๆ แล้วทุกคนทราบดีว่าความเครียดเป็นสิ่งที่อันตรายต่อร่างกายและจิตใจของคนเราอย่างมากเลยล่ะ จริงอยู่ที่ว่าความเครียดในระดับที่พอเหมาะจะทำให้สมองของเราสามารถคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ดีขึ้น แต่นั่นก็ต้องอยู่ในระดับความกดดันที่รู้สึกว่าไม่มากจนเกินไป แต่เมื่อความกดดันเหล่านั้นมีมากขึ้น และกลายเป็นความเครียดที่เริ่มสะสมขึ้นมาจะส่งผลต่อร่างกายมากกว่าที่คาดคิดเอาไว้เลยล่ะ ซึ่งอาการของความเครียดก็เช่น การนอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ปวดหัว ไม่รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ต้องการของหวานเพื่อลดความเครียด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมากเลยล่ะ แน่นอนว่าในคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในท้องหากเกิดความเครียดแล้วพักผ่อนน้อยก็จะยิ่งส่งผลต่อความสมบูรณ์และความแข็งแรงของลูกในท้องได้ด้วย นอกจากนี้ความรู้สึกของแม่จะถูกส่งไปยังลูกน้อยได้โดยตรง นั่นหมายความว่าในขณะที่แม่มีความเครียดลูกก็จะเป็นเด็กที่มีความเครียดไปด้วยนั่นเอง ซึ่งไปเป็นผลดีต่อพัฒนาการของลูกน้อยเมื่อเติบโตขึ้นมา ดังนั้นนอกเหนือจากการดูและร่างกายแล้วคุณแม่ต้องดูแลจิตใจของตัวเองด้วย แม่เครียดขณะตั้งครรภ์ ส่งผลต่อลูกในท้องมากน้อยแค่ไหน ทำไมถึงไม่ควรเครียดขณะตั้งครรภ์? ซึ่งการดูแลจิตใจของตัวคุณแม่นั้นเป็นเรื่องที่ทำได้หากได้รับการช่วยเหลือจากคุณพ่อ เพราะมีหญิงตั้งครรภ์หลายคนจะเกิดอาการอารมณ์แปรปรวนจากฮอร์โมน รู้สึกขี้น้อยใจ ขี้โมโหมากขึ้น ซึ่งหลายคนที่รับมือไม่ถูกจะมีอาการเครียดได้ ยิ่งถ้าคู่ครองบางคนที่ไม่เข้าใจและกลายเป็นทะเลาะกันขึ้นมาอีกก็จะกลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้นและส่งผลต่อจิตใจของทั้งสองฝ่าย แน่นอนว่าลูกก็จะรับรู้ความรู้สึกเหล่านั้นได้ด้วยนั่นเอง วิธีที่ดีที่สุดคือการได้รับความร่วมมือจากตัวคุณแม่เองและตัวสามีในการลดความเครียดที่อาจเกิดขึ้นมาระหว่างที่ตั้งครรภ์อยู่ อาจปรับฮอร์โมนด้วยการออกกำลังกาย หรือทานน้ำมากขึ้น นอนให้เยอะขึ้น กินอาหารให้ครบห้าหมู่ก็ช่วยได้มากเลยล่ะ การออกไปเดินเล่นสูดอากาศที่บริสุทธิ์ก็ช่วยอาการของแม่เครียดขณะตั้งครรภ์ ได้ด้วยเช่นกัน เว็บไซต์ให้ควารู้เกี่ยวกับ การเลี้ยงลูก ufoid ที่นี่มีทุกๆเรื่องราว ให้ทุกคนได้ติดตาม อย่างมากมาย และในวันนี้สิ่งที่ลืมไม่ได้เลย ufoid ต้องขอขอบคุณ tiger711 สำหรับบทความ แม่และเด็ก ที่สนับสนุนให้กับเว็บไซต์เราด้วยค่ะ […]

Read More
พัฒนาการเด็ก

พัฒนาการ 9 เดือนของลูกในท้อง ลูกมีความเติบโตในครรภ์อย่างไร?

เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าในท้องของคุณแม่นั้นเด็ก ๆ จะมีการเติบโตและเปลี่ยนแปลงในท้องอย่างไรบ้างก่อนที่เด็กจะคลอดออกมา เวลาเก้าเดือนที่อยู่ในท้องของแม่นั้นลูกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง พัฒนาการ 9 เดือนของลูกในท้อง ลูกมีความเติบโตในครรภ์อย่างไร? พัฒนาการ 9 เดือนของลูกในท้อง เป็นอย่างไรบ้าง? หลังจากที่เกิดการปฏิสนธิระหว่างไข่ของฝ่ายแม่และตัวอสุจิที่แข็งแรงของฝ่ายแม่แล้วจะทำให้เกิดเด็กขึ้นมา ซึ่งเด็กคนนี้จะเริ่มต้นจากการเป็นเซลล์เล็ก ๆ เสียก่อนที่จะเติบโตอย่างเต็มที่เมื่อครบกำหนดเวลาประมาณเก้าเดือนนั่นเอง ทั้งนี้ ในเดือนที่หนึ่งจะเป็นช่วงของการแบ่งเซลล์และสร้างเซลล์เรื่อย ๆ อยู่ในโพรงมดลูกของแม่นั่นเอง พัฒนาการ 9 เดือนของลูกในท้องในเดือนที่สองเซลล์ต่าง ๆ จะเริ่มรวมกันเป็นตัวอ่อนเป็นที่เรียบร้อยและสามารถมองเห็นเป็นตัวจากการอุลตร้าซาวด์ได้ และเริ่มที่จะมีแขนขางอกออกมาแล้วด้วยนั่นเอง พอเดือนที่สามพัฒนาการ 9 เดือนของลูกในท้อง จะยิ่งเห็ตัวทารกที่ชัดเจนขึ้นๆ ไปอีก แขนและขาเริ่มยาวออกมาแล้ว ลูกเริ่มที่จะกินน้ำคร่ำของแม่ได้แล้วอีกด้วย ในเดือนที่สี่นี้ลูกของเราจะเริ่มได้ยินเสียงต่าง ๆ แล้วคุณแม่คุณพ่อสามารถเริ่มพูดกับลูกได้แล้วนั่นเองนอกจากนี้ยังเริ่มเห็นเพศแล้วด้วย ในเดือนต่อมาเดือนที่ห้าพัฒนาการ 9 เดือนของลูกในท้อง เป็นเดือนที่ตัวอ่อนเริ่มเติบโตขึ้นมากทำให้คุณแม่รู้สึกถึงการดิ้นของลูกได้แล้ว มือเท้าของลูกเริ่มที่จะมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งยังมีประสาทสัมผัสที่ครบถ้วนอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นรูป รส กลิ่น เสียงก็สามารถรับรู้ได้แล้วในห้าเดือน ในเดือนที่หก อวัยวะที่สำคัญต่อร่างกายทั้งหลายเติมโตขึ้น ลูกขยับตัวในท้องได้มากขึ้นอีกด้วย ในเดือนที่เจ็ดเป็นเดือนที่ลูกเกือบสมดุลมากที่สุดแล้ว ซึ่งเด็กบางคนก็คลอดตอนอายุเดือนครบเจ็ดเดือนด้วยก็มีเช่นเดียวกัน ซึ่งมีโอกาสรอดสูงอยู่เพราะเด็กเกือบจะสมบูรณ์แล้วนั่นเอง เด็กเริ่มที่จะเห็นความสว่างได้แล้ว ร่างกายของเด็กจะเริ่มมีไขมาปกคลุมเพื่อเตรียมตัวที่จะคลอดแล้วนั่นเอง เดือนที่แปดพัฒนาการ […]

Read More
Back To Top