Tuesday, October 19, 2021
ปัญหาและวิธีการแกไข้ เรื่องน่ารู้

ปัญหาของลูกวัยรุ่น ในช่วงวัยนี้ รู้ไว้ เข้าใจลูกรัก ลดปัญหาพ่อแม่ ไม่เข้าใจหนู

ถ้าคุณกำลังมีลูกที่ค่อนข้างเริ่มโตแล้ว ปัญหาของลูกวัยรุ่น การก้าวสู่ช่วงวัยเด็กไปสู่วัยรุ่น ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลไม่น้อย แต่คุณรู้ไหมว่า คำว่า “วัยรุ่น” จริง ๆ แล้วนับจากช่วงอายุใด  ช่วงวัยรุ่นแบ่งได้กี่ประเภท และแต่ละช่วงวัยเขามีปัญหาใดเป็นพิเศษ ซึ่งการเข้าใจพื้นฐานของการแบ่งช่วงวัยรุ่น ก็จะทำให้คุณเข้าใจลูกรัก และเตรียมการรับมือเมื่อเขากำลังจะเข้าสู่ช่วงที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจครั้งสำคัญได้ ปัญหาของลูกวัยรุ่น แบบออกตามช่วงวัย วัยรุ่นคือช่วงอายุใดบ้าง  ช่วงวัยรุ่น สามารถแบ่งได้ 3 วัย คือ ช่วงวัยรุ่นตอนต้น เด็กสาวอายุ 10-14 ปี เด็กหนุ่มอายุ 12-16 ปี  ปัญหาของลูกวัยรุ่นตอนต้น : เด็กวัยรุ่นเริ่มดื้อมากขึ้น เนื่องจากเด็กช่วงวัยรุ่นตอนต้นเริ่มโตแล้ว การเข้าใจเหตุผลจึงเป็นเรื่องที่เขาเรียนรู้ได้ แต่อย่างไรก็ตามเขาจะแค่เข้าใจเพียงเบื้องต้น แต่ไม่อาจคิดวิเคราะห์ หรือมองการณ์ไกลได้ ทำให้เด็กบางคนจะแสดงออกด้วยพฤติกรรมดื้อกับพ่อแม่ ไม่ใช่เด็กหัวอ่อนอีกต่อไป พ่อแม่จึงควรเข้าใจและอธิบายถึงผลที่อาจจะเกิดขึ้นเพื่อให้เด็กเข้าใจว่า สิ่งที่เขาคิดนั้นถูกต้องแล้วเพียงแต่บางเรื่องยังมีอะไรที่มากกว่านั้น และคุณที่อาบน้ำร้อนมาก่อนก็จะเป็นที่พึ่งพา และช่วยสอนประสบการณ์ให้เขาได้ ช่วงวัยรุ่นตอนกลาง เด็กสาวอายุ 15-18 ปี เด็กหนุ่มอายุ 17-20 ปี ปัญหาของลูกวัยรุ่นตอนกลาง : เด็กวัยรุ่นรักสวยรักงามมากเกินไป ช่วงวัยรุ่นตอนกลางเป็นช่วงที่เด็กเริ่มมีพัฒนาการทางร่างกายคงที่แล้ว […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ เรื่องน่ารู้

พ่อแม่ตามใจลูกเกินไป จะเกิดผลเสียต่อลูกอย่างไร ที่นี้มีคำตอบ

การที่พ่อแม่บางคนชอบตามใจลูก ก็เพราะทำให้พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจว่า เขาเป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถเนรมิตสิ่งที่ทำให้ลูกรักพอใจได้ แต่กลับลืมไปว่าการตามใจลูกจะต้องมีขอบเขต และพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกเป็น ต้องไม่ตามใจพร่ำเพรื่อ เพราะ พ่อแม่ตามใจลูกเกินไป จะเกิดผลเสียต่อลูก ตามมาอีกมากมาย ดังต่อไปนี้ ผลเสียตามมาจากที่ พ่อแม่ตามใจลูกเกินไป พ่อแม่ตามใจลูกเกินไปลูกจะไม่เคารพพ่อแม่ การที่คุณต้องการจะเป็นเพื่อนลูกมากเกินไป ก็ทำให้คุณตามใจเขา จนกลายเป็นการลดตัว หรือวางตัวไม่เหมาะสม ทั้งยังทำให้ลูกวางคุณอยู่ในระดับเพื่อนของเขา เขาจึงขาดความเคารพคุณ หรือคิดว่าคุณกับเขามีศักดิ์เท่ากัน และการที่ลูกขาดความเคารพพ่อแม่ ลูกก็มักจะโอนเอนไปทางเพื่อนมากกว่า และอาจทำให้เขากลายเป็นเด็กติดเพื่อนจนไม่เชื่อฟังพ่อแม่เลย   พ่อแม่ตามใจลูกเกินไปเด็กจะไม่เคารพสังคม หากพ่อแม่เอาใจลูกจนไม่มีขอบเขต หรือตามใจเสียทุกอย่าง ลูกของคุณก็จะเกิดความรู้สึกฮึกเหิมเหมือนว่าเขาสั่งคุณได้ และต่อไปคุณก็ไม่มีสิทธิ์ขัดคอเขา ซึ่งไม่เพียงแต่เขาจะกลายเป็นเด็กที่เอาแต่ใจกับพ่อแม่ แต่ยังเป็นเด็กที่ไม่น่ารักสำหรับสังคมด้วย เพราะเขาจะไม่ยอมใคร จะเอาแต่ความต้องการ หรือความคิดของตน จนคนอื่นมองว่าลูกของคุณเป็นเด็กร้ายกาจที่เห็นแก่ตัว และเอาแต่ใจตนเองอย่างเหลือร้ายด้วย พ่อแม่ตามใจลูกเกินไปเด็กขาดการเรียนรู้ เมื่อคุณตามใจลูกมากเกินไป เด็กจะไม่เกิดการเรียนรู้ใด ๆ เพราะเขาได้ทุกอย่างมาง่าย ๆ ดังนั้นกระบวนการคิด วิธีทำ ขั้นตอนต่าง ๆ การแก้ไขปัญหา จึงเป็นสิ่งที่เด็กไม่มีวันเข้าใจ และคุณคงไม่อยากให้ลูกน้อยกลายเป็นเด็กที่ทำอะไรก็ไม่เป็นใช่ไหม พ่อแม่ที่ตามใจลูกมากไปจะทำให้เด็กไม่เข้าใจเหตุผล เรื่องของตรรกะ เหตุผลต่าง ๆ จะเป็นสิ่งที่เด็กที่มีพ่อแม่ตามใจไม่มีทางเข้าใจ […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ พัฒนาการเด็ก สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรคเด็ก

โรคสมาธิสั้น จะสามารถเช็คอย่างไร ว่าลูกน้อย ที่บ้านของเรา เป็นหรือไม่

พ่อแม่ย่อมปรารถนาให้ลูกสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ  แต่หากลูกมีอาการผิดปกติและกำลังสงสัยว่าลูกที่บ้านเป็น โรคสมาธิสั้น หรือไม่  ก็ต้องรีบเช็กเบื้องต้นตามนี้ค่ะ โรคสมาธิสั้น เกิดจากอะไร โรคสมาธิสั้น หรือเรียกง่ายๆ ว่า  ADHD  (หลายคนเรียกเด็กที่เป็นโรคนี้ว่าเด็กไฮเปอร์)  เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีหรือสารสื่อนำประสาทในสมอง  ส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมระบบการทำงานของร่างกายหลายส่วน  อาทิ  สมาธิ  ความจำ  การตัดสินใจ  การคิดคำนวณ  การวางแผน  ความยับยั้งชั่งใจ  รวมถึงพฤติกรรม ส่งผลให้เด็กแสดงความผิดปกติออกมา  มีผลเสียต่อชีวิตโดยตรงทั้งการดำเนินชีวิต  การเรียน  การเข้าสังคม  และจากสถิติพบว่าเด็กไทยเป็นโรคสมาธิสั้นสูงถึง  5 – 10%  (เกิดกับเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิงถึง  4  เท่า)      นอกจากนี้โรคสมาธิสั้นมีด้วยกัน  3  ประเภท  ได้แก่ 1.  อาการขาดสมาธิ  (ไม่มีสมาธิ  ขี้หลงขี้ลืม)  2.  อาการซนผิดปกติ  (ไม่สามารถอยู่นิ่งได้) 3.  อาการใจร้อนวู่วาม  (ทำสิ่งต่างๆ อย่างหุนหันพลันแล่น)  อาการที่บ่งบอกว่าลูกเป็นโรคสมาธิสั้น      ให้คุณเช็กว่าลูกมีอาการต่างๆ เหล่านี้หรือไม่  มากน้อยแค่ไหน  (ไม่ควรเกิน  6  อาการ) […]

Read More
Uncategorized คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ พัฒนาการเด็ก สุขภาพ เรื่องน่ารู้

อ่านตรงนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะ ลงโทษลูกด้วยการตี อีกต่อไปหรือไม่?

ใครที่กำลังคิดว่าจะ ลงโทษลูกด้วยการตี ดีไหมนะ?  หรือใครที่ตีลูกบ่อยๆ จนกลายเป็นความเคยชิน  (ของตัวเอง)  อาจต้องหยุดคิดสักนิดหากมั่นใจว่ารักลูกจริงครับ… เหตุผลที่การ ลงโทษลูกด้วยการตี บางทีก็ไม่เวิร์กนะ!            พ่อแม่ตีลูก  ผิดกฎหมาย รู้หรือไม่ว่าการ ลงโทษลูกด้วยการตี ตีลูกที่เกินความเหมาะสม  ใช้ความรุนแรงจนทำให้ได้รับบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ  พ่อแม่ย่อมมีความผิดตามกฎหมาย  นอกเหนือไปจากการทำให้เลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองต้องหวาดกลัว  หวาดระแวงคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อแม่แท้ๆ ครับ  ดังจะเห็นได้จากข่าวพ่อแม่ตีลูก  โหดในปัจจุบัน การตีลูกเล็กเกินไป ลูกเล็กไม่กี่ขวบย่อมเด็กเกินกว่าที่จะเข้าใจเหตุผลที่ละเอียดซับซ้อนว่าอะไรถูกอะไรผิด  แต่จะฝังใจและจดจำความรุนแรงที่ถูกกระทำเสียมากกว่า จึงไม่ควรลงโทษลูกด้วยการตี ตั้งแต่ลูกยังเล็ก ลูกเข้าใจผิด เด็กหลายคนเข้าใจว่าการตีลูก  =  การไม่รักลูก  ยิ่งพ่อแม่ตีลูกรุนแรง  ลูกยิ่งเจ็บก็ยิ่งไม่เข้าใจในความรักที่พ่อแม่มีมหาศาลแต่แสดงออกไม่เป็น… ลูกเก็บกด เด็กเก็บกดอันตรายกว่าเด็กก้าวร้าวมากครับ  ลูกที่โดนพ่อตี  โดนแม่ตีเป็นประจำ  แต่ทำตัวสวนทางคือเชื่อฟังเวลาอยู่บ้าน  ก็อาจทำตัวแย่หากมีอิสระเมื่ออยู่นอกบ้าน    ลูกรู้สึกไร้ค่า เชื่อแน่ว่าเวลาที่พ่อแม่ ลงโทษลูกด้วยการตี  นอกเหนือจากเรี่ยวแรงที่ลงไปกับการตีแล้ว  ย่อมมีน้ำคำที่ทำให้ลูกรู้สึกไร้ค่าว่าตัวเขาเป็นลูกที่ไม่ดี  ทำให้พ่อแม่เสียใจ  ทำให้พ่อแม่ต้องอับอาย  ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณอยากบอกลูกจริงไหมครับ? ตีลูกบ่อยไป  (ลูก)  ก็เคยชิน มีเด็กหลายคนเลือกที่จะถูกพ่อแม่ตีเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ  เพราะเขาเรียนรู้ว่าหากอยากได้สิ่งใดซึ่งไม่ถูกใจพ่อแม่  ก็แค่แลกกับการถูกตีไม่กี่ทีเท่านั้น! ลูกเลี่ยงการถูกตี ไม่มีเด็กคนไหนอยากโดนพ่อตี  […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ เรื่องน่ารู้

วิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิด ไม่ใช่ลงโทษลูกด้วยการตี แบบเก่าๆ อีกต่อไป

นอกเหนือจากการลงโทษด้วยการตีลูกเล็กที่พ่อแม่หลายคนนิยมทำแล้ว  การลงโทษลูกเล็กแบบอื่นซึ่งไม่เจ็บเนื้อเจ็บตัว  ไม่สร้างความเจ็บใจ  และยังเป็น วิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิด  ก็น่าจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่พ่อแม่รุ่นใหม่ใคร่หันมาสนใจกันครับ เปลี่ยนวิธีการตีลูกเล็ก  มาใช้ วิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิด เมินเฉย วิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิดประการแรกที่พ่อแม่ทำง่ายแต่ได้ผลชะงัด  โดยเฉพาะกับเด็กเล็กๆ ที่ชอบร้องไห้และอาละวาดคือการเมินเฉย  ไม่ให้ความสำคัญต่อพฤติกรรมของเขา  เขาก็จะค่อยๆ สงบลงเอง  เมื่อถึงเวลานี้พ่อแม่จึงเข้าไปพูดคุยด้วยดี  ชวนทำกิจกรรมอย่างอื่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ  โดยไม่จำเป็นต้องโอ๋หรือขอโทษ แต่มีข้อแม้คือพ่อแม่ต้องทำเป็นไม่สนใจ  แต่ให้ลูกอยู่ในสายตาตลอดเวลา  ต้องมั่นใจว่าลูกปลอดภัยและไม่หายไปไหน  หากเขาแผลงฤทธิ์นอกสถานที่ครับ… แยกวง หรือ  Time  out  เป็นวิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิดเป็นการแยกลูกให้อยู่ตามลำพังคนเดียว  ไม่ใช่การลงโทษลูกด้วยการตีซึ่งเป็นวิธีที่ลูกเล็กมักไม่เข้าใจ  ซึ่งวิธีนี้ใช้ได้ผลดีตั้งแต่ลูกเล็กไม่กี่ขวบไปจนถึง  10  ปีทีเดียว  เป็นการทำให้เขาสงบสติอารมณ์ลงและ วิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิดด้วยการทบทวนการกระทำเมื่อครู่ของตัวเอง มีรายละเอียดปลีกย่อยดังนี้ครับ แจ้งล่วงหน้า อันดับแรกพ่อแม่ต้องแจ้งให้ลูกทราบล่วงหน้าก่อนว่าเขาจะถูกลงโทษด้วยวิธีนี้  เช่น  “เมื่อหนูเอาของเล่นปาแม่  หนูจะต้องหยุดทำแล้วไปนั่งที่เก้าอี้ตัวนี้”  (หรือไปยืนอยู่ที่มุมห้อง  หรือให้อยู่ที่เดิมแต่เก็บของเล่นหรือของกินของเขาออกไปให้หมด) แนะนำว่ามุมลงโทษลูกควรเป็นมุมสงบที่ปราศจากโทรทัศน์  วิทยุ  คอมพิวเตอร์  ที่สำคัญห้ามขังเขาในห้องน้ำหรือห้องเก็บของที่มืดและเล็กครับ  เพราะจะทำให้เขาหวาดกลัว  ไม่ต่างอะไรจากการลงโทษลูกด้วยการตีครับ กำหนดเวลา วิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิดเกี่ยวข้องกับเวลาเป็นตัวกำหนด  ซึ่งพ่อแม่ต้องแจ้งเวลาที่ลูกจะถูกลงโทษให้ชัดเจน  โดยไม่ควรเกิน  10  นาที  หากเกินกว่านี้ลูกอาจทรมานเกินไป  แนะนำใช้สูตรง่ายๆ […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

อยากมีลูกง่าย…มาทำความรู้จัก วิธีเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ ด้วยวิธีต่างๆเหล่านี้

บางครั้งการตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับบางครอบครัวอาจต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งทั้งคุณพ่อและคุณแม่ หลังจากที่พวกเขาตัดสินใจมีลูกแล้วผู้หญิงหลายคนพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อตั้งครรภ์ในรอบถัดไป แต่สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าการตั้งครรภ์อาจต้องใช้เวลารู้หรือไม่ ผู้หญิงอายุ 30 ปี ที่มีสุขภาพแข็งแรง มีโอกาสตั้งครรภ์ร้อยละ 20 ในแต่ละเดือน เมื่อมีเพศสัมพันธ์ตลอดช่วงการตกไข่ ในวันนี้เราจึงมี วิธีเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ มาแนะนำ สำหรับทุกคนที่กำลังอยากมีลูก หาเวลาที่เหมาะสม เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ ด้วย วิธีเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ อย่างปลอดภัย วิธีเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ที่ดีที่สุดคือตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีเพศสัมพันธ์ในเวลาที่เหมาะสม หรือก็คือ “ช่วงเวลาตกไข่” หากคุณมีรอบเดือนปกติ คุณจะตกไข่ประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน ซึ่งหมายความว่า ช่วงเวลาที่คุณอาจตั้งครรภ์จะเป็นช่วง 7 วันก่อนจะตกไข่ มีเทคนิคหลายอย่างที่คุณสามารถใช้เพื่อระบุช่วงเวลาการตกไข่และการเจริญพันธุ์ของคุณให้แม่นยำยิ่งขึ้น ได้แก่ ชุดทำนายการตกไข่ ชุดทดสอบนี้มีความคล้ายคลึงกับชุดตรวจสอบการตั้งครรภ์โดยปัสสาวะ โดยคุณต้องปัสสาวะบนแผ่นทดสอบทุกเช้า ของวันที่ 2-3 ก่อนช่วงเวลาที่คุณคิดว่าน่าจะตกไข่ แถบทดสอบจะตรวจหาฮอร์โมนลูทีไนซิ่ง (LH) ฮอร์โมนลูทีไนซิ่ง (LH) จะพุ่งสูงก่อนการตกไข่ เมื่อคุณได้รับผลบวก ควรมีเพศสัมพันธ์ในวันนั้น และในอีกสองสามวันถัดไป วัดอุณหภูมิร่างกาย ด้วยการวัดอุณหภูมิร่างกายทุกวันตอนเช้าก่อนลุกจากเตียง คุณจะพบได้ว่าอุณหภูมิของร่างกายช่วงใกล้ตกไข่จะลดลงเล็กน้อย จากนั้นอุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยใน 3 เช้าติดต่อกัน อาจต่างถึงครึ่งองศา […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรคเด็ก

เรียนรู้ และทำความเข้าใจ ปรับตัวเข้ากับ เด็กกลุ่มอาการ ดาวน์ซินโดรม

เด็กกลุ่มอาการ ดาวน์ซินโดรม เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมในร่างกายที่เกินมา ซึ่งมาจากพันธุกรรมของพ่อแม่ จากการสำรวจกลุ่มคุณแม่ที่มีการตั้งครรภ์ มีโอกาสพบเด็กกลุ่มอาการดาวน์เพียงจำนวนหนึ่งคนเท่านั้น ซึ่งเด็กกลุ่มนี้มักจะมีปัจจัยที่ส่งผลทำให้เกิดอาการความผิดปกติในพัฒนาการหลายๆ ด้าน ยกตัวอย่างเช่น ด้านการพูด ด้านการสื่อสาร และด้านการปรับตัวเข้ากับคนอื่นๆ ในสังคม อาการของกลุ่มเด็ก ดาวน์ซินโดรม ปัจจัยที่ส่งผลทำให้เกิดเด็กกลุ่มอาการ ดาวน์ซินโดรม พบว่ามี 3 ปัจจัย นั่นคือ ปัจจัยแรก อายุของคุณแม่ที่มีการตั้งครรภ์มากกว่าหรือเท่ากับ 35 ปี ปัจจัยที่สอง คุณแม่ที่เคยมีประวัติการตั้งครรภ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือเคยให้กำเนิดเด็กทารกที่อยู่ในกลุ่มอาการดาวน์มาก่อน และปัจจัยที่สาม พ่อหรือแม่ที่มีกลุ่มอาการดาวน์ โอกาสที่เด็กทารกเกิดมาอาจมีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะอยู่ในกลุ่มอาการนี้ ลักษณะของเด็กกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมที่พ่อแม่สามารถสังเกตได้ชัดเจน มีดังนี้ รูปร่างท้วมสั้น คอสั้น ศีรษะเล็ก หลังแบน รูปทรงใบหน้ามีลักษณะเฉียงขึ้น ตาห่าง หางตาชี้ขึ้นด้านบน จมูกเล็กแบน ผิวหนังระหว่างตามีรอยย่น มีลิ้นขนาดใหญ่และคับปากแน่นมาก หูส่วนนอกอยู่ต่ำ มีคางขนาดเล็ก มือกว้างและสั้น นิ้วก้อยโค้งงอ และเส้นลายมือมีลักษณะเป็นเส้นขวางฝ่ามือ ปัญหาของเด็กกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม ปัญหาของเด็กกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมในด้านพัฒนาการ พบว่ามี 4 ด้าน นั่นคือ ด้านร่างกาย พบระบบกล้ามเนื้ออ่อนแรง […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

วิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณแม่ และลูกน้อยในครรภ์

สำหรับคุณแม่ทำกำลังตั้งครรภ์ การฝากครรภ์เป็นการคัดกรองภาวะความเสี่ยง เพื่อประเมินสุขภาพทั้งแม่และเด็กทารกตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอด ซึ่งในช่วงสามเดือนแรกนั้น จะมีอาการแพ้ท้อง อาการนี้จะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆและจะหายไปเอง แต่ถ้าในกรณีที่อายุครรภ์เพิ่มมากขึ้น โอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง ภาวะแทรกซ้อน สัญญาณอันตรายที่อาจส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กทารกก็มีมากหากคุณแม่พบว่าตนเองเริ่มมีอาการแพ้ท้องและฝากครรภ์ล่าช้า วันนี้แอดจึงมี วิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ มาฝากแม่ๆ ที่กำลังตั้งครรภ์ทุกๆ คน แนะนำ วิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ เพื่อสุขภาพและความปลอดภัย ทั้งแม่และลูก เมื่อคุณแม่เริ่มมีการตั้งครรภ์ในช่วงสามเดือนแรก จะเริ่มมีอาการแพ้ท้อง ซึ่งนั่นอาจจะพบความเสี่ยงหรือสัญญาณอันตรายที่ควรมาพบแพทย์ ยกตัวอย่างเช่น คุณแม่อาจจะมีอาการอาเจียนตลอดเวลา ไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ ริมฝีปากแห้ง อ่อนเพลีย ปัสสาวะออกน้อยลง ปัสสาวะเล็ดหรือปัสสาวะมีกลิ่นฉุนมากๆ เนื่องมาจากร่างกายขาดน้ำ รวมทั้งน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว อาการเหล่านี้อาจส่งผลต่อคุณแม่และเด็กทารกที่อยู่ในครรภ์ได้ จึงต้องรู้จักวิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ให้ถูกวิธี วิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกร่างกายเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ที่คุณแม่ควรรู้ นั่นคือ มดลูกจะมีขนาดใหญ่และหนาตัวมากขึ้น อาจจะมีอาการปวดหน่วงๆ เล็กน้อย ปากมดลูกและช่องคลอด เกิดการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนส่งผลให้มีเลือดออกและมีตกขาวมากขึ้น การเคลื่อนไหวของลำไส้ในระบบทางเดินอาหารลดลง อาจมีอาการเบื่ออาหาร ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียนหรือท้องผูก และกระเพาะปัสสาวะมีแรงดันที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มดลูกมีขนาดใหญ่และอาจจะมีปัญหาในการปัสสาวะบ่อย วิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภมีวิธีการดังนี้ ด้านโภชนาการ คุณแม่ควรเน้นอาหารที่มีพลังงานจากสารอาหารครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน เช่น […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

คิดให้ดีว่าจะเลือก วิธีลงโทษลูก ด้วยการตี หรือ ใช้วิธีสอนลูก เมื่อลูกทำผิด

เมื่อลูกทำผิดหรือลูกทำผิดไม่ยอมขอโทษมี วิธีลงโทษลูก อย่างมากมาย  แต่วิธีไหนที่จะเหมาะสมที่สุดและไม่เกินขอบเขตการลงโทษที่พ่อแม่ควรทำล่ะ?    วิธีลงโทษลูก ที่ถูกต้อง ต้องเป็นอย่างไร วิธีลงโทษลูกด้วยการดุด่า วิธีลงโทษลูก ด้วยการดุด่าว่ากล่าวด้วยอารมณ์รุนแรง  ไม่ว่าจะด้วยถ้อยคำสุภาพหรือหยาบคายก็ตาม  แต่เป็นไปในทางลบ  รวมถึงการใช้กำลังลงโทษลูกด้วยการตีซึ่งทำให้ลูกเจ็บตัว  (และเจ็บใจ) ข้อดีของการลงโทษลูกด้วยวิธีนี้ เป็นวิธีเรียบง่ายที่ทำให้ลูกหยุดพฤติกรรมไม่เหมาะสมในทันทีทันใด ข้อเสียของการลงโทษลูกด้วยวิธีนี้ การลงโทษลูกด้วยการตี  เด็กหลายคนอาจไม่เข้าใจความหวังดีที่มาพร้อมกับไม้เรียว  อาจตีความว่าพ่อแม่ไม่รักได้ เป็นการปลูกฝังค่านิยมใช้ความรุนแรงภายในบ้าน อาจได้ผลดีในระยะสั้น  แต่ระยะยาวเด็กบางคนอาจเกิดความเคยชิน  เหมือนการดื้อยานั่นเอง วิธีลงโทษลูกด้วยการสอนลูก วิธีลงโทษลูก ด้วยการสอนลูก  เมื่อลูกทำผิดโดยใช้สิ่งที่ลูกชอบมาเป็นตัวประกัน  เพื่อลดหรืองดสิ่งนั้นๆ โดยมีเวลาเป็นตัวกำหนด  เช่น ลดหรืองดการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ลดหรืองดการโทรศัพท์ ลดหรืองดการเล่นนอกบ้าน ลดหรืองดการกินของว่าง ข้อดีของการลงโทษลูกด้วยวิธีนี้ เป็นวิธีที่ใช้ได้ผลดีทั้งเด็กเล็กและเด็กโต เป็นวิธี  สอนลูก  เมื่อลูกทำผิดให้เขาค่อยๆ เรียนรู้และทำความเข้าใจในความถูกผิดด้วยตนเอง เป็นการปลูกฝังเรื่องของความรับผิดชอบให้ลูก  ทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่กล้าทำกล้ารับและสามารถขอโทษเป็น ข้อเสียของการลงโทษลูกด้วยวิธีนี้ เป็นวิธี  สอนลูก  เมื่อลูกทำผิดที่ได้ผลดีในระยะยาว  แต่ให้ผลช้าแบบค่อยเป็นค่อยไป  ดังนั้นความอดทนและมีระเบียบวินัยของพ่อแม่คือตัวแปรที่สำคัญครับ ทั้ง 2 วิธีลงโทษลูก ที่เราได้นำมาแนะนำในวันนี้ ล้วนก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป อย่างไร คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านก็ […]

Read More
Uncategorized คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

ทำความรู้จัก เพื่อรับมือ อาการหลังคลอด ที่คุณแม่ทุกคนต้องเจอ

อาการหลังคลอด เป็นช่วงระยะเวลาตั้งแต่คลอดจนถึงระยะเวลาประมาณสองเดือนหลังจากคลอด คุณแม่ต้องได้รับคำแนะนำในการดูแลตนเองอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่และเด็กทารก เพิ่มความมั่นใจในการเลี้ยงดูเด็กทารกให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เบื้องต้นคุณแม่ควรทราบว่ามีกิจกรรมใดบ้างที่สามารถทำได้หรือไม่สามารถทำได้ในช่วงที่อยู่ในระหว่างการดูแลตนเอง อาการหลังคลอด ที่คุณแม่ควรรู้ เพื่อรับมือ อาการหลังคลอด และความเปลี่ยนแปลงของคุณแม่ในช่วงหลังคลอด ส่วนใหญ่มักจะพบที่การเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย มดลูกจะขยายใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับทารกขณะตั้งครรภ์ ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือน น้ำคาวปลาจะจางลงและหมดไป จะมีอาการปวดท้องน้อย เนื่องจากการบีบรัดตัวของมดลูกเพื่อป้องกันการตกเลือด แผลฝีเย็บอาจจะมีอาการปวดหลังจากคลอดเด็กประมาณสามวัน มีอาการเต้านมคัดตึง มีปัสสาวะในปริมาณมาก และมีอารมณ์แปรปรวนตามการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกาย ความผิดปกติ อาการหลังคลอด ภาวะแทรกซ้อน สัญญาณอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อของคุณแม่หลังคลอด จากการสำรวจพบว่า คุณแม่มักมีอาการตกเลือดหลังจากคลอดเด็กทารก แผลฝีเย็บจากการคลอดธรรมชาติเกิดการอักเสบ แผลหน้าท้องจากการผ่าตัดคลอดเกิดอาการอักเสบ เช่น พบว่ามีอาการบวม อาการแดง อาการปวด มดลูกอักเสบ เต้านมอักเสบ หลอดเลือดดำที่ขาอุดตัน รวมทั้งการมีภาวะซึมเศร้า ความเครียด ความวิตกกังวลของคุณแม่ในการเลี้ยงเด็กทารก การดูแลตนเองหลังคลอดกับ อาการหลังคลอด คุณแม่เป็นที่เรื่องสำคัญ มีองค์ประกอบสำคัญในด้านต่างๆ ที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ได้แก่ เรื่องอาหาร โภชนาการ ควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ […]

Read More
Back To Top