Friday, September 17, 2021
กิจกรรมเด็ก เรื่องน่ารู้

ของเล่นฝึกพัฒนาการ และทักษะในด้านต่างๆ ของลูกน้อยวัยอนุบาล

 นอกเหนือจากการดูแลที่ดีของพ่อแม่แล้ว  ลูกน้อยจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดดหากได้เล่นของเล่นที่ช่วยฝึกพัฒนาการและทักษะต่างๆ  ด้วย ของเล่นฝึกพัฒนาการ ได้อีกด้วยมาดูกันว่ามีของเล่นอะไรน่าสนใจบ้าง ของเล่นฝึกพัฒนาการ แต่ละอย่าง  มีดีแตกต่างกันออกไป ของเล่นฝึกพัฒนาการกล้ามเนื้อโดยรวม พัฒนากล้ามเนื้อโดยรวมเพื่อสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงแก่ร่างกาย ได้แก่  เชือกโหน  ชิงช้า  ไม้ลื่น  ไม้กระดก  ราวโหน  อุโมงค์  บ่อบอล  บ่อทราย  ซึ่งลูกควรอยู่ในความดูแลของพ่อแม่หรือผู้ใหญ่เพื่อความปลอดภัย ของเล่นฝึกพัฒนาการกล้ามเนื้อมือ เป็นการฝึกกล้ามเนื้อมือมัดเล็ก  มัดใหญ่  และข้อมือ  ที่มีความสำคัญในการหยิบจับสิ่งต่างๆ รวมถึงการเขียนหนังสือด้วย ได้แก่  ของเล่นที่ฝึกการเคลื่อนไหวของมือในลักษณะต่างๆ ตี  (กลอง)  บีบ  (ลูกบอลยาง) วาง  (ตัวต่อบล็อกไม้  ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่  ซึ่งลูกจะได้ต่อบล็อกไม้ตามจินตนาการอย่างสนุกสนาน) ร้อย  (ร้อยลูกปัด  ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างนิ้วมือ  เป็นการร้อยลูกปัดรูใหญ่หลากสีลงในเชือก) เสียบ  (บล็อกไม้เสียบเสา  ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก  มีหลายเสา  ซึ่งเสาที่ว่านี้จะมีเดือยเล็กๆ ยื่นออกมาในลักษณะต่างกัน  หากลูกหาบล็อกไม้ที่ถูกต้องใส่ลงบนเสาได้  บล็อกไม้ก็จะเลื่อนลงไป) โยน  (ลูกบอล  ลูกโป่ง  ถือเป็นของเล่นฝึกพัฒนาการแบบบ้านๆ) หมุน,  หยอด  (บล็อกไม้รูปทรงต่างๆ  ให้ลูกได้หมุนจนเจอตำแหน่งที่ถูกต้องแล้วหยอดบล็อกไม้ลงไปในรูที่มีรูปร่างเหมือนกัน) เลื่อน  (ขดลวดเสริมพัฒนาการ  ที่ให้ลูกได้เลื่อนลูกปัดจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งตามแนวของขดลวดที่โค้งไปโค้งมา) เขย่า  (ลูกแซ็ก) ยืด  […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปี ส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? อย่างไร? ที่นี่มีคำตอบ

เป็นเรื่องที่สาว ๆ หลายคนเป็นกังวลกันว่าหากตัวเองมีลูกตอนที่อายุมากแล้วหมายถึงตอนอายุ 30 ปีขึ้นไปลูกในท้องจะแข็งแรงหรือไม่ จะมีความผิดปกติอะไร หรือการมีลูกจะยากขึ้นจริงหรือ? ทั้งนี้เราจะมาตอบคำถามเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปี ส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? ไขข้อข้องใจ ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปี ส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์จริงหรือ ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปีส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? ร่างกายของเราคนเรามีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาเช่นเดียวกับอวัยวะต่าง ๆ และฮอร์โมนในร่างกายที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไป ความสมบูรณ์ในร่างกายของเราก็จะลดลงไปตามกาลเวลาอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติอย่างมาก ทว่าในปัจจุบันนั้นเรามีวิธีในการดูแลตัวเองที่มากขึ้น มีการรับประทานอาหารที่ดีต่อร่างกาย รู้จักการผ่อนความความเครียดจากการทำงานหนัก ออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งกิจวัตรเหล่านี้จะช่วยให้ร่างกายของเราแก่ช้าลงไปนั่นเอง นั่นหมายความว่าการตั้งครรภ์ของคุณแม่ปัจจุบันสามารถทำได้ถึงอายุ 35 – 40 ปีในหมู่คนที่มีร่างกายแข็งแรง ทว่าก็ยังคงเป็นเรื่องกังวลเกี่ยวกับความแข็งแรงของไข่และมดลูกของสาว ๆ ในวัยนี้ ดร.จีน ทเวนจ์ นักจิตวิทยาได้ออกมาบอกว่าเธอเองก็เป็นหนึ่งในคนที่มีความกังวลเกี่ยวกับการมีลูกช้าของตัวเอง ทว่าหลังจากที่ศึกษามายังไม่มีผลวิจัยที่บอกว่าผู้หญิงที่อายุมากกว่าสามสิบจะไม่สามารถมีลูกได้หรือลูกที่คลอดออกมาจะไม่แข็งแรง แม้จะมีข่าวเกี่ยวกับผู้ที่มีลูกในวัยที่มากแล้วจะเสี่ยงในเรื่องของการเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ต้องผ่าคลอดเพราะแรงเบ่งมีไม่พอ รกเกาะต่ำ เด็กมีความเป็นไปได้ว่าจะมีความบกพร่องต่าง ๆ เช่น พิการ เป็นดาวน์ซินโดรม ก็ตามที ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปีส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

ท้องยาก ควรบำรุงร่างกายอย่างไร ทานอะไร ให้พร้อมมีบุตร?

ผู้หญิงหลายคนที่พร้อมในการมีลูกแล้วแต่ดันเป็นคนที่ท้องยาก ซึ่งอาจเกิดจากความแปรปรวนของฮอร์โมนที่เกิดจากความเครียดหรือการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นหากสาว ๆ ท่านใดที่อยากจะมีลูกแต่มีลูกยากให้เริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและลดความเครียด พร้อมกับการหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ฮอร์โมนในร่างกายสามดุลมากที่สุดนั่นเอง ท้องยาก ควรบำรุงร่างกายอย่างไร ทานอะไร ให้พร้อมมีบุตร? ท้องยาก ทานแล้วมีมีบุตรแน่นอน เพิ่มโปรตีนให้มากขึ้น – ท้องยากควรบำรุงร่างกายอย่างไร ทานอะไร ให้พร้อมมีบุตร? ร่างกายของเราต้องการโปรตีน 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ซึ่งหลายคนกินโปรตีนไม่ถึงทำให้ไม่มีโปรตีนที่เพียงพอไปซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกายและสร้างกล้ามเนื้อในร่างกายให้แข็งแรงพร้อมที่จะมีบุตรนั่นเอง ดังนั้นควรกินโปรตีนให้ถึง ลดคาร์โบไฮดดรตลง – ท้องยากควรบำรุงร่างกายอย่างไร ทานอะไร ให้พร้อมมีบุตร? ผู้ที่มีภาวะโรคเบาหวานและโรคอ้วนจะทำให้มีบุตรยากขึ้น ดังนั้นควรลดการกินคาร์โบไฮเดรตลง การลดคาร์โบไฮเดรตจะทำให้ฮอร์โมนสมดุลมากขึ้นอีกด้วย แถมยังลดอินซูลินและโอกาสในการเป็นเบาหวานอีกด้วย ลดความหวานลง – ท้องยากควรบำรุงร่างกายอย่างไร ทานอะไร ให้พร้อมมีบุตร? มีผลวิจัยออกมาแล้วว่าการลดน้ำตาลช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ถึง 83% เลยทีเดียว! ใครที่วางแพลนจะมีบุตรให้รีบลดการบริโภคน้ำตาลลงไปบ้างจะดีมากเลยล่ะ ทั้งยังลดโอกาสการเกิดโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย กินไขมันดี HDL – ท้องยากควรบำรุงร่างกายอย่างไร ทานอะไร ให้พร้อมมีบุตร?เคยได้ยินกันมาว่าไขมันไม่ได้ต่อร่างกายแต่นั่นหมายถึงเฉพาะไขมันเลวเท่านั้น ไขมันดีที่อยู่ในอาหารจำพวก น้ำมันปลา […]

Read More
สุขภาพ เรื่องน่ารู้

อาหารอันตราย ที่มีผลร้าย ต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ๆ

อาหารที่ดีจะส่งผลที่ดีต่อร่างกายเช่นเดียวกันกับอาหารอันตรายก็จะส่งผลร้ายต่อร่างกายเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในเด็กวัยกำลังโตที่ต้องการสารอาหารมากเป็นพิเศษเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายและพัฒนาเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาดูกันว่าอาหารที่อันตรายต่อเด็ก ๆ มีอะไรบ้าง อาหารอันตราย ที่มีผลร้าย ต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ๆ ทำความรู้จัก อาหารอันตราย ต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ฟาสต์ฟู๊ด – อาหารอันตรายที่มีผลร้าย ต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ๆ เป็นที่แน่นอนว่าอาหารฟาสต์ฟูตหรือชื่อเล่นคืออาหารขยะ เป็นอาหารที่เกิดจากการแปรรูปหลายขั้นตอนทั้งยังเต็มไปด้วยสารกันบูด โซเดียมอีกมากมายที่ไม่ดีต่อร่างกายของเราเมื่อรับประทานเข้าไปมาก ๆ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ในวัยที่ควรจะได้รับสารอาหารที่ดีและบอบบางต่อสารเคมีต่าง ๆ ยิ่งควรหลีกเลี่ยง อาหารที่มีโซเดียมสูง – อาหารอันตรายที่มีผลร้าย ต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ๆ โซเดียมที่มากเกินไปทำให้สมองทำงานได้ช้าลง ซึ่งในขนมซอง ๆ นั้นมีโซเดียมสูงมากเลยล่ะ ทั้งนี้ควรดูแลไม่ให้ลูกกินขนมซอง ๆ เหล่านี้มากเกินไป ควรจำกัดการกินในแต่ละวัน โยเกิร์ตกลิ่นผลไม้หรือขนมที่แต่งรสชาติสังเคราะห์ – อาหารอันตรายที่มีผลร้าย ต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ๆ ขนมหรือของกินที่มีการแต่งสีและกลิ่นสังเคราะห์เป็นอาหารที่มีสารเคมีเป็นส่วนผสม จึงเป็นอันตรายหากรับประทานในระยะยาวนั่นเอง น้ำสลัดครีมข้น – อาหารอันตรายที่มีผลร้าย ต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ๆ เชื่อหรือไม่ว่าในน้ำสลัดครีมข้นที่เด็ก ๆ […]

Read More
สุขภาพ เรื่องน่ารู้

ยาที่คุณแม่ให้นมบุตรเลี่ยง เพราะทานแล้วอาจเป็นอันตรายต่อลูกรักของคุณได้

ขณะที่คุณแม่อยู่ในช่วงที่ให้นมบุตรแล้ว คุณแม่จะสามารรถเลือกรับประทานได้หลากหลายมากขึ้นทว่าก็ยังมีบางสิ่งที่ยังต้องงดรับประทานอยู่ นั่นก็คือ ตัวยาที่จะสามารถส่งผลกระทบในแง่ร้ายไปยังเด็กทารกนั่นเอง ทั้งนี้มียาอะไรบ้างที่ไม่ควรจะกินหากกำลังให้นมบุตรอยู่ มีผลข้างเคียงอะไรบ้างที่เป็นอันตรายต่อเด็กทารก? ยาที่คุณแม่ให้นมบุตรเลี่ยง มีดังนี้ ยาที่คุณแม่ให้นมบุตรเลี่ยง แม่คนไหนอยากรู้มาดูกัน ยากดภูมิคุ้มกัน – ยาที่คุณแม่ให้นมบุตรเลี่ยงชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นยากที่กดภูมิคุ้มกัน ซึ่งปกติจะเป็นยาที่ให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างแรงอยู่พอสมควรเมื่อคุณแม่กินยากดภูมิ ตัวยาจะสามารถถ่ายทอดไปยังทากได้จากการให้นมนั่นเอง ทารกที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันก็จะมีร่างกายออกแอเพราะภูมิคุ้มกันถูกกฎไปด้วยนั่นเอง ซึ่งเป็นผลเสียในระยะยาวต่อการเติบโตของทารกเลยล่ะ ยารักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ Amiodarone – ยาที่คุณแม่ให้นมบุตรเลี่ยงยาตัวนี้เป็นการที่เข้าสู่เส้นเลือดด้วยเช่นกัน นั่นหมายความว่าตัวยาจะไปสู่ลูกของคุณแม่ผ่านการให้นมนั่นเอง ทำให้เด็กใจเต้นผิดจังหวะได้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อเด็กอย่างมากเลยล่ะ ยากลุ่มกรดวิตามินเอ – ยาที่คุณแม่ให้นมบุตรเลี่ยงยากลุ่มนี้เป็นยาที่เข้าสู่เลือกและส่งต่อไปยังลูกได้ ซึ่งเด็กที่ได้รับสารนี้เข้าไปจะปวดหลัง และมีโอกาสตับเป็นพิษได้ในระยะยาว ดังนั้นผู้ที่กินยากลุ่มนี้ควรหลีกเลี่ยงการให้นมบุตรด้วยตัวเองจะดีที่สุด อย่าลืมปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของที่แม่และลูก แอสไพริน – ยาที่คุณแม่ให้นมบุตรเลี่ยงเชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินว่าแอสไพรินเป็นยาที่ค่อนข้างแรงและไม่อนุญาตให้หญิงตั้งครรภ์หรือหญิงที่กำลังให้นมบุตรกินได้ เพราะจะทำให้อาเจียนหนักกว่าเก่า นอกจากนี้ยังทำให้เด็กเกิดอาการเบื่ออาหาร กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือรู้สึกหดหู่ซึมเศร้าขึ้นมาได้อีกด้วย ทางที่ดีหากไม่สบายควรหาตัวอย่าอื่นทดแทนไปก่อน ยาแก้ปวดแก้อักเสบ Naproxen – ยาที่คุณแม่ให้นมบุตรเลี่ยงอีกหนึ่งตัวยาที่อันตรายต่อเด็กเพราะเป็นยาที่อยู่ในเลือดได้นานกว่ายาอื่น ๆ ทำให้สามารถส่งไปยังลูกน้อยผ่านน้ำนมได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นยาตัวใดที่มีผลกระทบที่ไม่ดีต่อลูกก็ควรหลีกเลี่ยงไปก่อนในขณะที่ให้นมบุตรนั่นเอง ทั้งนี้หากจำเป้นต้องกินยาควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ ถ้าอยากได้เคล็ดลับ การเลี้ยงลูก ดีๆ ufoid ที่นี่มีทุกๆ เรื่องราวดีๆ ให้ทุกคนได้ติดตาม อย่างมากมาย และในวันนี้สิ่งที่ลืมไม่ได้เลย ufoid ต้องขอขอบคุณ joker สล็อต777 สำหรับบทความ […]

Read More
สุขภาพ เรื่องน่ารู้

ยาที่คุณแม่ให้นมบุตรไม่ควรทาน ควรหลีกเลี่ยง เพื่อให้ลูกน้อยปลอดภัย

น้ำนมแม่ที่ให้ลูกดื่มหลังคลอดนั้นเป็นสิ่งที่ผลิตมาจากเลือดของแม่และเปลี่ยนเป็นน้ำนมตามธรรมชาติของร่างกายเพื่อสร้างเป็นสารอาหารเพื่อให้ลูกน้อยได้ดื่มเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทั้งนี้การให้นมบุตรเป็นการที่แม่ส่งต่อสารอาหารที่อยู่ในตัวทั้งดีและไม่ดีให้กับลูก นั่นหมายความว่าเวลาที่ให้นมบุตรเป็นช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องเลือกสิ่งที่กินเข้าไปเช่นเดียวกันเพราะทุกอย่างสามารถกระทบลูกได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องทายยาอยู่เป็นประจำยิ่งต้องระมัดระวัง ยาที่คุณแม่ให้นมบุตรไม่ควรทาน ควรหลีกเลี่ยง เพื่อให้ลูกน้อยปลอดภัย ทำความรู้จักกับ ยาที่คุณแม่ให้นมบุตรไม่ควรทาน ยาเสพติด – ยาที่คุณแม่ให้นมบุตรไม่ควรทานสารเสพติดต่าง ๆ เป็นสารที่พอเสพเข้าไปแล้วจะเข้าสู่กระแสเลือดดังนั้นสาเสพย์ติดทั้งหลายทั้งยาบ้า ยาอี โคเคน ก็จะส่งต่อไปยังลูกด้วยและเป็นอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว ดังนั้นผู้ที่ให้นมลูกไม่ควรเสพยาเสพติดใด ๆ สารนิโคติน – ยาที่คุณแม่ให้นมบุตรไม่ควรทานเช่นเดียวกับยาเสพติด สารนิโคตินที่อยู่ในบุหรี่ก็สามารถส่งตอถึงลูกน้อยผ่านทางน้ำนมแม่ได้ด้วยเช่น ดังนั้นขณะที่กำลังให้นมบุตรไม่ควรเสพสารเสพติดหรือสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาดหากอยากให้ลูกน้อยแข็งแรง สารเคมีบำบัด – ยาที่คุณแม่ให้นมบุตรไม่ควรทานการรักษาโรคมะเร็งด้วยการใช้สารเคมบำบัดส่งผลโดยตรงต่อร่างกายของแม่ ดังนั้นเมื่อให้น้ำนมบุตรสารเคมีเหล่านี้ก็กระทบกับลูกด้วย ผู้ที่ใช้สารเคมีบำบัดจึงไม่สามารถให้นมลูกได้เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะทำให้ลูกเป็นอันตราย ยาเคมีบำบัด Cyclophosphamide, Cyclosporine, Doxorubicin หรือ Methotrexate – ยาที่คุณแม่ให้นมบุตรไม่ควรทานยาเคมีบำบัดสำหรับคุณแม่ที่จำเป็นต้องใช้ยาเหล่านี้ในการรักษาจริง ๆ จะไม่สามารถให้นมบุตรได้ ด้วยยาเคมีบำบัดเหล่านี้จะไปกดภูมิคุ้มกันของทารก และยังสามารถกดไขกระดูกเด็กอ่อนได้อีกด้วย จึงเป็นอันตรายต่อเด็กมาเลยล่ะ ยารักษาไมเกรน – ยาที่คุณแม่ให้นมบุตรไม่ควรทานยาไมเกรนเป็นยาที่กดประสาททำให้เกิดผลกระทบต่อทารกที่ดื่มนมจากคุณแม่ที่ทานยาไมเกรน ซึ่งทำให้ทารกอาเจียนได้ นอกจากนี้ยังกระทบการนอนของเด็กอีกด้วยเพราะในตัวยาไมเกรนมีคาเฟอีนสูงมากเช่นเดียวกัน เมื่อรับเข้าทางกระแสเลือดจึงส่งผลหาลูกที่ดื่มนมจากแม่ได้อย่างรวดเร็วทำให้เด็กนอนไม่หลับซึ่งส่งผลให้ขัดต่อการเจริญเติบโตของรเด็ก ufoid.net เว็บไซต์ที่ได้รวบรวมสิ่งดีๆ เกี่ยวกับ แม่และเด็ก เทคนิค เคล็ดลับ การดูแลลูก ที่นี่มีให้ครบทุกเรื่องราว ที่คุณต้องการ และถ้าท่านไดที่ได้ข้อมูลที่ต้องการค้นหาครบแล้ว ถ้าต้องการเล่นเกมออนไลน์ tiger711 […]

Read More
Uncategorized ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

วิธีรับมือโควิด 19 ของคุณแม่ตั้งครรภ์ สถานะการแบบนี้ต้องดูแลตัวเองอย่างไร

ขณะนี้สถานการณ์ของโควิด 19 ค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังประมาทไม่ได้เด็ดขาดเนื่องจากยังมีการติดต่อให้เห็นอยู่อย่างต่อเนื่องและยังมีผู้ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิดอีกด้วย แม้ตอนนี้จะมีวัคซีนออกมารับมือแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันได้แบบ 100% และยังไม่มีการรักษาที่แน่นอนได้แต่รักษาไปตามอาการ อย่างไรก็ตามคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงดังนั้นควรมี วิธีรับมือโควิด 19 ของคุณแม่ตั้งครรภ์ สถานะการแบบนี้ต้องดูแลตัวเองอย่างไร แนะนำ 5 วิธีรับมือโควิด 19 ของคุณแม่ตั้งครรภ์ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ – วิธีรับมือโควิด 19 ของคุณแม่ตั้งครรภ์ สถานการณ์แบบนี้ต้องดูแลตัวเองอย่างไร อาการของผู้ที่ได้รับเชื้อโควิด 19 จะมีอากรคล้ายกับการเป็นไข้หวัดใหญ่การฉีดวัคซีนไข้หวัดจะช่วยลดอาการของโควิด 19 ได้ อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงทางหนึ่งที่ช่วยลดอาการหลังจากที่ติดโควิดเท่านั้น ยังต้องป้องกันตัวเองจากสถานการณ์ของความเสี่ยงที่จะติดเชื้ออีกด้วย นอนให้เพียงพอ – วิธีรับมือโควิด 19 ของคุณแม่ตั้งครรภ์ สถานการณ์แบบนี้ต้องดูแลตัวเองอย่างไร การนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอคือสิ่งที่จะทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ทำให้คุณแม่และเด็กแข็งแรงและสามารถสู้กับโรคภัยต่าง ๆ ได้นั่นเอง ระวังตัวจากอุบัติเหตุ – วิธีรับมือโควิด 19 ของคุณแม่ตั้งครรภ์ สถานการณ์แบบนี้ต้องดูแลตัวเองอย่างไร การเกิดอุบัติเหตุที่อาจทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาลในช่วงนี้คงจะเป็นเรื่องที่ไม่สะดวกอย่างมากเลยล่ะ เพราะฉะนั้นคุณแม่จะต้องระวังตัวให้เป็นพิเศษในช่วงนี้เลยล่ะ อย่าออกไปอยู่ในสถานที่แออัด – วิธีรับมือโควิด 19 […]

Read More
สุขภาพ เรื่องน่ารู้

อย่าใช้คอตตอนบัดแคะหูลูก สาเหตุเพราะอะไร คุณแม่มือใหม่ควรรู้!

เป็นอีกหนึ่งความเชื่อและเป็นสิ่งที่หลาย ๆ บ้านทำกันต่อ ๆ กันมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็กแล้วกับการใช้คอตตอนบัดในการแคะหูและทำความสะอาดภายในช่องหูของเรา แน่นอนว่าหลายคนสมัยเป็นเด็กคุณพ่อคุณแม่ก็จะแคะหูให้ด้วยการใช้คอตตอนบัดขนาดเล็ก เรียกว่าเป็นหนึ่งในโมเม้นต์ของความทรงจำของหลาย ๆ บ้านกันเลยล่ะ ทั้งนี้จึงเกิดเป็นความเข้าใจว่าหากไม่แคะหูให้ลูกด้วยคอตตอนบัดขี้หูจะติดอยู่ข้างในและเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้ ทว่าล่าสุดทางแพทย์ได้ออกมาบอกกันแล้วว่าตามธรรมชาติของมนุษย์แล้วนั้นขี้หูสามารถออกจากหูได้ตามธรรมชาติโดยที่ไม่ต้องใช้คอตตอนบัดเลยล่ะ อย่าใช้คอตตอนบัดแคะหูลูก สาเหตุเพราะอะไร คุณแม่มือใหม่ควรรู้! ทำควาเข้าใจว่าทำไม คุณแม่ทุกคน อย่าใช้คอตตอนบัดแคะหูลูก อย่าใช้คอตตอนบัดแคะหูลูก สาเหตุเพราะอะไร คุณแม่มือใหม่ควรรู้!  อย่างที่บอกไปว่าหูของเราและของลูกของเราก็ตามสามารถกำจัดขี้หูออกมาได้ตามธรรมชาติของร่างกาย เป็นกระบวนการที่เวลาที่เราขยับขี้หูจะค่อย ๆ ออกมาเอง การที่เราขยับกราม การเคี้ยวอาหารจะเป็นกลไกตามธรรมชาติที่ขี้หูของเราจะหลุดออกมาเอง ทั้งนี้ในเด็ก ๆ เล็ก ๆ ก็มีกระบวนการของร่างกายในการกำจัดสิ่งสกปรกรวมถึงขี้หูที่เหมือนกันนั่นเอง ทั้งนี้การที่ใช้คอตตอนบัดแคะหูจะทำให้รูหูของลูกน้อยสะอาดขึ้นจริงหรือ? จริง ๆ แล้วอย่าใช้คอตตอนบัดแคะหูลูก เพราะขนาดของคอตตอนบัดมีความใหญ่ และการที่เรานำคอตตอนบัดเข้าไปในรูหูก็เป็นการที่เราผลักขี้หูเข้าไปด้านในให้ลึกขึ้นมากกว่าเดิม ด้วยนั้นจึงไม่ควรที่จะใช้คอตตอนบัดในการทำความสะอาดหู และคอตตอนบัดสามารถใช้ทำความสะอาดอะไรได้บ้างล่ะ? คอตตอนบัดสามารถใช้ทำความสะอาดใบหูด้านนอกของลูกน้อยได้ ทำความสะอาดรูจมูก หรือใช้ในการใส่แผลแทนการใช้นิ้วมือของเราได้นั่นเอง ทั้งนี้วิธีที่จะช่วยให้ขี้หูของลูกออกมาได้โดยธรรมชาติสามารถช่วยด้วยการทาออยให้ขี้หูนิ่มและออกมาง่ายขึ้นได้ซึ่งดีกว่าการใช้คอตตอนบัดที่มีโอกาสจะผลักขี้หูเข้าไปมากขึ้น อย่าใช้คอตตอนบัดแคะหูลูก สาเหตุเพราะอะไร คุณแม่มือใหม่ควรรู้! ส่วนใครที่ยังเป็นกังวลอยู่ก็สามารถนำลูกไปตรวจร่างกายได้ ซึ่งปกติการตรวจสุขภาพประจำปีคุณหมอจะทำการตรวจรูหูของเด็กอยู่แล้ว หากมีขี้หูอุดตันมากกว่าปกติคุณหมอจะดูแลลูกของเราให้เอง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องดูแลในรูหูของลูกน้อยด้วยการใช้คอตตอนบัดที่อาจเป็นการผลักขี้หูเข้าไปในหูได้นั่นเอง ต้องการรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก ufoid ที่นี่มีทุกๆ เรื่องราว ให้ทุกคนได้ติดตาม อย่างมากมาย […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

อาการปวดหัวนม ปัญหาที่แม่ลูกอ่อน ต้องพบเจอ แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

แม่ลูกอ่อนที่อยู่ในช่วงการใช้นมบุตรอยู่นั้นมีเรื่องที่ค่อนข้างกวนใจและเป็นปัญหาของคุณแม่หลายท่านเพราะเวลาที่ให้นมลูกทีไรก็รู้สึกเจ็บหัวนมเสียอย่างนั้น เป็นอาการผิดปกติหรือไม่จะทำอย่างไรไม่ให้เจ็บหัวนมหรือเจ็บน้อยที่สุดกับ อาการปวดหัวนม ปัญหาที่แม่ลูกอ่อน ต้องพบเจอ แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหาแม่ลูกอ่อนกับ อาการปวดหัวนม พักจากการให้นมลูกจากเต้า – อาการปวดหัวนม ปัญหาที่แม่ลูกอ่อน ต้องพบเจอ แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ จริง ๆ แล้วการที่เราให้นมลูกบ่อย ๆ และมีน้ำนมไหลออกมาเราจะไม่ปวดหรือเจ็บหัวนมเท่าไหร่นัก ทว่าการที่น้ำนมของเราไหลช้าและลูกบางคนก็ดูดนมแรงเกินไปก็สามารถทำให้คุณแม่เจ็บนมได้ ดังนั้นควรพักจากการให้นมลูกบ้าง อาจใช้วิธีการปั๊มนมเอาไว้แทนที่ช่วยให้เจ็บหัวนมน้อยลงได้บ้าง เมื่อน้ำนมไหลจะลดอาการปวด – อาการปวดหัวนม ปัญหาที่แม่ลูกอ่อน ต้องพบเจอ แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นเรื่องธรรมชาตอของร่างกายของแม่ที่เมื่อนมไหลออกมาเป็นปกติแล้วจะไม่รู้สึกเจ็บหัวนม หากมีน้ำนมแล้วนมไม่ได้ไหลออกมาก็สามารถทำให้เจ็บหัวนมได้ด้วยเช่นกัน ใช้ที่ครอบหัวนมช่วย – อาการปวดหัวนม ปัญหาที่แม่ลูกอ่อน ต้องพบเจอ แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ เดี๋ยวนี้มีสิ่งที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บเวลาที่ลูกดูดนมลงมาบ้างจากการใช้ที่ครอบหัวนมช่วยเพื่อให้ลูกสามารถดูดนมได้ง่ายขึ้นและตัวคุณแม่เองก็เจ็บตัวน้อยลงอีกด้วย ต้องขอบคุณนวัตกรรมของปัจจุบันที่ช่วยคุณแม่ได้มากเลยล่ะ อย่าลืมดูแลเพิ่มความชุ่มชื่นให้หัวนม – อาการปวดหัวนม ปัญหาที่แม่ลูกอ่อน ต้องพบเจอ แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ หัวนมแห้งก็ทำให้มีอาการคันและรู้สุกเจ็บได้ง่ายเมื่อต้องให้น้ำนมลูก ดังนั้นอย่าลืมดูแลตัวเอง ทาครีมบำรุงก่อนนอนแต่อย่าใช้เครื่องสำอางค์หรือครีมที่มีสารเคมีเพราะเป็นอันตรายต่อลูกของเราได้ ใส่เสื้อผ้าใส่สบาย – อาการปวดหัวนม ปัญหาที่แม่ลูกอ่อน ต้องพบเจอ แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่าใส่เสื้อผ้ารัด ๆ […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ เรื่องน่ารู้

บรรเทาอาการแพ้ท้อง สามารถทำได้เบื้องต้น ด้วยตัวเอง ได้โดยไม่ต้องใช้ยา

คุณแม้ตั้งครรภ์เกือบทั้งหมดมักจะพบปัญหาการแพ้ท้อง ซึ่งแต่ละคนจะมีอาการและความหนักเบาของการแพ้ท้องที่แตกต่างกัน บางคนที่ไม่มีอาการแพ้ท้องเลยก็มีเช่นเดียวกัน ขึ้นอยู่กับสภาพของฮอร์โมนในร่างกายของแต่ละคนนั่นเอง แน่นอนว่ามีอาหารหลายอย่างที่คุณแม่อาจกินเสริมเข้าไปเพื่อปรับฮอร์โมนในร่างกายให้เป็นปกติและไม่รู้สึกแพ้ท้องหรือมีอาการแพ้ท้องน้อยลง อย่างไรก็ตามเมื่อคุณแม่ทั้งหลายมีอาการแพ้ท้องขึ้นมาจะรักษาอาการเหล่านั้นอย่างไรเพื่อให้ไม่เป็นอันตรายต่อเด็กในท้อง บรรเทาอาการแพ้ท้อง สามารถทำได้เบื้องต้น ด้วยตัวเอง ได้โดยไม่ต้องใช้ยา เคล็ดลับ บรรเทาอาการแพ้ท้อง ด้วยตัวเอง ได้โดยไม่ต้องใช้ยา คลื่นไส้ – บรรเทาอาการแพ้ท้อง เบื้องต้นด้วยตัวเองได้โดยไม่ต้องใช้ยา หากคุณแม่มีอาการคลื่นไส้สามารถบรรเทาความรู้สึกอยากอาเจียนนี้ด้วยการดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ หรือดื่มชาผลไม้ที่มีคาเฟอีนต่ำก็สามารถช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ลงได้ หรือถ้าใครอยากของเปรี้ยว ๆ หน่อยสามารถดื่มน้ำผึ้งมะนาวอุ่น ๆ ได้เช่นกัน แน่นอนว่าเครื่องดื่มเหล่านี้ไม่ได้ใช้ยาและไม่เป็นอัตรายต่อเด็กในท้องนั่นเอง ท้องผูก – บรรเทาอาการแพ้ท้อง เบื้องต้นด้วยตัวเองได้โดยไม่ต้องใช้ยา คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ท้องผูกสามารถหลีกเลี่ยงการรับประทานยาระบายและเปลี่ยนมาเป็นการดื่มน้ำในแต่ละวันให้มากขึ้นแทน รับประทานอาหารที่มีกากใยเพื่อช่วยเรื่องการขับถ่าย และลดอาหารที่มีธาตุเหล็กลงบ้าง เพราะอาหารที่มีธาตุเหล็กอาจทำให้ท้องผูกได้ง่าย จุกเสียด แน่นหน้าอก – บรรเทาอาการแพ้ท้อง เบื้องต้นด้วยตัวเอได้โดยไม่ต้องใช้ยา หากคุณแม่คนไหนเกิดอาการแน่นหน้าอก อึดอัด สามารถรับประทานแครกเกอร์ที่มีความเค็มเพื่อช่วยได้ หรือดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ ก็จะช่วยให้สบายสามารถหายใจได้โล่งมากขึ้นนั่นเอง ปวดหัว – บรรเทาอาการแพ้ท้อง เบื้องต้นด้วยตัวเองได้โดยไม่ต้องใช้ยา อาการปวดหัวที่เกิดขึ้นในคุณตั้งครรภ์หรือคนที่มีประจำเดือนก็ตามเกิดจากการที่ร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอนั่นเอง การดูแลเบื้องต้นคือการดื่มน้ำให้มากขึ้น และให้นอนหลับพักผ่อน โดยต้องนอนในที่โปร่งอากาศเย็นสบายไม่ควรนอนในห้องที่ร้อนหรืออึดอัดหายใจลำบากจะยิ่งทำให้ปวดหัวมากขึ้น หากดูและเบื้องต้นแล้วยังไม่ดีขึ้นแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการต่อไป […]

Read More
Back To Top