Thursday, September 29, 2022
คุณแม่มือใหม่ เรื่องน่ารู้

ข้อดีของการผ่าคลอด คุณแม่ทั้งหลาย มารู้กันดีกว่าว่า การตัดสินใจผ่าคลอดดีไหมนะ?

คุณแม่หลายท่านที่กำลังศึกษาเรื่องการผ่าคลอดกับการคลอดธรรมชาติอยู่ว่าจะมีข้อดีข้อเสียและเหมาะกับตัวเองต่างกันอย่างไรบ้าง หลายท่านน่าจะได้ยินว่าการผ่าคลอดต้องรักษาตัวหลังจากผ่าคลอดนานกว่าทั้งยังเจ็บแผลอีกด้วย ครั้งนี้เราจึงได้รวมข้อดีจากการผ่าคลอดเอาไว้เพื่อคุณแม่บางท่านที่ต้องการผ่าคลอดหรือจำเป็นที่จะต้องผ่าคลอดด้วยเหตุผลต่าง ๆ 5 ข้อดีของการผ่าคลอด ตัดสินใจผ่าคลอดดีไหมนะ? แนะนำ 5 ข้อดีของการผ่าคลอด 1. กำหนดเวลาคลอดได้ – ข้อดีของการผ่าคลอด ตัดสินใจผ่าคลอดดีไหมนะเรื่องราวเกี่ยวกับ แม่และเด็ก ที่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ควรรู้ เนื่องจากการผ่าคลอดไม่ต้องรอให้เด็กกลับตัวก่อนก็สามารถผ่าเด็กออกมาได้เลยนั่นเอง เพียงแค่ตรวจเช็คให้ดีว่าเด็กสมบูรณ์แข็งแรงดีพร้อมที่จะคลอดแล้วก็สามารถทำการผ่าคลอดออกมาได้เลยนั่นเอง ทำให้คุณแม่และครอบครัวสามารถกำหนดเวลาหรือทราบเวลาในการคลอดได้นั่นเอง บางคนที่เชื่อในเรื่องของเวลาคลอดก็สามารถที่จะกำหนอเวลาคลอดเองได้ด้วยนั่นเอง 2. ไม่ต้องรอนาน – ข้อดีของการผ่าคลอด ตัดสินใจผ่าคลอดดีไหมนะ หากคลอดธรรมชาติต้องใช้เวลารอให้เด็กเคลื่อนตัวและพร้อมเบ่งออกมาพร้อม ๆ กัน ซึ่งบางครั้งต้องรอเป็นวัน ๆ เลยก็มีเช่นเดียวกัน การผ่าคลอดจะไม่ต้องรอนานสามารถเตรียมตัวและทำการผ่าคลอดได้เลยนั่นเอง 3. ลดการยืดหย่อนของเชิงกราน – ข้อดีของการผ่าคลอด ตัดสินใจผ่าคลอดดีไหมนะ การที่คลอดตามธรรมชาติคุณแม่จะต้องเบ่งให้เด็กออกมาทางช่องคลอดหมายความว่าเชิงกรานจะต้องขยายให้มากพอที่เด็กจะออกมาได้ ดังนั้นเชิงกรานขอคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงกว่าที่จะกลับเข้ารูปได้เหมือนเดิมนั่นเอง ทั้งนี้หลังคลอดลูกแล้วร่างกายของคุณแม่จะมีความเปลี่ยนแปลงและหย่อนคล้อยได้นั่นเอง การผ่าคลอดจะช่วยลดปัญหาเรื่องเชิงกรานหย่อนคล้อยได้ด้วยนั่นเอง 4. ไม่เจ็บระหว่างคลอด – ข้อดีของการผ่าคลอด ตัดสินใจผ่าคลอดดีไหมนะ เนื่องจากเวลาที่ผ่าตัดแพทย์จะทำการวางยาหรือบล็อกหลัง หมายความว่าคุณแม่จะไม่รู้สึกตัวนั่นเอง ต่างจากการคลอดเองที่คุณแม่จะต้องเบ่งเอง แม้จะมีความช่วยเหลือของทางแพทย์อยู่แต่ส่วนใหญ่คุณแม่จะต้องทำการเบ่งคลอดเอง การป่าคลอดจึงเหมาะกับคุณแม่ที่ไม่อยากจะเบ่งคลอดเอง 5. แพทย์สามารถดูแลได้เร็วขึ้น – […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

ความผิดปกติของคนท้อง ที่หากเกิดขึ้นและไม่ควรมองข้าม พบแพทย์ด่วน!

คุณแม่ตั้งครรภ์หรือคนท้องจะเกิดความเปลี่ยนแปลงในร่างกายหลายแบบเลยทีเดียว ซึ่งบางอย่างก็เป็นเรื่องปกติของฮอร์โมนอย่างอาการแพ้ท้องในรูปแบบต่าง ๆ อย่างการอาเจียน การเป็นผื่นคัน อารมณ์ที่แปรปรวนและรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมาย ทว่าบางอาการที่เกิดขึ้นที่ไม่ปกติก็มีเช่นเดียวกัน ดังนั้นการสังเกตอาการของตัวเองเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากเลยล่ะ มาดูกันว่ามีอาการใดบ้างที่ไม่ควรมองข้าม 5 ความผิดปกติของคนท้อง ที่หากเกิดขึ้นและไม่ควรมองข้าม พบแพทย์ด่วน! 5 ความผิดปกติของคนท้อง ที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ 1. มีเลือดออกทางช่องคลอด – ความผิดปกติของคนท้องที่หากเกิดขึ้นและไม่ควรมองข้าม พบแพทย์ด่วน! กับเรื่องราวที่ควรรู้เกี่ยวกับ แม่และเด็ก ที่หากคุณแม่ที่อยู่ในการตั้งครรภ์ช่วงเดือนหลัง ๆ ใกล้คลอดแล้วเกิดมีเลือดออกมาแบบกระปิดกระปอยให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วนอาการนี้มีความเป็นไปได้ว่าภาวะรกเกาะต่ำ นอกจากนี้หากคุณแม่ท่านให้รู้สึกปวดท้องด้วยก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเด็กจะคลอดก่อนกำหนดแล้วนั่นเอง ทั้งนี้หากอายุครรภ์ไม่มากแล้วมีเลือดออกให้รีบไปพบแพทย์เช่นเดียวเพราะมีโอกาสที่จะแท้งสูงเช่นเดียวกัน 2. ลูกไม่ดิ้น – ความผิดปกติของคนท้องที่หากเกิดขึ้นและไม่ควรมองข้าม พบแพทย์ด่วน! หลังจากที่เข้าสู่ไตรมาสที่สองลูกจะเริ่มขยับตัวและดิ้นในท้องแล้ว ทั้งนี้หากการดิ้นของลูกน้อยลงจนถึงไม่ดิ้นเลยหมายถึงลูกมีความผิดปกติ ทั้งนี้การนับครั้งที่ลูกดิ้นก็จะช่วยให้ทราบถึงความผิดปกติของลูกน้อยได้ด้วย หากลูกนิ่งไปมีโอกาสเสี่ยงที่ลูกจะเสียชีวิตในท้องได้ ดังนั้นควรสังเกตเรื่องการดิ้นของลูกน้อยด้วย 3. เกิดอาการอาเจียนบ่อยแม้จะผ่านไตรมาสแรกมาแล้ว ตาพร่า – ความผิดปกติของคนท้องที่หากเกิดขึ้นและไม่ควรมองข้าม พบแพทย์ด่วน! ปกติแล้วการอาเจียนจากการแพ้ท้องเป็นเรื่องธรรมดาในไตรมาสแรกแต่หากไปที่ไตรมาสต่อไปแล้วยังคงอาเจียนหนักอยู่มีโอกาสที่ครรภ์อาจเป็นพิษได้ ปกติแล้วคุณแม่ที่เข้าสู่ไตรมาสที่สองจะค่อย ๆ อาเจียนน้อยลงไปเรื่อย ๆ ถึงไม่อาเจียนแล้วนั่นเอง 4. ปวดท้องเหมือนจะคลอดก่อนกำหนด – ความผิดปกติของคนท้องที่หากเกิดขึ้นและไม่ควรมองข้าม […]

Read More
เรื่องน่ารู้

การตรวจฟันของคุณแม่ตั้งครรภ์ ควรตรวจเพื่อสุขภาพฟันที่ดี ของแม่และเด็ก

เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้ามเกี่ยวกับเรื่องการตรวจสุขภาพฟันขณะที่ตั้งครรภ์ เนื่องจากคนมองว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพเด็ก ทว่าจริง ๆ แล้วสุขภาพฟันก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกายรวมถึงสุขภาพของเด็กด้วยเช่นกัน มาดูกันว่า การตรวจฟันของคุณแม่ตั้งครรภ์ มีประโยชน์อย่างไร การตรวจฟันของคุณแม่ตั้งครรภ์ เพื่ออะไร มีประโยชน์อย่างไร ลูกจะไม่เป็นฟันผุด้วย – การตรวจฟันของคุณแม่ตั้งครรภ์ ควรตรวจเพื่อสุขภาพของ แม่และเด็ก ทราบหรือไม่ว่าคุณแม่ที่ฟันผุเมื่อรับประทานอาหารเข้าไปจะส่งเชื้อไปยังลูกที่อยู่น้อยด้วย หมายความว่าเมื่อคลอดลูกมาแล้วเด็กมีโอกาสที่จะเป็นฟันผุสูงเลยล่ะ ดังนั้นการตรวจสุขภาพฟันจึงสำคัญและไม่ควรที่จะปล่อยให้เกิดฟันผุโดยเฉพาะขณะที่ตั้งครรภ์อยู่ ควรดูแลสุขภาพช่องปากและแปลงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้งหลังอาหารเพื่อป้องกันฟันผุ ลดการคลอดก่อนกำหนด – การตรวจฟันของคุณแม่ตั้งครรภ์ ควรตรวจเพื่อสุขภาพของ แม่และเด็ก เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจไม่น้อยเลยว่าปัญหาเกี่ยวกับฟันของแม่จะมีผลต่อลูกด้วย ลูกอาจคลอดก่อนกำหนดหรือมีน้ำหนักตัวน้อยได้ด้วย ดังนั้นดูแลสุขภาพฟันเอาไว้คุ้มกว่ามากเลยล่ะ รักษาอาการเหงือกอักเสบได้แต่เนิ่น ๆ – การตรวจฟันของคุณแม่ตั้งครรภ์ ควรตรวจเพื่อสุขภาพของ แม่และเด็ก หลังจากที่ตั้งครรภ์ฮอร์โมนในร่างกายของคุณแม่จะเปลี่ยนแปลงไป นอกเหนือจากเรื่องของอารมณ์ที่มีความแปรปรวนแล้ว ยังมีโอกาสที่จะเป็นเหงือกอักเสบได้ง่ายอีกด้วย หากมีอาการขึ้นก็ควรไปตรวจกับแพทย์แต่เนิ่น ๆ เพื่อให้สามารถรักษาได้อย่างรวดเร็วและรักษาได้ง่ายขึ้น เนื้อฟันกร่อน – การตรวจฟันของคุณแม่ตั้งครรภ์ ควรตรวจเพื่อสุขภาพของ แม่และเด็ก ด้วยความที่เด็กที่อยู่ในท้องต้องการวิตามินและสารอาหารต่าง ๆ จากตัวของแม่เอง ทว่าบางคนกลับไม่ได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอทำให้ลูกดึงแคลเซียมจากตัวแม่ไปด้วย เป็นเหตุให้เนื้อฟันของตัวแม่เองกร่อนได้ ทว่าไม่ใช่เพราะเหตุผลนั้นอย่างเดียวแต่แม่บางคนที่อาเจียนบ่อย ๆ ก็มีโอกาสที่จะทำลายฟันได้มากเพราะในน้ำย่อยนั้นมีกรดอยู่ การที่อาเจียนออกมาบ่อย […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ เรื่องน่ารู้

เปิดเพลงให้ลูกในครรภ์ฟัง เมื่อไหร่? จึงจะดีต่อพัฒนาการ ของลูกน้อย

ดนตรีและเสียงเพลงเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับมาโดยตลอดว่ามีส่วนช่วยในเรื่องของการคลายความเครียด ทั้งยังช่วยปรับอารมณ์ให้มีความสมดุล และยังช่วยสร้างสมาธิให้กับผู้ฟังอีกด้วย ทั้งนี้แล้วเด็กที่อยู่ในท้องละจะสามารถรับรู้ถึงเสียงเพลงและมีประโยชน์ต่อการเติบโตของเด็กในครรภ์มากน้อยแค่ไหนบ้าง? เปิดเพลงให้ลูกในครรภ์ฟัง เมื่อไหร่? จึงจะดีต่อพัฒนาการ ของลูกน้อย เปิดเพลงให้ลูกในครรภ์ฟัง ตอนไหนดี? เปิดเพลงให้ลูกในครรภ์ฟัง เมื่อไหร่? จึงจะดีต่อพัฒนาการ ของลูกน้อย เด็กในครรภ์จะเริ่มพัฒนาประสาทสัมผัสการฟังประมาณเดือนที่ห้าของการตั้งครรภ์เวลานี้เป็นเวลาที่แม่สามารถสื่อสารกับเด็กที่อยู่ในท้องได้แล้วแม่เด็กอาจจะไม่เข้าใจทั้งหมดแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาความสามารถในการฟังพร้อม ๆ กับความสามารถในการรับรู้ของเด็กที่อยู่ในครรภ์อีกด้วย แม่และเด็ก แล้วเพลงใดบ้างที่เด็กในครรภ์สามารถฟังได้ ทั้งนี้ในการที่คุณแม่ต้องการเปิดเพลงให้ลูกในครรภ์ฟังเพลงที่เปิดให้เด็กฟังควรเป็นเพลงที่สบาย ๆ ฟังแล้วผ่อนคลาย ไม่ควรเปิดเพลงเสียงดังมากจนเกินไป หากอยากให้เด็กได้ยินอาจตั้งเครื่องเสียงต่าง ๆ ให้ห่างจากเด็กประมาณหนึ่งฟุต หรือจะใช้เฮดโฟนแนบกับท้องก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้เด็กที่อยู่ในครรภ์ช่วงนี้มักจะตื่นตัวกันช่วงเย็น ๆ ดังนั้นเวลาที่เด็กจะฟังเพลงแล้วรู้เรื่องหรือพร้อมที่จะรับฟังมากที่สุดจึงเป็นช่วงเย็น ๆ นั่นเอง ทว่าเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกันคุณแม่อาจจะเปิดเพลงให้เด็กฟังในเวลาอื่นก็ได้ไม่ได้มีปัญหาอะไร คุณแม่อาจจะให้เด็กฟังเพลงประมาณ 10-15 นาทีต่อเนื่องกันในหนึ่งครั้งหรือต่อวันเพื่อให้เด็กได้ลองฟังเพลงหรือได้ยินเสียงสักช่วงเวลาหนึ่งจะเป็นผลดีต่อเด็กที่อยู่ในครรภ์ทั้งในเรื่องของการฝึกประสาทสัมผัสไปจนถึงเรื่องของดารรับรู้นั่นเอง เปิดเพลงให้ลูกในครรภ์ฟัง เมื่อไหร่? จึงจะดีต่อพัฒนาการ ของลูกน้อย เพลงที่เปิดให้ลูกฟังนั้นจะเป็นเพลงอะไรก็ได้ เป็นเพลงที่ตัวคุณแม่ชอบหรือจะเป็นเพลงช้า ๆ หรือจะเปิดเสียงดนตรีให้ลูกฟังก็ได้เช่นกัน ไม่ควรเปิดเพลงที่ดังมากจนเกินไปเพราะมีโอกาสทำให้เด็กเครียดได้นั่นเอง ขอดีของการฟังเพลงนั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเด็กเท่านั้นแต่ตัวของแม่เองก็จะได้รับการผ่อนคลายจากการฟังเพลงด้วยเช่นครรภ์ เพราะขณะที่คุณแม่ตั้งครรภ์ฮอร์โมนในร่างกายจะได้รับการเปลี่ยนแปลงทำให้อารมณ์แปรปรวนอย่างมาก บางคนเป็นซึมเศร้า บางคนน้อยใจ ซึ่งอาการเหล่านี้ก็สามารถบรรเทาลงได้จากการฟังเพลงสบาย ๆ เพื่อผ่อนคลายนั่นเอง ได้รับเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับเรื่องราวของแม่และเด็กกันไปแล้ว และในตอนนี้หากใครต้องการสร้างรายได้ออนไลน์ คลิกที่นี่!!! […]

Read More
สุขภาพ เรื่องน่ารู้

เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อย

นอกจากอาหารที่คุณแม่ตั้งครรภ์จะต้องใส่ใจและเรื่องของเครื่องดื่มเองก็สำคัญ หลายท่านน่าจะทราบว่าขณะตั้งครรภ์ต้องกินน้ำให้เพียงพอกับทั้งตัวของแม่และลูกเลยนั่นเอง ซึ่งบางคนก็ไม่ชอบดื่มน้ำเปล่าและอยากดื่มน้ำอื่น ๆ แทน ซึ่งน้ำบางประเภทก็ไม่ได้ดีต่อเด็กในท้อง ดังนั้นควรดูให้ดีก่อนเลือกดื่ม เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อย รวม 5 เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง แอลกอฮอล์ – เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อย เป็นที่ทราบกันว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลกับพัฒนาการของลูกน้อยอย่างมากเลยทีเดียว ทั้งยังเสี่ยงต่อการทำให้ลูกพิการอีกด้วย ดังนั้นควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดขณะที่ตั้งครรภ์ รวมถึงสารเสพติดต่าง ๆ ด้วย ยาจีนยาดอง – เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพขอ แม่และเด็ก ยาจีนยาดองต่าง ๆ นั้นยังไม่มีการรับรองอย่างเป็นทางการจากแพทย์ว่าช่วยในเรื่องของการตั้งครรภ์มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นหากต้องการดื่มยาจีนให้ปรึกษาแพทย์แผนจีนก่อนเพื่อความปลอดภัยต่อทั้งเด็กและตัวคุณแม่เอง ทั้งนี้ควรเช็ควัตถุดิบในการทำยาด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้ น้ำอัดลม – เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อย อย่างที่ทราบกันว่าน้ำอัดลมหรือน้ำหวานแทบจะเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ดีต่อร่างกายอย่างมากเลยล่ะ ทั้งความหวานที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน และโรคอื่น ๆ ตามมา และคาร์บอนที่อยู่ในน้ำอัดลมก็ไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย ทำให้เกิดลมในท้องและอึดอัดได้ น้ำผักหรือผลไม้ปั่นที่มีรสหวานมากเกินไป – เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อย น้ำผักและผลไม้ที่มีประโยชน์นั้นหากใส่น้ำเชื่อมหรือน้ำหวานมากเกินไปจะกลายเป็นโทษแทนจะเป็นคุณ ดังนั้นควรที่จะดื่มน้ำผักผลไม้ที่ไม่ผสมน้ำหวานแทนเสียมากกว่า ยิ่งถ้าเป็นน้ำผลไม้ที่ขายตามท้องตลาดนั้นยิ่งควรหลีกเลี่ยงเพราะมีความหวานค่อนข้างสูง นอกจากนี้หลังจากที่ผ่านกรรมวิธีต่าง ๆ และทำให้ไม่มีกากใยที่เป็นประโยชน์ในการขับถ่ายในน้ำผลไม้กล่องที่ขายทั่วไปอีกด้วย เครื่องดื่มแบบชง เช่น ชา […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ เรื่องน่ารู้

คนท้องควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้าง ที่มีความเสี่ยงต่อลูกน้อยในครรภ์?

อาหารที่คุณแม่ตั้งครรภ์รับประทานควรเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งบางครั้งอาหารบางประเภทที่มีประโยชน์แต่อาจไม่เหมาะกับคนท้องก็มีเช่นเดียวกัน ซึ่งคุณแม่ต้องครรภ์ต้องระวังในการรับประทานอาหารเป็นพิเศษนั่นเอง มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทาน คนท้องควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้าง ที่มีความเสี่ยงต่อลูกน้อย? คนท้องควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้าง มาดูกัน อาหารที่แพ้ – คนท้องควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้างที่มีความเสี่ยงต่อลูกน้อย คนที่แพ้อาหารใดก็ไม่ควรรับประทานอาหารนั้น ๆ แม้จะมีการบอกต่อ ๆ กันว่าอาหารชนิดนั้นดีต่อร่างกายก็ตาม เพราะการแพ้อาหารจะเป็นอันตรายทั้งต่อตัว แม่และเด็ก เอง อาหารรสจัด – คนท้องควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้างที่มีความเสี่ยงต่อลูกน้อย การรับประทานอาหารรสจัดจะทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ท้องอืดท้องเฟ้อง่ายขึ้น ซึ่งทำให้ไม่สบายตัวอย่างมากเลยล่ะ ทั้งอาจจะต้องเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้นอีกและอาการไม่สบายตัวก็เกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกันจากการทานอาหารรสจัดเกินไป อาหารสำเร็จรูป – คนท้องควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้างที่มีความเสี่ยงต่อลูกน้อย โดยส่วนใหญ่แล้วอาหารสำเร็จรูปมักจะมีผงชูรสเยอะ ซึ่งผงชูรสที่มากเกินไปไม่ดีต่อสุขภาพและทำให้คลื่นไส้ได้ ยิ่งถ้าตั้งครรภ์อยู่ด้วยควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีผงชูรสเยอะ ๆ แบบนี้เพื่อสุขภาพของทั้งแม่และเด็ก อาหารแช่แข็ง – คนท้องควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้างที่มีความเสี่ยงต่อลูกน้อย อาหารค้างคืนหรืออาหารแช่แข็งที่นำมาอุ่นแล้วกินใหม่ก็เป็นอาหารที่ควรเลี่ยงเช่นเดียวกันเพราะในอาหารแช่แข็งจะมีเชื้อแบคทีเรียอยู่นั่นเอง หากเป็นไปได้ควรรับประทานอาหารสดใหม่เพื่อสุขภาพที่ดี และหลีกเลี่ยงอาการปวดท้องนั่นเอง ทั้งนี้อาหารค้างคืนหรืออาหารแช่แข็งจะมีประโยชน์จากสารอาหารที่ลดลงอีกด้วย อาหารโซเดียมสูง – คนท้องควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้างที่มีความเสี่ยงต่อลูกน้อย อาหารรสเค็มจัดหรืออาหารที่มีโซเดียมสูง ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในพวกขนมซอง ๆ ต่าง ๆ นั้นก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นเดียวกัน เพราะอาจทำให้ครรภ์เป็นพิษได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงขนมซอง ๆ ในช่วงที่ตั้งครรภ์เลย ปลาบางชนิด – […]

Read More
เรื่องน่ารู้

วิธีเลี้ยงลูกแบบชาวตะวันตก ในแง่มุมดีๆที่ควรปรับมาใช้กับวัฒนธรรมไทย

การเลี้ยงลูกในชาวไทยและชาวตะวันตกไม่ว่าจะเป็นฝั่งยุโรปหรืออเมริกาล้วนแต่มีความแตกต่างกันอย่างมากเพราะว่า วิธีเลี้ยงลูกแบบชาวตะวันตก นั้นก็จะมีแนวทางการเลี้ยงลูกที่ทำให้ เด็กๆมีความกล้าและมั่นใจในตัวเองจึงเป็นข้อดีที่ควรปรับใช้ประยุกต์ให้เข้ากับวัฒนธรรมการเลี้ยงลูกของคนไทย ซึ่งมีวิธีดังต่อไปนี้ที่เราจะขอแนะนำให้ลองมาประยุกต์ใช้ดูบ้างเพื่อให้เด็กๆของเราได้เจริญเติบโตและมีแนวคิดที่ร่วมสมัยกลมกลืนทางวัฒนธรรมในยุคปัจจุบันที่ถือว่าเป็นยุคglobalizationดังต่อไปนี้ แนะนำ วิธีเลี้ยงลูกแบบชาวตะวันตก ที่น่าสนใจ สังเกตว่าลูกแต่ละคนชื่นชอบอะไรและสนับสนุนให้ทำในสิ่งที่ชื่นชอบ ถ้าจะสังเกตให้ดีจะพบว่า การเลี้ยงลูก ของพ่อแม่ชาวอเมริกันและชาวตะวันตกมักจะให้ลูกๆทำในสิ่งที่ชื่นชอบและให้ความสนใจเพราะว่าเมื่อเด็กๆสนใจทำสิ่งไหนมักจะทำสิ่งนั้นให้ดีแต่ วิธีเลี้ยงลูกแบบชาวตะวันตก นั้นมักจะเชื่อมั่นในความสามารถของเด็กๆว่าเด็กทุกคนมีความสามารถในตนเองดังนั้นพ่อและแม่ก็ไม่ควรจะบังคับให้ลูกทำอะไรตามที่ตนเองต้องการควรจะให้ลูกตัดสินใจทำในสิ่งที่ชื่นชอบเพราะผลลัพธ์ที่ออกมาจะมีผลดีที่สุดและการบังคับให้ลูเด็กๆทำสิ่งที่ พอแม่ต้องการก็ยังก่อให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวเด็กๆและสร้างความไม่เป็นตัวของตัวเองให้กับเด็กซึ่งในยุคนี้แล้วควรจะให้เด็กๆเลือกทำในสิ่งที่ชื่นชอบเพื่อมีความเป็นตัวของตัวเองและมีแนวทางใช้ชีวิตเป็นของตัวเองซึ่งพ่อแม่ควรจะดูแลอย่างห่วงใย ควรฝึกฝนให้เด็กๆรู้จักรับผิดชอบตัวเอง วิธีเลี้ยงลูกแบบชาวตะวันตกควรฝึกฝนให้เด็กรู้จักรับผิดชอบตัวเองเพราะการเลี้ยงลูกในหมู่คนไทยมักจะจัดการทุกอย่างให้กับเด็กๆไม่ว่าจะเป็นการซักเสื้อผ้าหรือการจัดหาอาหารรวมถึงการจัดการเรื่องอื่นๆอาจจะทำให้เด็กพึ่งพาพ่อแม่ตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นซึ่งทั้งนี้ควรจะสอนให้เด็กๆรับผิดชอบชีวิตตัวเองบ้างเริ่มต้นง่ายๆเพียงให้เด็กๆรู้จักการหาอาหารกินด้วยตนเองและพัฒนาไปในด้านอื่นไม่ว่าจะเป็นการจัดหาเสื้อผ้าใส่ไปโรงเรียนด้วยตัวเองหรือในเด็กโตก็อาจจะสนับสนุนให้เด็กๆหารายได้พิเศษระหว่างเรียนเพื่อจะทำให้เด็กๆรู้จักคุณค่าของเงินอีกครั้งเมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่จะสามารถจัดการการใช้เงินได้อย่างดีและจุกรู้จักคุณค่าของเงินทุกบาททุกสตางค์เป็นการสอนให้เด็กๆรู้จักรับผิดชอบชีวิตและการใช้ชีวิตตั้งแต่เด็กๆเพื่อเมื่อเมื่อเติบโตขึ้นเด็กๆจะได้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีแนวทางที่ดี ไม่กีดกันเมื่อเด็กๆจะมีแฟน พ่อแม่คนไทยในบางครอบครัวอาจจะห้ามให้เด็กๆมีแฟนในเวลาเรียนนั่นอาจจะทำให้เกิดอาการโกหกขึ้นมาเพราะว่าเรื่องการมีแฟนเป็นเรื่องของหัวใจพ่อแม่จึงควรจะปล่อยโอกาสให้เด็กๆได้ศึกษาและเรียนรู้กับแฟนที่เป็น เพื่อนสนิทในเวลาเรียน อีกทั้งจะได้คุยกับเด็กได้รู้เรื่อง และป้องกันการโกหกในเมื่อเกิดเหตุอะไรถึงจะป้องกันภายในในระยะนี้จึง ควรจะปล่อยให้เด็กๆได้เรียนรู้ในการมีแฟนและท่านก็สามารถเฝ้าดูได้อย่างใกล้ชิดเพราะเด็กๆจะไม่ต่อต้าน อีกทั้งยังไม่สามารถให้คำปรึกษาหากพบปัญหาได้อย่างตรงไปตรงมา หากิจกรรมทำร่วมกันภายในครอบครัว หากมีเวลาว่างไม่ว่าจะเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่หยุดยาวหลายๆวันก็ตาม สมาชิกทุกคนในครอบครัวจะมีเวลาร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมนอกบ้านหรือการทำกิจกรรมต่างๆภายในบ้านเป็นการเสริมสร้างความสุขในครอบครัวและให้ความอบอุ่นภายในครอบครัวและความมั่นใจได้ว่าเด็กๆวิธีเลี้ยงลูกแบบชาวตะวันตก ที่เป็นผลดีที่เกิดมาจากความรักของพ่อและแม่ การเลี้ยงดูเด็กๆด้วยวิธีเลี้ยงลูกแบบชาวตะวันตกหรือวิธีไหนๆในแต่ละสังคมนั้นไม่มีข้อใดผิดหรือข้อใดถูกแต่ใจความสำคัญนั่นก็คือการเลี้ยงดูที่เข้าอกเข้าใจและดูแลเอาใจใส่ ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของเด็กๆรวมถึงความฝันของเด็กเด็กอย่าไปกดดันหรือบังคับอะไรมากเกินไปเพราะนั่นอาจจะไปทำร้ายทำลายชีวิตของเด็กๆทางอ้อม และในวันนี้ถ้าใครที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกกันไปจนหน่ำใจแล้ว ถ้าต้องการสร้างรายได้ออนไลน์คลิกลิงค์นี้ mm888bet ที่นี่เว็บไซต์ที่ให้ทั้งเงินและความสนุกกับคุณได้ทุกๆ วันติดตามได้เลย

Read More
Uncategorized

ลูกไม่ยอมกินข้าว ลูกกินข้าวน้อย พ่อแม่ควรทำอย่างไร

ปัญหาที่มักมาทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายๆท่านเป็นกังวลกับเรื่อง ลูกไม่ยอมกินข้าว เพราะเด็กย่อมคู่กับอาหารแต่มีเด็กเล็กหลายคนที่ไม่ยอมกินข้าวหรือกินข้าวน้อย  ทำให้พ่อแม่กลุ้มใจ  กลัวลูกจะไม่โตหรือไม่แข็งแรง  วันนี้เราจะมาช่วยพ่อแม่แก้ปัญหาโลกแตกนี้ค่ะ แก้ปัญหา ลูกไม่ยอมกินข้าว  ลูกกินข้าวน้อย  ให้เขาอร่อยกับการกินข้าวมากขึ้น สังเกตว่าลูกกินอาหารลักษณะใดได้มาก  เพราะความชอบของเด็กแต่ละคนต่างกัน  เช่น  บางคนชอบกินอาหารนุ่มเละ  แข็ง  กรอบ  เหนียว  มีน้ำ  แห้งๆ หาก การเลี้ยงลูก ที่เป็นเด็กเล็กมากๆ พ่อแม่ควรจับนั่งเก้าอี้สำหรับเด็กหรือ  high  chair  ลูกจะได้นั่งกินอยู่กับที่ กำหนดเวลาอาหารแต่ละมื้อให้ลูกกินตรงเวลา  อย่าปล่อยให้เขากำหนดเองตามใจชอบ ลดมื้อว่างอย่างขนมหวานและน้ำหวาน  เพราะน้ำตาลทำให้อิ่มจนลูกไม่ยอมกินข้าว  หากถามแล้วลูกไม่ตอบว่าอยากกินอะไร  พ่อแม่ควรเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ  ความแปลกใหม่จะกระตุ้นความอยากอาหารได้ เลือกภาชนะและเมนูที่มีสีสันและรูปร่างดึงดูด  แก้ปัญหาลูกกินข้าวน้อย ตักอาหาร  2  –  3  ช้อนให้ลูกก่อน  หากพ่อแม่ตักอาหารมากเกินไปลูกที่กินน้อยจะพะอืดพะอมและท้อแท้ บางมื้ออาจชวนเพื่อนลูกมากินข้าวด้วย  จะสังเกตว่าลูกมีความสุขและกินข้าวมากขึ้น กำหนดเวลากินข้าวให้ลูก  เช่น   20  นาที,  30  นาที  (พ่อแม่ควรกินข้าวรอลูกด้วย)  หากลูกยังกินไม่อิ่มในเวลาที่กำหนดก็ไม่ต้องกังวล  ให้เก็บจานได้เลย  ลูกจะเรียนรู้ว่าการกินข้าวครั้งต่อไปเขาควรใส่ใจให้มากขึ้น  และข้าวมีคุณค่ามากกว่าทุกครั้ง สร้างบรรยากาศการกินให้มีความสุข  ไม่ว่ากล่าวลูกหรือพูดเรื่องเครียดๆ […]

Read More
Back To Top