Thursday, April 15, 2021
Uncategorized คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ พัฒนาการเด็ก สุขภาพ เรื่องน่ารู้

อ่านตรงนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะ ลงโทษลูกด้วยการตี อีกต่อไปหรือไม่?

ใครที่กำลังคิดว่าจะ ลงโทษลูกด้วยการตี ดีไหมนะ?  หรือใครที่ตีลูกบ่อยๆ จนกลายเป็นความเคยชิน  (ของตัวเอง)  อาจต้องหยุดคิดสักนิดหากมั่นใจว่ารักลูกจริงครับ… เหตุผลที่การ ลงโทษลูกด้วยการตี บางทีก็ไม่เวิร์กนะ!            พ่อแม่ตีลูก  ผิดกฎหมาย รู้หรือไม่ว่าการ ลงโทษลูกด้วยการตี ตีลูกที่เกินความเหมาะสม  ใช้ความรุนแรงจนทำให้ได้รับบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ  พ่อแม่ย่อมมีความผิดตามกฎหมาย  นอกเหนือไปจากการทำให้เลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองต้องหวาดกลัว  หวาดระแวงคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อแม่แท้ๆ ครับ  ดังจะเห็นได้จากข่าวพ่อแม่ตีลูก  โหดในปัจจุบัน การตีลูกเล็กเกินไป ลูกเล็กไม่กี่ขวบย่อมเด็กเกินกว่าที่จะเข้าใจเหตุผลที่ละเอียดซับซ้อนว่าอะไรถูกอะไรผิด  แต่จะฝังใจและจดจำความรุนแรงที่ถูกกระทำเสียมากกว่า จึงไม่ควรลงโทษลูกด้วยการตี ตั้งแต่ลูกยังเล็ก ลูกเข้าใจผิด เด็กหลายคนเข้าใจว่าการตีลูก  =  การไม่รักลูก  ยิ่งพ่อแม่ตีลูกรุนแรง  ลูกยิ่งเจ็บก็ยิ่งไม่เข้าใจในความรักที่พ่อแม่มีมหาศาลแต่แสดงออกไม่เป็น… ลูกเก็บกด เด็กเก็บกดอันตรายกว่าเด็กก้าวร้าวมากครับ  ลูกที่โดนพ่อตี  โดนแม่ตีเป็นประจำ  แต่ทำตัวสวนทางคือเชื่อฟังเวลาอยู่บ้าน  ก็อาจทำตัวแย่หากมีอิสระเมื่ออยู่นอกบ้าน    ลูกรู้สึกไร้ค่า เชื่อแน่ว่าเวลาที่พ่อแม่ ลงโทษลูกด้วยการตี  นอกเหนือจากเรี่ยวแรงที่ลงไปกับการตีแล้ว  ย่อมมีน้ำคำที่ทำให้ลูกรู้สึกไร้ค่าว่าตัวเขาเป็นลูกที่ไม่ดี  ทำให้พ่อแม่เสียใจ  ทำให้พ่อแม่ต้องอับอาย  ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณอยากบอกลูกจริงไหมครับ? ตีลูกบ่อยไป  (ลูก)  ก็เคยชิน มีเด็กหลายคนเลือกที่จะถูกพ่อแม่ตีเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ  เพราะเขาเรียนรู้ว่าหากอยากได้สิ่งใดซึ่งไม่ถูกใจพ่อแม่  ก็แค่แลกกับการถูกตีไม่กี่ทีเท่านั้น! ลูกเลี่ยงการถูกตี ไม่มีเด็กคนไหนอยากโดนพ่อตี  […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ เรื่องน่ารู้

วิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิด ไม่ใช่ลงโทษลูกด้วยการตี แบบเก่าๆ อีกต่อไป

นอกเหนือจากการลงโทษด้วยการตีลูกเล็กที่พ่อแม่หลายคนนิยมทำแล้ว  การลงโทษลูกเล็กแบบอื่นซึ่งไม่เจ็บเนื้อเจ็บตัว  ไม่สร้างความเจ็บใจ  และยังเป็น วิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิด  ก็น่าจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่พ่อแม่รุ่นใหม่ใคร่หันมาสนใจกันครับ เปลี่ยนวิธีการตีลูกเล็ก  มาใช้ วิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิด เมินเฉย วิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิดประการแรกที่พ่อแม่ทำง่ายแต่ได้ผลชะงัด  โดยเฉพาะกับเด็กเล็กๆ ที่ชอบร้องไห้และอาละวาดคือการเมินเฉย  ไม่ให้ความสำคัญต่อพฤติกรรมของเขา  เขาก็จะค่อยๆ สงบลงเอง  เมื่อถึงเวลานี้พ่อแม่จึงเข้าไปพูดคุยด้วยดี  ชวนทำกิจกรรมอย่างอื่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ  โดยไม่จำเป็นต้องโอ๋หรือขอโทษ แต่มีข้อแม้คือพ่อแม่ต้องทำเป็นไม่สนใจ  แต่ให้ลูกอยู่ในสายตาตลอดเวลา  ต้องมั่นใจว่าลูกปลอดภัยและไม่หายไปไหน  หากเขาแผลงฤทธิ์นอกสถานที่ครับ… แยกวง หรือ  Time  out  เป็นวิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิดเป็นการแยกลูกให้อยู่ตามลำพังคนเดียว  ไม่ใช่การลงโทษลูกด้วยการตีซึ่งเป็นวิธีที่ลูกเล็กมักไม่เข้าใจ  ซึ่งวิธีนี้ใช้ได้ผลดีตั้งแต่ลูกเล็กไม่กี่ขวบไปจนถึง  10  ปีทีเดียว  เป็นการทำให้เขาสงบสติอารมณ์ลงและ วิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิดด้วยการทบทวนการกระทำเมื่อครู่ของตัวเอง มีรายละเอียดปลีกย่อยดังนี้ครับ แจ้งล่วงหน้า อันดับแรกพ่อแม่ต้องแจ้งให้ลูกทราบล่วงหน้าก่อนว่าเขาจะถูกลงโทษด้วยวิธีนี้  เช่น  “เมื่อหนูเอาของเล่นปาแม่  หนูจะต้องหยุดทำแล้วไปนั่งที่เก้าอี้ตัวนี้”  (หรือไปยืนอยู่ที่มุมห้อง  หรือให้อยู่ที่เดิมแต่เก็บของเล่นหรือของกินของเขาออกไปให้หมด) แนะนำว่ามุมลงโทษลูกควรเป็นมุมสงบที่ปราศจากโทรทัศน์  วิทยุ  คอมพิวเตอร์  ที่สำคัญห้ามขังเขาในห้องน้ำหรือห้องเก็บของที่มืดและเล็กครับ  เพราะจะทำให้เขาหวาดกลัว  ไม่ต่างอะไรจากการลงโทษลูกด้วยการตีครับ กำหนดเวลา วิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิดเกี่ยวข้องกับเวลาเป็นตัวกำหนด  ซึ่งพ่อแม่ต้องแจ้งเวลาที่ลูกจะถูกลงโทษให้ชัดเจน  โดยไม่ควรเกิน  10  นาที  หากเกินกว่านี้ลูกอาจทรมานเกินไป  แนะนำใช้สูตรง่ายๆ […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

อยากมีลูกง่าย…มาทำความรู้จัก วิธีเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ ด้วยวิธีต่างๆเหล่านี้

บางครั้งการตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับบางครอบครัวอาจต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งทั้งคุณพ่อและคุณแม่ หลังจากที่พวกเขาตัดสินใจมีลูกแล้วผู้หญิงหลายคนพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อตั้งครรภ์ในรอบถัดไป แต่สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าการตั้งครรภ์อาจต้องใช้เวลารู้หรือไม่ ผู้หญิงอายุ 30 ปี ที่มีสุขภาพแข็งแรง มีโอกาสตั้งครรภ์ร้อยละ 20 ในแต่ละเดือน เมื่อมีเพศสัมพันธ์ตลอดช่วงการตกไข่ ในวันนี้เราจึงมี วิธีเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ มาแนะนำ สำหรับทุกคนที่กำลังอยากมีลูก หาเวลาที่เหมาะสม เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ ด้วย วิธีเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ อย่างปลอดภัย วิธีเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ที่ดีที่สุดคือตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีเพศสัมพันธ์ในเวลาที่เหมาะสม หรือก็คือ “ช่วงเวลาตกไข่” หากคุณมีรอบเดือนปกติ คุณจะตกไข่ประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน ซึ่งหมายความว่า ช่วงเวลาที่คุณอาจตั้งครรภ์จะเป็นช่วง 7 วันก่อนจะตกไข่ มีเทคนิคหลายอย่างที่คุณสามารถใช้เพื่อระบุช่วงเวลาการตกไข่และการเจริญพันธุ์ของคุณให้แม่นยำยิ่งขึ้น ได้แก่ ชุดทำนายการตกไข่ ชุดทดสอบนี้มีความคล้ายคลึงกับชุดตรวจสอบการตั้งครรภ์โดยปัสสาวะ โดยคุณต้องปัสสาวะบนแผ่นทดสอบทุกเช้า ของวันที่ 2-3 ก่อนช่วงเวลาที่คุณคิดว่าน่าจะตกไข่ แถบทดสอบจะตรวจหาฮอร์โมนลูทีไนซิ่ง (LH) ฮอร์โมนลูทีไนซิ่ง (LH) จะพุ่งสูงก่อนการตกไข่ เมื่อคุณได้รับผลบวก ควรมีเพศสัมพันธ์ในวันนั้น และในอีกสองสามวันถัดไป วัดอุณหภูมิร่างกาย ด้วยการวัดอุณหภูมิร่างกายทุกวันตอนเช้าก่อนลุกจากเตียง คุณจะพบได้ว่าอุณหภูมิของร่างกายช่วงใกล้ตกไข่จะลดลงเล็กน้อย จากนั้นอุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยใน 3 เช้าติดต่อกัน อาจต่างถึงครึ่งองศา […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรคเด็ก

เรียนรู้ และทำความเข้าใจ ปรับตัวเข้ากับ เด็กกลุ่มอาการ ดาวน์ซินโดรม

เด็กกลุ่มอาการ ดาวน์ซินโดรม เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมในร่างกายที่เกินมา ซึ่งมาจากพันธุกรรมของพ่อแม่ จากการสำรวจกลุ่มคุณแม่ที่มีการตั้งครรภ์ มีโอกาสพบเด็กกลุ่มอาการดาวน์เพียงจำนวนหนึ่งคนเท่านั้น ซึ่งเด็กกลุ่มนี้มักจะมีปัจจัยที่ส่งผลทำให้เกิดอาการความผิดปกติในพัฒนาการหลายๆ ด้าน ยกตัวอย่างเช่น ด้านการพูด ด้านการสื่อสาร และด้านการปรับตัวเข้ากับคนอื่นๆ ในสังคม อาการของกลุ่มเด็ก ดาวน์ซินโดรม ปัจจัยที่ส่งผลทำให้เกิดเด็กกลุ่มอาการ ดาวน์ซินโดรม พบว่ามี 3 ปัจจัย นั่นคือ ปัจจัยแรก อายุของคุณแม่ที่มีการตั้งครรภ์มากกว่าหรือเท่ากับ 35 ปี ปัจจัยที่สอง คุณแม่ที่เคยมีประวัติการตั้งครรภ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือเคยให้กำเนิดเด็กทารกที่อยู่ในกลุ่มอาการดาวน์มาก่อน และปัจจัยที่สาม พ่อหรือแม่ที่มีกลุ่มอาการดาวน์ โอกาสที่เด็กทารกเกิดมาอาจมีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะอยู่ในกลุ่มอาการนี้ ลักษณะของเด็กกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมที่พ่อแม่สามารถสังเกตได้ชัดเจน มีดังนี้ รูปร่างท้วมสั้น คอสั้น ศีรษะเล็ก หลังแบน รูปทรงใบหน้ามีลักษณะเฉียงขึ้น ตาห่าง หางตาชี้ขึ้นด้านบน จมูกเล็กแบน ผิวหนังระหว่างตามีรอยย่น มีลิ้นขนาดใหญ่และคับปากแน่นมาก หูส่วนนอกอยู่ต่ำ มีคางขนาดเล็ก มือกว้างและสั้น นิ้วก้อยโค้งงอ และเส้นลายมือมีลักษณะเป็นเส้นขวางฝ่ามือ ปัญหาของเด็กกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม ปัญหาของเด็กกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมในด้านพัฒนาการ พบว่ามี 4 ด้าน นั่นคือ ด้านร่างกาย พบระบบกล้ามเนื้ออ่อนแรง […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

วิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณแม่ และลูกน้อยในครรภ์

สำหรับคุณแม่ทำกำลังตั้งครรภ์ การฝากครรภ์เป็นการคัดกรองภาวะความเสี่ยง เพื่อประเมินสุขภาพทั้งแม่และเด็กทารกตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอด ซึ่งในช่วงสามเดือนแรกนั้น จะมีอาการแพ้ท้อง อาการนี้จะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆและจะหายไปเอง แต่ถ้าในกรณีที่อายุครรภ์เพิ่มมากขึ้น โอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง ภาวะแทรกซ้อน สัญญาณอันตรายที่อาจส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กทารกก็มีมากหากคุณแม่พบว่าตนเองเริ่มมีอาการแพ้ท้องและฝากครรภ์ล่าช้า วันนี้แอดจึงมี วิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ มาฝากแม่ๆ ที่กำลังตั้งครรภ์ทุกๆ คน แนะนำ วิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ เพื่อสุขภาพและความปลอดภัย ทั้งแม่และลูก เมื่อคุณแม่เริ่มมีการตั้งครรภ์ในช่วงสามเดือนแรก จะเริ่มมีอาการแพ้ท้อง ซึ่งนั่นอาจจะพบความเสี่ยงหรือสัญญาณอันตรายที่ควรมาพบแพทย์ ยกตัวอย่างเช่น คุณแม่อาจจะมีอาการอาเจียนตลอดเวลา ไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ ริมฝีปากแห้ง อ่อนเพลีย ปัสสาวะออกน้อยลง ปัสสาวะเล็ดหรือปัสสาวะมีกลิ่นฉุนมากๆ เนื่องมาจากร่างกายขาดน้ำ รวมทั้งน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว อาการเหล่านี้อาจส่งผลต่อคุณแม่และเด็กทารกที่อยู่ในครรภ์ได้ จึงต้องรู้จักวิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ให้ถูกวิธี วิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกร่างกายเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ที่คุณแม่ควรรู้ นั่นคือ มดลูกจะมีขนาดใหญ่และหนาตัวมากขึ้น อาจจะมีอาการปวดหน่วงๆ เล็กน้อย ปากมดลูกและช่องคลอด เกิดการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนส่งผลให้มีเลือดออกและมีตกขาวมากขึ้น การเคลื่อนไหวของลำไส้ในระบบทางเดินอาหารลดลง อาจมีอาการเบื่ออาหาร ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียนหรือท้องผูก และกระเพาะปัสสาวะมีแรงดันที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มดลูกมีขนาดใหญ่และอาจจะมีปัญหาในการปัสสาวะบ่อย วิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภมีวิธีการดังนี้ ด้านโภชนาการ คุณแม่ควรเน้นอาหารที่มีพลังงานจากสารอาหารครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน เช่น […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

คิดให้ดีว่าจะเลือก วิธีลงโทษลูก ด้วยการตี หรือ ใช้วิธีสอนลูก เมื่อลูกทำผิด

เมื่อลูกทำผิดหรือลูกทำผิดไม่ยอมขอโทษมี วิธีลงโทษลูก อย่างมากมาย  แต่วิธีไหนที่จะเหมาะสมที่สุดและไม่เกินขอบเขตการลงโทษที่พ่อแม่ควรทำล่ะ?    วิธีลงโทษลูก ที่ถูกต้อง ต้องเป็นอย่างไร วิธีลงโทษลูกด้วยการดุด่า วิธีลงโทษลูก ด้วยการดุด่าว่ากล่าวด้วยอารมณ์รุนแรง  ไม่ว่าจะด้วยถ้อยคำสุภาพหรือหยาบคายก็ตาม  แต่เป็นไปในทางลบ  รวมถึงการใช้กำลังลงโทษลูกด้วยการตีซึ่งทำให้ลูกเจ็บตัว  (และเจ็บใจ) ข้อดีของการลงโทษลูกด้วยวิธีนี้ เป็นวิธีเรียบง่ายที่ทำให้ลูกหยุดพฤติกรรมไม่เหมาะสมในทันทีทันใด ข้อเสียของการลงโทษลูกด้วยวิธีนี้ การลงโทษลูกด้วยการตี  เด็กหลายคนอาจไม่เข้าใจความหวังดีที่มาพร้อมกับไม้เรียว  อาจตีความว่าพ่อแม่ไม่รักได้ เป็นการปลูกฝังค่านิยมใช้ความรุนแรงภายในบ้าน อาจได้ผลดีในระยะสั้น  แต่ระยะยาวเด็กบางคนอาจเกิดความเคยชิน  เหมือนการดื้อยานั่นเอง วิธีลงโทษลูกด้วยการสอนลูก วิธีลงโทษลูก ด้วยการสอนลูก  เมื่อลูกทำผิดโดยใช้สิ่งที่ลูกชอบมาเป็นตัวประกัน  เพื่อลดหรืองดสิ่งนั้นๆ โดยมีเวลาเป็นตัวกำหนด  เช่น ลดหรืองดการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ลดหรืองดการโทรศัพท์ ลดหรืองดการเล่นนอกบ้าน ลดหรืองดการกินของว่าง ข้อดีของการลงโทษลูกด้วยวิธีนี้ เป็นวิธีที่ใช้ได้ผลดีทั้งเด็กเล็กและเด็กโต เป็นวิธี  สอนลูก  เมื่อลูกทำผิดให้เขาค่อยๆ เรียนรู้และทำความเข้าใจในความถูกผิดด้วยตนเอง เป็นการปลูกฝังเรื่องของความรับผิดชอบให้ลูก  ทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่กล้าทำกล้ารับและสามารถขอโทษเป็น ข้อเสียของการลงโทษลูกด้วยวิธีนี้ เป็นวิธี  สอนลูก  เมื่อลูกทำผิดที่ได้ผลดีในระยะยาว  แต่ให้ผลช้าแบบค่อยเป็นค่อยไป  ดังนั้นความอดทนและมีระเบียบวินัยของพ่อแม่คือตัวแปรที่สำคัญครับ ทั้ง 2 วิธีลงโทษลูก ที่เราได้นำมาแนะนำในวันนี้ ล้วนก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป อย่างไร คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านก็ […]

Read More
Uncategorized คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

ทำความรู้จัก เพื่อรับมือ อาการหลังคลอด ที่คุณแม่ทุกคนต้องเจอ

อาการหลังคลอด เป็นช่วงระยะเวลาตั้งแต่คลอดจนถึงระยะเวลาประมาณสองเดือนหลังจากคลอด คุณแม่ต้องได้รับคำแนะนำในการดูแลตนเองอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่และเด็กทารก เพิ่มความมั่นใจในการเลี้ยงดูเด็กทารกให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เบื้องต้นคุณแม่ควรทราบว่ามีกิจกรรมใดบ้างที่สามารถทำได้หรือไม่สามารถทำได้ในช่วงที่อยู่ในระหว่างการดูแลตนเอง อาการหลังคลอด ที่คุณแม่ควรรู้ เพื่อรับมือ อาการหลังคลอด และความเปลี่ยนแปลงของคุณแม่ในช่วงหลังคลอด ส่วนใหญ่มักจะพบที่การเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย มดลูกจะขยายใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับทารกขณะตั้งครรภ์ ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือน น้ำคาวปลาจะจางลงและหมดไป จะมีอาการปวดท้องน้อย เนื่องจากการบีบรัดตัวของมดลูกเพื่อป้องกันการตกเลือด แผลฝีเย็บอาจจะมีอาการปวดหลังจากคลอดเด็กประมาณสามวัน มีอาการเต้านมคัดตึง มีปัสสาวะในปริมาณมาก และมีอารมณ์แปรปรวนตามการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกาย ความผิดปกติ อาการหลังคลอด ภาวะแทรกซ้อน สัญญาณอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อของคุณแม่หลังคลอด จากการสำรวจพบว่า คุณแม่มักมีอาการตกเลือดหลังจากคลอดเด็กทารก แผลฝีเย็บจากการคลอดธรรมชาติเกิดการอักเสบ แผลหน้าท้องจากการผ่าตัดคลอดเกิดอาการอักเสบ เช่น พบว่ามีอาการบวม อาการแดง อาการปวด มดลูกอักเสบ เต้านมอักเสบ หลอดเลือดดำที่ขาอุดตัน รวมทั้งการมีภาวะซึมเศร้า ความเครียด ความวิตกกังวลของคุณแม่ในการเลี้ยงเด็กทารก การดูแลตนเองหลังคลอดกับ อาการหลังคลอด คุณแม่เป็นที่เรื่องสำคัญ มีองค์ประกอบสำคัญในด้านต่างๆ ที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ได้แก่ เรื่องอาหาร โภชนาการ ควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ เรื่องน่ารู้

วิธีสอนลูกให้เป็นคนดี เลี้ยงง่าย ไม่ก้าวร้าว อยู่ในสังคม ได้อย่างมีความสุข

หากพ่อแม่คนไหนกำลังประสบปัญหาลูกดื้อ ก้าวร้าว ต้องนำ วิธีสอนลูกให้เป็นคนดี ที่เราจะแนะนำเหล่านี้ไปใช้ ด้วยความใส่ใจและใจเย็น ไม่นานเกินรอก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของลูกเล็กครับ วิธีสอนลูกให้เป็นคนดี ไม่ให้ก้าวร้าว ไม่เป็นลูกดื้อเอาแต่ใจ ทำให้พ่อแม่มีความสุข ใจเย็นเข้าไว้ เมื่อลูกก้าวร้าวคนเป็นพ่อแม่ต้องใจเย็นและไม่เพิกเฉยต่อพฤติกรรมนี้ สังเกตว่าเขาต้องการสื่อสารอะไร หาสาเหตุที่ทำให้ลูกดื้อ  ก้าวร้าว  จิตวิทยา วิธีสอนลูกให้เป็นคนดี อันดับแรกคือต้องหาสาเหตุที่แท้จริงว่าอะไรทำให้ลูกดื้อ  ก้าวร้าว  เช่น ลูกอยู่ในช่วงโกรธหรือเศร้าเสียใจบางอย่าง มีปัญหาที่โรงเรียนแล้วลงกับพ่อแม่ ต้องการความรักความใส่ใจมากขึ้น เช่น พ่อแม่มีน้องใหม่ สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ คือ พูดคุยสอบถามเขาเพื่อหาสาเหตุที่ลูกดื้อ ก้าวร้าว สร้างความเชื่อมั่นว่ารักเขามากด้วยการบอกรักและกอดเป็นประจำ ที่สำคัญคือการสังเกตทัศนคติและคำพูดของเขาว่า เป็นไปในแนวทางที่เหมาะสมหรือไม่ ใช้การพูดที่ดี วิธีสอนลูกให้เป็นคนดีไม่ก้าวร้าว ต้องใช้การพูดที่ดีซึ่งไพเราะน่าฟัง ไม่ตะคอกด้วยอารมณ์ที่อาจง่ายในการปรามลูกให้หยุดแต่ส่งผลเสียระยะยาว เพราะพ่อแม่ไม่อาจปรามลูกได้ทุกที่ตลอด  24 ชม. ให้ใช้วิธีการดังนี้ครับ ลูกด้วยสายตาที่มีเมตตา ไม่แสดงความโกรธหรือขุ่นเคือง เรียกชื่อเล่นของลูกด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นแต่ไม่ดุดัน ควรย่อตัวลงมาให้สูงเท่าลูกขณะที่พูดด้วย เป็นจิตวิทยา สอนลูกที่สำคัญ ใช้คำพูดง่ายๆ ให้ลูกเข้าใจโดยอาจบอกทางป้องกันและแก้ไข เช่น กรณีที่ลูกเล่นของเล่นแล้วไม่ยอมเก็บให้เรียบร้อย พ่อแม่อาจพูดว่า  “ของเล่นที่อยู่บนพื้น ลูกควรเก็บลงกล่องนะจ๊ะ  ใครจะได้ไม่เดินเหยียบ” ทำข้อตกลงร่วมกัน วิธีสอนลูกให้เป็นคนดีไม่ให้ก้าวร้าว ให้เชื่อฟัง ไม่ใช่การคาดโทษลูกว่าถ้าไม่ทำจะโดนตี  ถ้าทำอย่างนั้นอย่างนี้จะไม่รัก แต่เป็นการให้ข้อเสนอเพื่อทำข้อตกลงร่วมกันกับลูกว่า  ถ้าทำสิ่งนั้นสิ่งนี้จะได้รับในบางสิ่ง เช่น ถ้าลูกกลับจากโรงเรียนแล้วรีบอาบน้ำ พ่อแม่จะเล่านิทานก่อนนอนให้ฟัง     พ่อแม่คือแบบอย่างที่ดี พ่อแม่ที่ก้าวร้าวย่อมสอนลูกให้เป็นเด็กดีเชื่อฟังได้ยาก  ลูกดื้อเอาแต่ใจก็เพราะเห็นพ่อแม่ทำให้เห็นซ้ำๆ จนเป็นความเคยชิน  แต่เกิดคำถามในใจว่าทำไมพ่อแม่ทำได้  ส่วนเขาทำไม่ได้  เป็นชนวนที่ทำให้ลูกไม่อยากเชื่อฟัง  ไม่ว่าจะมีผลดีกับเขาแค่ไหนก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ ทุกๆ […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรค โรคเด็ก

วิธีการดูแล เด็กและวัยรุ่น ที่กำลังป่วยเป็น โรคทางจิตเวช

               ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ป่วยที่เป็น โรคทางจิตเวช ค่อนข้างมาก หลายๆ คนมักจะมีความเข้าใจว่า โรคนี้มักจะเกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ที่จริงแล้ว โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งเด็กและวัยรุ่น ซึ่งแต่ละช่วงวัยจะมีความเครียด ความกดดัน การพบเจอเหตุการณ์หรือสภาพสังคมที่แตกต่างกัน สาเหตุที่เด็กและวัยรุ่นป่วยเป็นโรคนี้มีหลากหลายสาเหตุ ส่วนหนึ่งอาจมาจากพันธุกรรมของพ่อแม่และการเลี้ยงดูจากครอบครัว แนะนำ วิธีการดูแล เด็กและวัยรุ่น ที่ป่วยเป็น โรคทางจิตเวช                โรคทางจิตเวช เด็กและวัยรุ่น มักพบใน 2 ช่วงวัย นั่นคือ ช่วงเด็กวัยเล็กถึงวัยก่อนเข้าเรียน และเด็กช่วงวัยประถมศึกษาถึงช่วงวัยรุ่น ในส่วนของเด็กช่วงแรก มักพบโรคที่เกี่ยวข้องกับความบกพร่องทางด้านสติปัญญา เช่น โรคออทิสติก และโรคบกพร่องทางการเรียนรู้ เช่น ด้านการอ่าน ด้านการคิดคำนวณ รวมทั้งโรควิตกกังวล ความกลัวที่จะต้องแยกจากพ่อแม่ก่อนเข้าเรียน ในส่วนของเด็กช่วงที่สองมักจะพบว่าเด็กส่วนมากมักป่วยเป็นโรคติดเกมและโรคซึมเศร้า                สาเหตุที่ทำให้เกิด โรคทางจิตเวช เด็กและวัยรุ่น พบว่ามี 4 สาเหตุ นั่นคือ สาเหตุแรกมาจากพันธุกรรม ยีนส์หรือดีเอ็นเอ เช่น ดาวน์ซินโดรม สาเหตุที่สองอาจมีความเกี่ยวข้องกับบางโรคและพฤติกรรมต่างๆ ร่วมด้วย เช่น โรควิตกกังวลและโรคซึมเศร้า […]

Read More
กิจกรรมเด็ก คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ พัฒนาการเด็ก เรื่องน่ารู้

วิธีเพิ่มความกล้าให้ลูก เปลี่ยนลูกขี้อาย ให้กลายเป็นคนกล้าแสดงออก

ทำอย่างไรดี  เมื่อลูกไม่กล้าแสดงออก  ลูกขี้อาย  เข้าสังคมไม่ได้? วันนี้ มาฝึก ลูกไม่กล้าแสดงออก ให้เป็นคนกล้าแสดงออกในทางที่ถูกที่ควร  สามารถเข้าสังคมได้  เพื่ออนาคตที่ดีของเขากันครับ กับ วิธีเพิ่มความกล้าให้ลูก ทำไมต้องฝึกให้ลูกกล้าแสดงออกด้วย ทำให้ลูกมีความมั่นใจในตัวเอง  นับถือตัวเอง  ที่สำคัญคือตระหนักในคุณค่าของตัวเองทำให้ลูกอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข  เป็นที่รักของผู้อื่นทำให้ลูกเข้าใจว่าอะไรควรกล้า  อะไรไม่ควรกล้า วิธีเพิ่มความกล้าให้ลูก เพื่อการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างมีคุณภาพ รับฟังอย่างตั้งใจ วิธีเพิ่มความกล้าให้ลูกเมื่อลูกไม่กล้าแสดงออก  พ่อแม่อาจสอบถามสาเหตุและรับฟังอย่างตั้งใจเพื่อแสดงความจริงใจ  ใส่ใจ  ทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและอาจพูดความในใจที่พ่อแม่นึกไม่ถึง  ที่สำคัญต้องไม่ตั้งป้อมว่าพ่อแม่ถูกต้องเสมอ  เพราะเด็กทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเองครับ สร้างความมั่นใจง่ายๆ วิธีเพิ่มความกล้าให้ลูกการที่พ่อแม่คอยทำนู่นนี่นั่นให้ลูกไปเสียหมด  นอกจากจะทำให้เขาทำอะไรไม่เป็น  ต้องคอยพึ่งพาพ่อแม่แล้ว  ยังเป็นการเพาะบ่มพฤติกรรมไม่กล้าแสดงออกให้ลูกรู้สึกว่า  ตัวเขาไม่เก่ง  ทำอะไรไม่เป็น  สู้คนอื่นไม่ได้แนะนำพ่อแม่ให้ปล่อยลูกทำกิจกรรมในส่วนของเขาด้วยตัวเองครับ  ได้แก่ –  ให้ลูกกินอาหารเอง –  ให้ลูกอาบน้ำเอง  โดยไม่ต้องใส่กลอนเพื่อความปลอดภัย –  ให้ลูกเลือกเสื้อผ้าและแต่งตัวเอง             สร้างสถานการณ์จำลอง วิธีเพิ่มความกล้าให้ลูกพ่อแม่อาจใช้การสร้างสถานการณ์จำลองเพื่อลดพฤติกรรมลูกขี้อาย  เข้าสังคมไม่ได้  ดังนี้ครับ –  การเล่านิทานที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโลกภายนอกและผู้คนในแง่ดี –  การยกตัวอย่างสถานการณ์จำลองแล้วถามคำถามลูกว่า  หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นเช่นนี้ลูกจะพูดอะไรหรือทำอะไร  เป็นวิธีเพิ่มความกล้าในการพูดและแสดงออก ทำกิจกรรมใหม่ๆ […]

Read More
Back To Top