Tuesday, November 30, 2021
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ โรค

ภาวะเสี่ยง ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องระวังให้มาก

ภาวะเสี่ยง ขณะที่ตั้งครรภ์คือช่วงเวลาที่ร่างกายของคุณแม่อ่อนแออย่างมาก ด้วยความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายรวมทั้งการส่งสารอาหารต่าง ๆ ที่อยู่ในร่างกายตัวเองให้กับลูกน้อยอีกด้วยทำให้ร่างกายของคุณแม่ไม่แข็งแรงเหมือนปกติและก็เป็นช่วงเวลาที่โรคต่าง ๆ จะเกิดขึ้นกับร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์นั่นเอง ทั้งนี้อาการบางอย่างอาจเป็นอาการที่สามารถรักษาได้หากสามารถทราบถึงอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ การรู้และตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอจะทำให้คุณแม่และเด็ก ๆ ปลอดภัย ภาวะเสี่ยง ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องระวังให้มาก เบาหวาน – ภาวะเสี่ยง ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องระวังให้มาก เบาหวานเกิดขึ้นจากการที่ฮอร์โมนในร่างกายของเราไม่ปกติ แน่นอนว่าเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ ได้ด้วย ทว่าหญิงตั้งครรภ์ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานได้อยู่ ดังนั้นการไปตรวจร่างกายอยู่เสมอตามที่หมอนัดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากเลยนั่นเอง เพราะการตรวจเจอเบาหวานตั้งแต่เนิ่น ๆ จะมีโอกาสในการรักษามากกว่านั่นเอง การติดเชื้อทางระบบเดินปัสสาวะ – ภาวะเสี่ยง ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องระวังให้มาก เนื่องจากคุณแม่ตั้งครรภ์จะปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ ทำให้กระเพาะปัสสาวะทำงานหนักกว่าปกติ การติดเชื้อก็สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตามสามารถป้องกันได้ด้วยการดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ และอย่ากลั้นปัสสาวะ การทำความสะอาดให้ดีก็สามารถช่วยได้ด้วยเช่นกัน โลหิตจาง – ภาวะเสี่ยง ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องระวังให้มาก โรคนี้เป็นโรคที่พบได้บ่อยในคุณแม่ตั้งครรภ์ ผู้หญิงบางคนเป็นโรคโลหิตจางหรือมีภาวะโลหิตจางและไม่ได้ตรวจสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์หรืออยู่ในความดูแลของแพทย์ทำให้เกิดภาวะโลหิตจางขณะที่ตั้งครรภ์อยู่ ทั้งนี้โรคโลหิตจางมีโอกาสที่จะทำให้แท้งหรือเป็นอันตรายต่อเด็กได้นั่นเอง วิธีการรักษาเบื้องต้นคือการรับประทานธาตุเหล็กให้เพียงพอนั่นเอง   ความดันโลหิตสูง – ภาวะเสี่ยง ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องระวังให้มาก นอกจากโรคโลหิตจางแล้วโรคความดันโลหิตสูงก็มีโอกาสจะเป็นเกิดขึ้นกับหญิงตั้งครรภ์ด้วยนั่นเอง ทว่าก็ยังไม่มีการระบุถึงสาเหตุที่ชัดเจนว่าทำไมคุณแม่ตั้งครรภ์ถึงมีโอกาสในการเกิดความดันโลหิตสูงแต่พบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์ ซึมเศร้า – […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ สุขภาพ

หลังผ่าคลอด คุณแม่สามารถดูแลตัวเองได้อย่างไรบ้าง?

คุณแม่ หลังผ่าคลอด มักจะมีอาการหรือต้องการการรักษาตัวที่มากกว่าการคลอดตามธรรมชาติ ดังนั้นคุณแม่ที่ผ่าคลอดควรดูแลตัวเองทั้งในเรื่องอาหารการกิน การพักผ่อน ไปจนถึงการรักษาแผลผ่าคลอดของตัวเองอีกด้วย มาดูกันว่าคุณแม่หลังผ่าคลอดจะมีวิธีรักษาและดูแลตัวเองให้ฟื้นกลับมาแข็งแรงอีกครั้งได้อย่างไรบ้าง หลังผ่าคลอดคุณแม่สามารถดูแลตัวเองได้อย่างไรบ้าง? นอนตะแคง – หลังผ่าคลอด คุณแม่สามารถดูแลตัวเองได้อย่างไรบ้าง เนื่องจากหลังจากที่ผ่าคลอดคุณแม่จะมีแผลผ่าตัดอยู่ที่หน้าท้อง และการนอนตะแคงจะทำให้แผลไม่ตึงเกินไปทำให้ไม่ค่อยเจ็บและแผลสมานได้เร็วขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้คุณแม่ควรนอนหมอนสูงจนกว่าแผลจะปิดสนิทเพื่อให้ท้องไม่ตึงมากเกินไปอีกด้วย เน้นกินโปรตีนให้มากขึ้น – หลังผ่าคลอดคุณแม่สามารถดูแลตัวเองได้อย่างไรบ้าง ด้วยความที่ร่างกายต้องการการรักษาที่มากขึ้น การรับประทานอาหารประเภทโปรตีนจะช่วยให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้น ร่างกายมีเนื้อหรือโปรตีนเพียงพอให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่เสียหายไปได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ในโปรตีนยังมีความจำเป็นต่อการเพิ่มพลังให้ร่างกายอีกด้วย เหมาะกับผู้ที่ต้องพักฟื้นร่างกายอย่างมากเลยล่ะ ไม่กินอาหารที่ไม่สุก – หลังผ่าคลอด คุณแม่สามารถดูแลตัวเองได้อย่างไรบ้าง ด้วยความที่ร่างกายของคุณแม่หลังคลอดจะค่อนข้างอ่อนแอและสามารถติดเชื้อได้ง่าย จึงมีควรรับประทานอาหารที่สุก ๆ ดิบ ๆ ที่อาจที่เชื้อโรคปนเปื้อนอยู่นั่นเองนอกจากนี้ยังควรงดแอลกอฮอล์อีกด้วย เรียกว่าไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ตั้งครรภ์จนช่วงหลังพักฟื้นร่างกายหลังคลอดจนกว่าร่างกายจะกลับมาแข็งแรงนั่นเอง ดื่มน้ำให้มาก – หลังผ่าคลอด คุณแม่สามารถดูแลตัวเองได้อย่างไรบ้าง เป็นเรื่องปกติที่ร่างกายของเราต้องการน้ำที่เพียงพอในแต่ละวัน และคุณแม่หลังคลอดก็ต้องการน้ำที่มากกว่าแปดแก้วต่อวันเพื่อฟื้นฟูร่างกายอีกด้วย นอกจากนี้ควรดื่มน้ำอุ่นมากกว่าน้ำเย็นเพราะจะทำให้ร่างกายรู้สึกสบายผ่อนคลายได้อีกด้วย อยู่ไฟหลังจากแผลปิด (ประมาณ 45 วัน) – หลังผ่าคลอด คุณแม่สามารถดูแลตัวเองได้อย่างไรบ้าง คุณแม่หลังคลอดทุกคนควรจะอยู่ไปจนกว่าร่างกายจะกลับมาแข็งแรงทั้งนั้น แต่คุณแม่ หลังผ่าคลอด ควรที่จะรักษาแผลให้หายเสียก่อนที่จะอยู่ไฟเพราะแผลอาจเปิดได้และยังมีโอกาสติดเชื้ออีกนั่นเอง หลังผ่าคลอด คุณแม่สามารถดูแลตัวเองได้อย่างไรบ้าง? นอกจากนี้คุณแม่หลังคลอดควรพักผ่อนให้มาก […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

หลังคลอดคุณแม่สามารถมี อาการผมร่วง ได้ รักษาและดูแลได้อย่างไรบ้าง?

คุณแม่ที่ตั้งครรภ์นอกจากจะประสบปัญหาเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและร่างกายขณะที่มีน้องแล้ว หลังจากที่คลอดลูกแล้วหลายคนก็ยังคงต้องพบกับปัญหาของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงอีก นอกเหนือจากการต้องรักษาท้องแตกลายแล้วก็มีเรื่องผมร่วงอีกเรื่องหนึ่งที่สามารถพบเห็นได้ในคุณแม่หลังคอลด หากคุณแม่มี อาการผมร่วง แบบนี้จะมีวิธีป้องกันและรับมืออย่างไรได้บ้างนะ หลังคลอดคุณแม่สามารถมีอาการผมร่วงได้ รักษาและดูแลได้อย่างไรบ้าง? ตัดผมให้สั้นลงก่อนคลอด – หลังคลอดคุณแม่สามารถมีอาการผมร่วงได้ รักษาและดูแลได้อย่างไรบ้าง วิธีที่ง่ายที่สุดคือคุณแม่สามารถตัดผมให้สั้นลงเล็กน้อยก่นคลอดได้ เพื่อให้ผมร่วงน้อยลง เพราะการที่คุณแม่คลอดลูกแล้วสารอาหารและวิตามินที่เราทานเข้าไปส่วนใหญ่จะอยู่ที่ลูกทำให้ร่างกายของคุณแม่ขาดสารอาหารไปเลี้ยงผมนั่นเอง ทำให้ผมร่วงได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมการที่คุณแม่มีผมสั้นจะทำให้สารอาหารไปเลี่ยงเพียงพอและลดอาการผมร่วงได้ ทานอาหารที่มีกรดไขมันดีให้เพียงพอ – หลังคลอดคุณแม่สามารถมีอาการผมร่วงได้ รักษาและดูแลได้อย่างไรบ้าง กรดไขมันดีจำเป็นต่อร่างกายอย่างมาก ทั้งในเรื่องของผิวและเรื่องของผมเลยล่ะ ซึ่งกรดไขมันดีมีอยู่ในอาหารเช่น ปลาแซลมอน อะโวคาโด้ และอื่น ๆ อีกมากมาย หรือสามารถกินโอเมก้าสามเสริมได้อีกด้วย หมักผมด้วยยีสต์และไบโอติน – หลังคลอดคุณแม่สามารถมีอาการผมร่วงได้ รักษาและดูแลได้อย่างไรบ้าง การหมักผมด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อผมก็สามารถช่วยลดผมหลุดร่วงได้ นอกจากการรับประทานวิตามินแล้วก็สามารถบำรุงผมภายนอกได้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ในยีสต์มีกรดโฟลิกและไบโอตินที่ทำให้ผมแข็งแรงขึ้นนั่นเอง คุณแม่ท่านใดมีเวลาสามารถหมักผมด้วยยีสต์และไบโอตินได้เลย ซึ่งครีมนวดและครีมหมักผมที่มียีสต์และไบโอตินสามารถหาซื้อได้ทั่วไปแล้ว ดังนั้นสะดวกมากเลยล่ะ ทานวิตามินให้เพียงพอ – หลังคลอดคุณแม่สามารถมีอาการผมร่วงได้ รักษาและดูแลได้อย่างไรบ้าง เนื่องจากหลังจากที่คลอดน้องแล้วร่างกายของคุณแม่จะมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายน้อยลงไปมากเพราะไปอยู่กับลูกไปหมดแล้ว ดังนั้นการที่คุณแม่รับประทานวิตามินเสริมจะสามารถช่วยให้ร่างกายของคุณแม่กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมได้อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าลดอาการผมร่วงจากการขาดวิตามินได้อีกด้วย หลังคลอดคุณแม่สามารถมี อาการผมร่วง ได้ รักษาและดูแลได้อย่างไรบ้าง หากคุณแม่ที่ไม่อยากผมร่วงสามารถดูแลผมได้ตามนี้เลยในแม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก การดูแลบุตร เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเด็ก

Read More
คุณแม่มือใหม่ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

ความผิดปกติของคนท้อง ที่หากเกิดขึ้นและไม่ควรมองข้าม พบแพทย์ด่วน!

คุณแม่ตั้งครรภ์หรือคนท้องจะเกิดความเปลี่ยนแปลงในร่างกายหลายแบบเลยทีเดียว ซึ่งบางอย่างก็เป็นเรื่องปกติของฮอร์โมนอย่างอาการแพ้ท้องในรูปแบบต่าง ๆ อย่างการอาเจียน การเป็นผื่นคัน อารมณ์ที่แปรปรวนและรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมาย ทว่าบางอาการที่เกิดขึ้นที่ไม่ปกติก็มีเช่นเดียวกัน ดังนั้นการสังเกตอาการของตัวเองเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากเลยล่ะ มาดูกันว่ามีอาการใดบ้างที่ไม่ควรมองข้าม 5 ความผิดปกติของคนท้อง ที่หากเกิดขึ้นและไม่ควรมองข้าม พบแพทย์ด่วน! 5 ความผิดปกติของคนท้อง ที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ 1. มีเลือดออกทางช่องคลอด – ความผิดปกติของคนท้องที่หากเกิดขึ้นและไม่ควรมองข้าม พบแพทย์ด่วน! กับเรื่องราวที่ควรรู้เกี่ยวกับ แม่และเด็ก ที่หากคุณแม่ที่อยู่ในการตั้งครรภ์ช่วงเดือนหลัง ๆ ใกล้คลอดแล้วเกิดมีเลือดออกมาแบบกระปิดกระปอยให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วนอาการนี้มีความเป็นไปได้ว่าภาวะรกเกาะต่ำ นอกจากนี้หากคุณแม่ท่านให้รู้สึกปวดท้องด้วยก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเด็กจะคลอดก่อนกำหนดแล้วนั่นเอง ทั้งนี้หากอายุครรภ์ไม่มากแล้วมีเลือดออกให้รีบไปพบแพทย์เช่นเดียวเพราะมีโอกาสที่จะแท้งสูงเช่นเดียวกัน 2. ลูกไม่ดิ้น – ความผิดปกติของคนท้องที่หากเกิดขึ้นและไม่ควรมองข้าม พบแพทย์ด่วน! หลังจากที่เข้าสู่ไตรมาสที่สองลูกจะเริ่มขยับตัวและดิ้นในท้องแล้ว ทั้งนี้หากการดิ้นของลูกน้อยลงจนถึงไม่ดิ้นเลยหมายถึงลูกมีความผิดปกติ ทั้งนี้การนับครั้งที่ลูกดิ้นก็จะช่วยให้ทราบถึงความผิดปกติของลูกน้อยได้ด้วย หากลูกนิ่งไปมีโอกาสเสี่ยงที่ลูกจะเสียชีวิตในท้องได้ ดังนั้นควรสังเกตเรื่องการดิ้นของลูกน้อยด้วย 3. เกิดอาการอาเจียนบ่อยแม้จะผ่านไตรมาสแรกมาแล้ว ตาพร่า – ความผิดปกติของคนท้องที่หากเกิดขึ้นและไม่ควรมองข้าม พบแพทย์ด่วน! ปกติแล้วการอาเจียนจากการแพ้ท้องเป็นเรื่องธรรมดาในไตรมาสแรกแต่หากไปที่ไตรมาสต่อไปแล้วยังคงอาเจียนหนักอยู่มีโอกาสที่ครรภ์อาจเป็นพิษได้ ปกติแล้วคุณแม่ที่เข้าสู่ไตรมาสที่สองจะค่อย ๆ อาเจียนน้อยลงไปเรื่อย ๆ ถึงไม่อาเจียนแล้วนั่นเอง 4. ปวดท้องเหมือนจะคลอดก่อนกำหนด – ความผิดปกติของคนท้องที่หากเกิดขึ้นและไม่ควรมองข้าม […]

Read More
สุขภาพ เรื่องน่ารู้

เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อย

นอกจากอาหารที่คุณแม่ตั้งครรภ์จะต้องใส่ใจและเรื่องของเครื่องดื่มเองก็สำคัญ หลายท่านน่าจะทราบว่าขณะตั้งครรภ์ต้องกินน้ำให้เพียงพอกับทั้งตัวของแม่และลูกเลยนั่นเอง ซึ่งบางคนก็ไม่ชอบดื่มน้ำเปล่าและอยากดื่มน้ำอื่น ๆ แทน ซึ่งน้ำบางประเภทก็ไม่ได้ดีต่อเด็กในท้อง ดังนั้นควรดูให้ดีก่อนเลือกดื่ม เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อย รวม 5 เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง แอลกอฮอล์ – เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อย เป็นที่ทราบกันว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลกับพัฒนาการของลูกน้อยอย่างมากเลยทีเดียว ทั้งยังเสี่ยงต่อการทำให้ลูกพิการอีกด้วย ดังนั้นควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดขณะที่ตั้งครรภ์ รวมถึงสารเสพติดต่าง ๆ ด้วย ยาจีนยาดอง – เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพขอ แม่และเด็ก ยาจีนยาดองต่าง ๆ นั้นยังไม่มีการรับรองอย่างเป็นทางการจากแพทย์ว่าช่วยในเรื่องของการตั้งครรภ์มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นหากต้องการดื่มยาจีนให้ปรึกษาแพทย์แผนจีนก่อนเพื่อความปลอดภัยต่อทั้งเด็กและตัวคุณแม่เอง ทั้งนี้ควรเช็ควัตถุดิบในการทำยาด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้ น้ำอัดลม – เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อย อย่างที่ทราบกันว่าน้ำอัดลมหรือน้ำหวานแทบจะเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ดีต่อร่างกายอย่างมากเลยล่ะ ทั้งความหวานที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน และโรคอื่น ๆ ตามมา และคาร์บอนที่อยู่ในน้ำอัดลมก็ไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย ทำให้เกิดลมในท้องและอึดอัดได้ น้ำผักหรือผลไม้ปั่นที่มีรสหวานมากเกินไป – เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อย น้ำผักและผลไม้ที่มีประโยชน์นั้นหากใส่น้ำเชื่อมหรือน้ำหวานมากเกินไปจะกลายเป็นโทษแทนจะเป็นคุณ ดังนั้นควรที่จะดื่มน้ำผักผลไม้ที่ไม่ผสมน้ำหวานแทนเสียมากกว่า ยิ่งถ้าเป็นน้ำผลไม้ที่ขายตามท้องตลาดนั้นยิ่งควรหลีกเลี่ยงเพราะมีความหวานค่อนข้างสูง นอกจากนี้หลังจากที่ผ่านกรรมวิธีต่าง ๆ และทำให้ไม่มีกากใยที่เป็นประโยชน์ในการขับถ่ายในน้ำผลไม้กล่องที่ขายทั่วไปอีกด้วย เครื่องดื่มแบบชง เช่น ชา […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปี ส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? อย่างไร? ที่นี่มีคำตอบ

เป็นเรื่องที่สาว ๆ หลายคนเป็นกังวลกันว่าหากตัวเองมีลูกตอนที่อายุมากแล้วหมายถึงตอนอายุ 30 ปีขึ้นไปลูกในท้องจะแข็งแรงหรือไม่ จะมีความผิดปกติอะไร หรือการมีลูกจะยากขึ้นจริงหรือ? ทั้งนี้เราจะมาตอบคำถามเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปี ส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? ไขข้อข้องใจ ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปี ส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์จริงหรือ ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปีส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? ร่างกายของเราคนเรามีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาเช่นเดียวกับอวัยวะต่าง ๆ และฮอร์โมนในร่างกายที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไป ความสมบูรณ์ในร่างกายของเราก็จะลดลงไปตามกาลเวลาอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติอย่างมาก ทว่าในปัจจุบันนั้นเรามีวิธีในการดูแลตัวเองที่มากขึ้น มีการรับประทานอาหารที่ดีต่อร่างกาย รู้จักการผ่อนความความเครียดจากการทำงานหนัก ออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งกิจวัตรเหล่านี้จะช่วยให้ร่างกายของเราแก่ช้าลงไปนั่นเอง นั่นหมายความว่าการตั้งครรภ์ของคุณแม่ปัจจุบันสามารถทำได้ถึงอายุ 35 – 40 ปีในหมู่คนที่มีร่างกายแข็งแรง ทว่าก็ยังคงเป็นเรื่องกังวลเกี่ยวกับความแข็งแรงของไข่และมดลูกของสาว ๆ ในวัยนี้ ดร.จีน ทเวนจ์ นักจิตวิทยาได้ออกมาบอกว่าเธอเองก็เป็นหนึ่งในคนที่มีความกังวลเกี่ยวกับการมีลูกช้าของตัวเอง ทว่าหลังจากที่ศึกษามายังไม่มีผลวิจัยที่บอกว่าผู้หญิงที่อายุมากกว่าสามสิบจะไม่สามารถมีลูกได้หรือลูกที่คลอดออกมาจะไม่แข็งแรง แม้จะมีข่าวเกี่ยวกับผู้ที่มีลูกในวัยที่มากแล้วจะเสี่ยงในเรื่องของการเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ต้องผ่าคลอดเพราะแรงเบ่งมีไม่พอ รกเกาะต่ำ เด็กมีความเป็นไปได้ว่าจะมีความบกพร่องต่าง ๆ เช่น พิการ เป็นดาวน์ซินโดรม ก็ตามที ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปีส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? […]

Read More
ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ

แม่เครียดขณะตั้งครรภ์ ส่งผลกระทบต่อลูกในท้อง มากน้อยแค่ไหน?

แม้ความเครียดจะเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนสามารถมีได้และอาจเกิดขึ้นโดยที่ไม่ตั้งตัวจนบางครั้งก็ไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่ากำลังเครียดอยู่ ความเครียดที่เกิดขึ้นเป็นปกตินี้จะเป็นเรื่องที่อันตรายขึ้นมาทันทีหาก แม่เครียดขณะตั้งครรภ์ ส่งผลต่อลูกในท้องมากน้อยแค่ไหน ทำไมถึงไม่ควรเครียดขณะตั้งครรภ์? ผลกระทบที่เกิดจาก แม่เครียดขณะตั้งครรภ์ แม่เครียดขณะตั้งครรภ์ ส่งผลต่อลูกในท้องมากน้อยแค่ไหน ทำไมถึงไม่ควรเครียดขณะตั้งครรภ์? จริง ๆ แล้วทุกคนทราบดีว่าความเครียดเป็นสิ่งที่อันตรายต่อร่างกายและจิตใจของคนเราอย่างมากเลยล่ะ จริงอยู่ที่ว่าความเครียดในระดับที่พอเหมาะจะทำให้สมองของเราสามารถคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ดีขึ้น แต่นั่นก็ต้องอยู่ในระดับความกดดันที่รู้สึกว่าไม่มากจนเกินไป แต่เมื่อความกดดันเหล่านั้นมีมากขึ้น และกลายเป็นความเครียดที่เริ่มสะสมขึ้นมาจะส่งผลต่อร่างกายมากกว่าที่คาดคิดเอาไว้เลยล่ะ ซึ่งอาการของความเครียดก็เช่น การนอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ปวดหัว ไม่รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ต้องการของหวานเพื่อลดความเครียด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมากเลยล่ะ แน่นอนว่าในคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในท้องหากเกิดความเครียดแล้วพักผ่อนน้อยก็จะยิ่งส่งผลต่อความสมบูรณ์และความแข็งแรงของลูกในท้องได้ด้วย นอกจากนี้ความรู้สึกของแม่จะถูกส่งไปยังลูกน้อยได้โดยตรง นั่นหมายความว่าในขณะที่แม่มีความเครียดลูกก็จะเป็นเด็กที่มีความเครียดไปด้วยนั่นเอง ซึ่งไปเป็นผลดีต่อพัฒนาการของลูกน้อยเมื่อเติบโตขึ้นมา ดังนั้นนอกเหนือจากการดูและร่างกายแล้วคุณแม่ต้องดูแลจิตใจของตัวเองด้วย แม่เครียดขณะตั้งครรภ์ ส่งผลต่อลูกในท้องมากน้อยแค่ไหน ทำไมถึงไม่ควรเครียดขณะตั้งครรภ์? ซึ่งการดูแลจิตใจของตัวคุณแม่นั้นเป็นเรื่องที่ทำได้หากได้รับการช่วยเหลือจากคุณพ่อ เพราะมีหญิงตั้งครรภ์หลายคนจะเกิดอาการอารมณ์แปรปรวนจากฮอร์โมน รู้สึกขี้น้อยใจ ขี้โมโหมากขึ้น ซึ่งหลายคนที่รับมือไม่ถูกจะมีอาการเครียดได้ ยิ่งถ้าคู่ครองบางคนที่ไม่เข้าใจและกลายเป็นทะเลาะกันขึ้นมาอีกก็จะกลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้นและส่งผลต่อจิตใจของทั้งสองฝ่าย แน่นอนว่าลูกก็จะรับรู้ความรู้สึกเหล่านั้นได้ด้วยนั่นเอง วิธีที่ดีที่สุดคือการได้รับความร่วมมือจากตัวคุณแม่เองและตัวสามีในการลดความเครียดที่อาจเกิดขึ้นมาระหว่างที่ตั้งครรภ์อยู่ อาจปรับฮอร์โมนด้วยการออกกำลังกาย หรือทานน้ำมากขึ้น นอนให้เยอะขึ้น กินอาหารให้ครบห้าหมู่ก็ช่วยได้มากเลยล่ะ การออกไปเดินเล่นสูดอากาศที่บริสุทธิ์ก็ช่วยอาการของแม่เครียดขณะตั้งครรภ์ ได้ด้วยเช่นกัน เว็บไซต์ให้ควารู้เกี่ยวกับ การเลี้ยงลูก ufoid ที่นี่มีทุกๆเรื่องราว ให้ทุกคนได้ติดตาม อย่างมากมาย และในวันนี้สิ่งที่ลืมไม่ได้เลย ufoid ต้องขอขอบคุณ tiger711 สำหรับบทความ แม่และเด็ก ที่สนับสนุนให้กับเว็บไซต์เราด้วยค่ะ […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

ท้องยาก ควรบำรุงร่างกายอย่างไร ทานอะไร ให้พร้อมมีบุตร?

ผู้หญิงหลายคนที่พร้อมในการมีลูกแล้วแต่ดันเป็นคนที่ท้องยาก ซึ่งอาจเกิดจากความแปรปรวนของฮอร์โมนที่เกิดจากความเครียดหรือการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นหากสาว ๆ ท่านใดที่อยากจะมีลูกแต่มีลูกยากให้เริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและลดความเครียด พร้อมกับการหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ฮอร์โมนในร่างกายสามดุลมากที่สุดนั่นเอง ท้องยาก ควรบำรุงร่างกายอย่างไร ทานอะไร ให้พร้อมมีบุตร? ท้องยาก ทานแล้วมีมีบุตรแน่นอน เพิ่มโปรตีนให้มากขึ้น – ท้องยากควรบำรุงร่างกายอย่างไร ทานอะไร ให้พร้อมมีบุตร? ร่างกายของเราต้องการโปรตีน 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ซึ่งหลายคนกินโปรตีนไม่ถึงทำให้ไม่มีโปรตีนที่เพียงพอไปซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกายและสร้างกล้ามเนื้อในร่างกายให้แข็งแรงพร้อมที่จะมีบุตรนั่นเอง ดังนั้นควรกินโปรตีนให้ถึง ลดคาร์โบไฮดดรตลง – ท้องยากควรบำรุงร่างกายอย่างไร ทานอะไร ให้พร้อมมีบุตร? ผู้ที่มีภาวะโรคเบาหวานและโรคอ้วนจะทำให้มีบุตรยากขึ้น ดังนั้นควรลดการกินคาร์โบไฮเดรตลง การลดคาร์โบไฮเดรตจะทำให้ฮอร์โมนสมดุลมากขึ้นอีกด้วย แถมยังลดอินซูลินและโอกาสในการเป็นเบาหวานอีกด้วย ลดความหวานลง – ท้องยากควรบำรุงร่างกายอย่างไร ทานอะไร ให้พร้อมมีบุตร? มีผลวิจัยออกมาแล้วว่าการลดน้ำตาลช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ถึง 83% เลยทีเดียว! ใครที่วางแพลนจะมีบุตรให้รีบลดการบริโภคน้ำตาลลงไปบ้างจะดีมากเลยล่ะ ทั้งยังลดโอกาสการเกิดโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย กินไขมันดี HDL – ท้องยากควรบำรุงร่างกายอย่างไร ทานอะไร ให้พร้อมมีบุตร?เคยได้ยินกันมาว่าไขมันไม่ได้ต่อร่างกายแต่นั่นหมายถึงเฉพาะไขมันเลวเท่านั้น ไขมันดีที่อยู่ในอาหารจำพวก น้ำมันปลา […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ สุขภาพ

อาหารคนท้องไตรมาสแรก ควรทานเพื่อความสมบูรณ์ ของลูกน้อยในครรภ์

ในช่วงท้องไตรมาสแรกของคุณแม่หลายท่านจะต้องพบกับอาการแพ้ท้องกันเสียมาก ซึ่งส่วนใหญ่คุณแม้จะแพ้ท้องและอาเจียนทำให้อาหารที่ทานเข้าไปไม่ถึงลูกเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามคุณแม่ในช่วงท้องแรกก็ไม่ควรที่จะขาดอาหารจำเป็นเหล่านี้เพื่อความแข็งแรงและการเติบโตอย่างเต็มที่ของเด็กในครรภ์ อาหารคนท้องไตรมาสแรก 4 ประเภท ควรทานไม่ควรขาด เพื่อความสมบูรณ์ของเด็กในครรภ์ แนะนำ อาหารคนท้องไตรมาสแรก ทานแล้วลูกน้อยสมบูรณ์แน่นอน น้ำ – อาหารคนท้องไตรมาสแรกควรทานไม่ควรขาด เพื่อความสมบูรณ์ของเด็กในครรภ์ น้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญอย่างมากในร่างกายและเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดอีกด้วย คุณแม่ตั้งครรภ์ยิ่งต้องดูแลตัวเองด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวันเพื่อตัวของคุณและลูกของคุณ ทั้งนี้ควรดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำหวานหรือน้ำอัดลมเพื่อสุขภาพที่ดีและเพื่อการทานของที่หวานมากเกินไปด้วยนั่นเอง แคลเซียม – อาหารคนท้องไตรมาสแรกควรทานไม่ควรขาด เพื่อความสมบูรณ์ของเด็กในครรภ์ แคลเซียมมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างของกระดูกและฟันของลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์ และลูกในท้องต้องการใช้แคลเซียมอย่างมากเลยล่ะเพื่อป้องกันไม่ให้แคลเซียมในร่างกายของแม่หายไปด้วยจึงจำเป็นที่จะต้องกินแคลเซียมเสริมเข้าไปนั่นเอง แคลเซียมสามารถพบได้มากในนม ผักใบสีเขียว หรือถ้าคุณแม่ท่านใดต้องการกินวิตามินเสริมสามารถปรึกษาแพทย์ได้ วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ – อาหารคนท้องไตรมาสแรกควรทานไม่ควรขาด เพื่อความสมบูรณ์ของเด็กในครรภ์ แน่นอนว่าวิตามินและแร่ธาตุเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่แล้วยิ่งตั้งครรภ์ยิ่งต้องกินเพิ่มให้เพียงพอต่อตัวของลูกในครรภ์ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้วิตามินช่วยบำรุงเลือด สมอง และช่วยขับของเสียออกจากร่างกายได้อีกด้วย โฟเลต – อาหารคนท้องไตรมาสแรกควรทานไม่ควรขาด เพื่อความสมบูรณ์ของเด็กในครรภ์ โฟเลตมีส่วนช่วยในการบำรุงประสาทและสมองของลูกในครรภ์ของคุณแม่ การกินอาหารที่มีโฟเลตสูงจะช่วยให้พัฒนาการของสมองของลูกสามารถทำงานได้อย่างดีและสมบูรณ์แข็งแรงนั่นเอง โฟเลตมีอยู่มากในถั่วเหลือง กล้วย ส้ม และผักใบเขียว โปรตีน – อาหารคนท้องไตรมาสแรกควรทานไม่ควรขาด เพื่อความสมบูรณ์ของเด็กในครรภ์ แน่นอนว่าโปรตีนที่มีส่วนช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อเป็นสิ่งที่สำคัญด้วยเช่นกันไม่ต่างจากอาหารอื่น ๆ ที่กล่าวขึ้นมาข้างต้น โปรตีนช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและช่วยในการบำรุงตัวอ่อนของเด็กได้อย่างดีอีกด้วย ซึ่งโปรตีนมีอยู่มากในไข่และเนื้อ […]

Read More
สุขภาพ เรื่องน่ารู้

อาหารอันตราย ที่มีผลร้าย ต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ๆ

อาหารที่ดีจะส่งผลที่ดีต่อร่างกายเช่นเดียวกันกับอาหารอันตรายก็จะส่งผลร้ายต่อร่างกายเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในเด็กวัยกำลังโตที่ต้องการสารอาหารมากเป็นพิเศษเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายและพัฒนาเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาดูกันว่าอาหารที่อันตรายต่อเด็ก ๆ มีอะไรบ้าง อาหารอันตราย ที่มีผลร้าย ต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ๆ ทำความรู้จัก อาหารอันตราย ต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ฟาสต์ฟู๊ด – อาหารอันตรายที่มีผลร้าย ต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ๆ เป็นที่แน่นอนว่าอาหารฟาสต์ฟูตหรือชื่อเล่นคืออาหารขยะ เป็นอาหารที่เกิดจากการแปรรูปหลายขั้นตอนทั้งยังเต็มไปด้วยสารกันบูด โซเดียมอีกมากมายที่ไม่ดีต่อร่างกายของเราเมื่อรับประทานเข้าไปมาก ๆ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ในวัยที่ควรจะได้รับสารอาหารที่ดีและบอบบางต่อสารเคมีต่าง ๆ ยิ่งควรหลีกเลี่ยง อาหารที่มีโซเดียมสูง – อาหารอันตรายที่มีผลร้าย ต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ๆ โซเดียมที่มากเกินไปทำให้สมองทำงานได้ช้าลง ซึ่งในขนมซอง ๆ นั้นมีโซเดียมสูงมากเลยล่ะ ทั้งนี้ควรดูแลไม่ให้ลูกกินขนมซอง ๆ เหล่านี้มากเกินไป ควรจำกัดการกินในแต่ละวัน โยเกิร์ตกลิ่นผลไม้หรือขนมที่แต่งรสชาติสังเคราะห์ – อาหารอันตรายที่มีผลร้าย ต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ๆ ขนมหรือของกินที่มีการแต่งสีและกลิ่นสังเคราะห์เป็นอาหารที่มีสารเคมีเป็นส่วนผสม จึงเป็นอันตรายหากรับประทานในระยะยาวนั่นเอง น้ำสลัดครีมข้น – อาหารอันตรายที่มีผลร้าย ต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ๆ เชื่อหรือไม่ว่าในน้ำสลัดครีมข้นที่เด็ก ๆ […]

Read More
Back To Top