Monday, January 25, 2021
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรค

ภาวะโลหิตจางขณะตั้งครรภ์ ของคุณแม่อันตราย ต่อการตั้งครรภ์มากกว่าที่คิด!

คุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหลายน่าจะพอทราบกันดีว่าคนที่มีภาวะโลหิตจางหรือคนที่เป็นโรคโลหิตจางอยู่แล้วมีโอกาสอย่างมากที่จะแท้ง หรือไม่สามารถตั้งครรภ์ได้เหมือนคนทั่ว ๆ ไป ทว่าภาวะนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้ในขณะที่ตั้งครรภ์อยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจเกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนน้อย หรืออาจจะปัจจัยอื่น ๆ อีก ครั้งนี้เราจะพาคุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหลายไปรู้จักกับภาวะโลหิตจางนี้ให้มากขึ้น เพื่อการเฝ้าระวังและดูแลร่างกายของตัวเองให้สมบูรณ์แข็งแรงมากขึ้น ภาวะโลหิตจางขณะตั้งครรภ์ ของคุณแม่อันตราย ต่อการตั้งครรภ์มากกว่าที่คิด! อาการภาวะโลหิตจางขณะตั้งครรภ์ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรามี ภาวะโลหิตจางขณะตั้งครรภ์ วิธีสังเกตง่าย ๆ คือจะรู้สึกเหมือนจะเป็นลมอยู่บ่อยครั้ง หน้าซีด มีความอ่อนเพลีย หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ รู้สึกเบื่ออาหารและมีอาการคลื่นไส้อาเจียนได้อีกด้วย หากทราบว่าตัวเองมีอาการเหล่านี้ขั้นต้นสามารถเดาไว้ก่อนเลยว่าเราอาจมีภาวะโลหิตจางอยู่และควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยและตัวของคุณแม่เอง เพราะภาวะโลหิตจางอันตรายต่อการตั้งครรภ์มากกว่าที่คิด หากคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เป็นภาวะโลหิตจาง เด็กมีโอกาสที่จะเสียชีวิตในครรภ์สูงมาก หรืออาจจะคลอดออกมาแล้วเสียชีวิตได้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้หากเด็กรอดมาได้ก็มีโอกาสที่จะพิการหรืออาจจะเป็นโรคโลหิตจางได้ด้วยเช่นกัน ภาวะโลหิตจางจึงเป็นอันตรายมากกว่าที่ใครหลายคนคิดนั่นเอง ภาวะโลหิตจางขณะตั้งครรภ์ อันตรายต่อการตั้งครรภ์มากกว่าที่คิด ดังนั้นคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ควรใส่ใจและสังเกตตัวเองให้ดี ทั้งนี้สามารถปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการรักษาและดูแลร่างกายตัวเองเพื่อให้เด็กที่คลอดออกมาสมบูรณ์แข็งแรงได้ เพราะบางคนอาจไม่ปรากฏภาวะโลหิตจางก่อนตั้งครรภ์แต่ดันเกิดภาวะนี้ขณะตั้งครรภ์ก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน การรับประทานวิตามินเสริม เช่น วิตามินดี ธาตุเหล็ก ก็สามารถช่วยลดภาวะโลหิตจางได้ (ทั้งนี้ควรอยู่ในการควบคุมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ) การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เพียงพอก็สามารถช่วยให้เด็กที่เติบโตออกมาแข็งแรงได้เช่นกัน โดยสามารถเน้นที่โปรตีนและกากอาหารต่าง ๆ เช่น เนื้อ นม ไข่ ผักใบสีเขียวเข้ม เป็นหลักเพื่อบำรุงเลือดในร่างกายของคุณแม่และเด็กในท้อง แม้เราจะดูแลตัวเองอย่างดีและสามารถคลอดลูกออกมาได้อย่างปลอดภัยและสุขภาพดีแต่คุณแม่ที่มีภาวะโลหิตจางก็ยังคงต้องดูแลตัวเองอยู่ถึงหกเดือนหลังคลอดเพื่อให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติ ดังนั้นนอกจากภาวะโลหิตจางอันตรายต่อการตั้งครรภ์มากกว่าที่คิดแล้วยังคงเป็นอันตรายต่อตัวของคุณแม่หลังจากตั้งครรภ์อีกด้วย อย่าลืมติดตามบทความ แม่และเด็ก ได้ที่เว็บ […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรค

3 ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด โรคที่คุณแม่หลายคนต้องเจอ คุณพ่อความรับมือให้ทัน

            เชื่อว่าคุณแม่เมื่อถึงเวลาหลังคลอดก็จะมีอาการต่าง ๆ ตามมามายมาย ไม่ว่าจะเป็นการที่น้ำหนักขึ้น เลี้ยงลูกหนักจนมีอาการนอนน้อย ซึมเศร้าก็เป็นอีกอาการของแม่หลังคลอด วันนี้แอดอยากที่จะมากล่าวถึง ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด โรคที่คุณแม่หลายท่านต้องเจอ ที่คุณพ่อความรับมือให้ทัน ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดส่งผลถึงอารมณ์ของคุณแม่อย่างไรบ้าง ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ที่คุณพ่อเตรียมรับมือ อาการแรกที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ ความกังวล เป็นความรู้สึกหลังคลอดของคุณแม่ ที่ส่งผลกลายเป็นอาการของโรคซึมเศร้าได้ เกิดจากฮอร์โมนหลังคลอด ที่แบกรับภาระหน้าที่การเลี้ยงลูก จะมีความคิดเล็กคิดน้อยเกี่ยวกับลูกน้อยต่าง ๆ นานา ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ที่คุณพ่อเตรียมรับมือ อาการที่สองที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ ร้องไห้อย่างหนัก เป็นอาการที่เกิดจากฮอร์โมนต่าง ๆ ที่มีความเปลี่ยนแปลงไป เป็นอาการของโรคซึมเศร้าหลังคลอดที่มีความน่าเป็นห่วงมาก ๆ ทั้งร้องไห้แบบไม่มีสาเหตุ หรืออารมณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เป็นอีกอาการที่คุณพ่อเตรียมตัวรับมือให้ดีเลย ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ที่คุณพ่อเตรียมรับมือ อาการที่สามที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรเลย แม้ว่าตอนที่ตั้งท้องได้มีกิจกรรมในหัวมากมายแต่เมื่อคลอดลูก ก็จะมีอาการของโรคซึมเศร้าต่าง ๆ นานาที่เข้ามา ทำให้กิจกรรมที่คิดว่าจะทำก็ไม่ได้ทำ ไม่มีแรง และดูไม่มีความสุข หากต้องทำกิจกรรมที่เคยทำแล้วมีความสุข             ทั้งหมดก็เป็นอาการเกี่ยวกับ ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ในบางส่วนที่บอกเลยว่ามีความสำคัญมาก ๆ […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรค โรคเด็ก

ทำความรู้จัก และทดสอบหา “ภูมิแพ้ในเด็ก” เรื่องใกล้ตัว ที่พ่อแม่ควรระวัง

ภูมิแพ้ถือเป็นโรคที่อันตราย เพราะการจะทราบถึงสาเหตุนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย หากแพ้หนักถึงขั้นมีอันตรายส่งผลถึงชีวิตยิ่งต้องเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญอย่างมาก ภูมิแพ้เกิดจากการทำงานผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ที่มักเกิดเพราะความผิดปกติทางพันธุกรรม มีแนวโน้มที่จะสร้างภูมิต้านทานที่มีความไวต่อสารก่อภูมิแพ้ซึ่งพบได้ในทั้งคน สุนัข แมว ม้า แมลง หรือแม้แต่พืชพันธุ์ดอกไม้  ซึ่งภูมิแพ้แต่ละชนิดนั้น จะมีความแตกต่างกันออกไป เช่น ทางผิวหนัง และ ระบบทางเดินหายใจ แต่สำหรับ ภูมิแพ้ในเด็ก นั้นแตกต่างจากภูมิแพ้ในผู้ใหญ่ เพราะสำหรับเด็กบางคนมีปัญหาจากการทานนมของแม่ จึงจำเป็นต้องทานนมวัน แต่ถ้าทานนมวัวไปนาวๆ ก็อาจมีผดผื่นขึ้นตามตัว ผิวหนังอักเสบ หรือหากเป็นหนักอาจะมีอาหารหอบได้ ยิ่งถ้าหากเป็นเด็กในวัยที่โตขึ้น อย่างวัยอนุบาลก็จะมีโอกาสที่จะสัมผัสกับสารที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้มากขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เช่น ไรฝุ่นในบ้าน ละอองเกสรดอกไม้ ขนหรือน้ำลายสัตว์เลี้ยง ควันบุหรี่ แพ้อากาศ อาจมีอาการคัดจมูก แน่นจมูก ไอ่จาม หากปล่อยไว้และไม่รับการรักษาอย่างถูกวิธีอาจทำให้เป็นต่อเนื่องจนถึงตอนโต และมีอาการหนักขึ้นจนมีอาการที่รุนแรงรักษาได้ให้หายได้ยากขึ้นก็เป็นได้                การเตรียมตัวทดสอบหาภูมิแพ้ในเด็ก ควรงดทานยาแก้แพ้ก่อนที่จะเข้ารับการทดสอบ อย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้ผลทดสอบออกมาไม่คลาดเคลื่อน หากทานยาชนิดอื่นอยู่ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน เพราะยาบางชนิดนั้นมีสารบางอย่างที่ทำให้การทดสอบไม่ได้ผล อีกทั้งยังอาจเกิดผลข้างเคียงที่มีอันตรายต่อร่างกายอีกด้วย งดทาโลชั่นหรือยาที่ผิวหนังก่อนมาทดสอบอย่างน้อย 1 วัน ไม่จำเป็นต้องงดน้ำ […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรค โรคเด็ก

โรคทางพันธุกรรม มรดกโรคที่ถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูก ที่ไม่มีใครอยากได้

ก่อนอื่นมารู้จัก พันธุกรรม คือ ลักษณะต่างๆของร่างกาย ทั้งภายในและภายนอกที่ถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปยังคนในอีกรุ่นหนึ่ง นั่นหมายถึงจากบิดามารดา ไปยังรุ่นลูกหรือหลานๆต่อไป ซึ่งแยกเป็นลักษณะทางคุณภาพเช่นลักษณะของสีผิว สีตา เส้นผม โครงหน้า เป็นต้น และลักษณะทางปริมาณที่มีเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมร่วมด้วย และมาถึงในเรื่อง โรคทางพันธุกรรม คือโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม จากบิดาหรือมารดาไปยังลูก ซึ่งเกิดจากความผิดปกติแบบแฝงที่อยู่ในยีนของพ่อ หรือยีนของแม่ โรคทางพันธุกรรมสำคัญๆ ที่สามารถจะควบคุมและป้องกันไม่ให้เป็นปัญหาสุขภาพได้ มีดังนี้ โรคทางพันธุกรรมสามารถจะควบคุมและป้องกันได้ โรคธาลัสซีเมีย ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ไม่ว่าจะเป็นชนิดแบบแฝงก็ตาม เป็นความผิดปกติจากยีนที่ไม่สามารถผลิตเม็ดเลือดได้ปกติ ไม่ว่าจะจากบิดาหรือมารดา หากถ่ายทอดถึงลูก ลูกจะมีลักษณะผิวตัวซีด ตัวเหลือง ปัสสาวะเหลือง ซึ่งจะตรวจพบได้ตั้งแต่เมื่อคลอด โรคฮีโมฟีเลีย การถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่ลักษณะของโรคคือ เลือดไม่สามารถแข็งตัวหากมีแผลเลือดจะไม่สามารถหยุดได้เอง จะมีรอยฟกช้ำซึ่งไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ ตาบอดสี จะมีลักษณะอาการคือไม่สามารถแยกสีระหว่าง สีเขียวกับสีแดง สีน้ำเงินกับสีเหลือง ออกจากกันได้ จะเป็นความผิดปกติกับตาทั้งสองข้างและจะไม่สามารถรักษาได้ เอ็ดเวิร์ดซินโดรม เป็น โรคทางพันธุกรรม ที่ทำให้เด็กสามารถเสียชีวิตได้ตั้งแต่เกิด โดยจะความผิดปกติที่ส่งผลให้ เกิดลักษณะปากแหว่ง เพดานโหว่ ความผิดปกติทางสติปัญญา ดาวน์ซินโดรม เป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่บ่งบอกชัดเจนจากลักษณะภายนอก เช่นตาเฉียงเล็ก จมูกแบน ลิ้นจุก อีกทั้งยังอาจจะมีโรคที่ติดตัวมาด้วย […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรค โรคเด็ก

การป้องกันและเฝ้าระวัง เพื่อลดความเสี่ยงการเกิด โรคไข้เลือดออกในเด็ก

เข้าสู่ฤดูฝนทีไรก็จะมีโรคระบาดที่มากับ ฤดูฝน หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด โรคมือเท้าปาก และโรคไข้เลือดออก ที่ต้องเฝ้าระวังในกลุ่มเด็กเล็ก โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออกที่ค่อนข้างอันตราย และกว่าโรคจะแสดงอาการส่วนใหญ่ เข้าสู่ช่วงที่ เป็นระยะที่ 2 หรือ 3 ของโรคไข้เลือดออกแล้ว ดังนั้นควรจะป้องกัน การตั้งแต่เนิ่นๆไม่ใช่แค่ช่วงฤดูฝนเท่านั้นเพราะ ยุงลาย ที่เป็นพาหะนำโรคนี้มีตลอดทั้งปี เพียงแต่ในช่วงหน้าฝนจะค่อนข้างระบาดเยอะ สิ่งที่ควรทำเพื่อป้องกัน ไม่ให้เด็กมีความเสี่ยงในการเป็น โรคไข้เลือดออกในเด็ก เรามีวิธีง่ายๆมาแนะนำ  การป้องกันและเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกในเด็ก ใช้โลชั่นทากันยุงสำหรับเด็ก เป็นวิธีป้องกัน โรคไข้เลือดออกในเด็ก ที่ง่ายที่สุด และสะดวกที่สุด ซึ่งในปัจจุบันมี โลชั่นทากันยุงสำหรับเด็กหลายยี่ห้อ ทั้งผลิตในประเทศ และนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งสามารถใช้ในเด็กเล็ก อายุขั้นต่ำ 1 ขวดขึ้นไปได้ และโดยเฉพาะกับเด็กวัยอนุบาล ที่ต้องไปโรงเรียน การทาโลชั่นทากันยุง ไปในทุกวันนั้นจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดไข้เลือดออกได้ เพราะแม้ว่าโรงเรียนแต่ละแห่งจะมีการป้องกัน ด้วยการจัดสถานที่ให้โล่งไม่มีแอ่งน้ำขังที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย แต่ก็ไม่สามารถวางใจได้ 100%  ดังนั้นการเลือกวิธีป้องกัน นี้จะเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก  สำหรับบ้านเรือนก็ควรจะไม่ให้มีแหล่งน้ำขังในบริเวณต่างๆของบ้าน เพื่อที่จะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและควรฉีดยากันยุงทุกวัน เพื่อให้บ้านปลอดภัยจากยุงลาย  และหากมีบุคคลมีบ้านป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก ควรรีบแจ้งสาธารณสุข ให้มาพ่นหมอกควันไล่ยุงลายและแจ้งให้ชุมชนได้ทราบเพราะโรคไข้เลือดออก ถือเป็นโรคระบาดร้ายแรง ดังนั้นการแจ้งข่าวกับชุมชนหรือแจ้งกับทางโรงเรียน […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรค โรคเด็ก

เข้าฤดูฝนต้องระวัง โรคมือเท้าปาก ที่มักเกิดมากในเด็ก เตือนแม่ ๆ คอยดูอาการลูก

กลายเป็นโรคยอดฮิตสำหรับเด็กเล็กในประเทศไทยไปแล้วโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนจะต้องระวัง โรคมือเท้าปาก ให้ดีเพราะเป็นโรคติดต่อ โดยเฉพาะเด็กในวัยเรียนในโรงเรียนหรือห้องเรียนมีเด็กที่ป่วยด้วยโรคนี้ เด็กที่ป่วยจะต้องหยุดเรียนและรักษาจนหายสนิทถึงจะกลับมาเรียนหนังสือได้ในห้องเรียนเองก็จะต้องมีการทำความสะอาดและตรวจสอบว่ามีเด็กคนไหนมีแนวโน้มที่จะ ติดโรคนี้ก็ควรจะให้หยุดดูอาการหรือไปพบแพทย์ โรคมือเท้าปากเป็นแบบไหน สำหรับ โรคมือเท้าปาก จะเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งทางแพทย์ระบุว่าเป็นกลุ่ม เอนเทอโรไวรัสซึ่งมีหลายสายพันธุ์แต่ในประเทศไทยนั้นจะพบในกลุ่มสายพันธุ์  คอกซากีไวรัส เอ16 (coxsackievirus A16) และเอนเทอโรไวรัส 71 (enterovirus 71) มากที่สุดโดย เด็กกลุ่มเสี่ยงนั้นจะอยู่ที่อายุน้อยกว่า 5 ขวบ ซึ่งค่อนข้างที่จะอันตรายกว่าเด็กที่มีอายุมากกว่าที่ระบุมา  ลักษณะอาการที่บ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมือเท้าปาก อาการเบื้องต้นของ โรคมือเท้าปาก จะมีลักษณะของ อาการไข้ และ มีตุ่มน้ำใสขึ้นตามฝ่ามือ ลำตัว ฝ่าเท้า คล้ายอีสุกอีกใส แต่จะมีอาการที่แตกต่างเห็นชัดนั่นคือ เป็นแผลในปาก ซึ่งจะต้องสังเกตอาการตั้งแต่เด็กเริ่มเป็นไข้ เพราะในฤดูฝนโลกนี้จะแพร่กระจายค่อนข้างไว อาการอื่นของโรคมือเท้าปาก เด็กมีอาการซึมลงจากปกติ  รับประทานอาหารได้น้อยหรือไม่รับประทานนม    มีอาการปวดศีรษะมาก ในบางรายอาจจะมีอาการเพ้อหรือพูดไม่รู้เรื่อง  ในรายที่อาการหนักอาจจะมีอาการคอแข็งอาเจียน หรือมีอาการตัวสั่น หายใจเร็ว หอบเหนื่อย การติดต่อของโรคมือเท้าปาก จะติดต่อด้วยสารคัดหลั่ง ไม่ว่าจะเป็นน้ำลาย น้ำมูกเสมหะ  จะต้องมีการแยกเด็กที่ป่วยออกจากเด็กปกติและหากสงสัยต้องเริ่มสังเกตอาการตั้งแต่มีไข้ ผลข้างเคียงของโรคมือเท้าปาก อาจจะทำให้เด็กเสียชีวิตด้วย […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ พัฒนาการเด็ก สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรค โรคเด็ก

โรคแอลดีคืออะไร คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ รู้จักกันหรือยัง

โรคแอลดี (LD) หรือ learning disorder หมายถึง ภาวะทางการเรียนรู้บกพร่องซึ่งจะพบได้ในยุคปัจจุบันค่อนข้างเยอะที่บอกแบบนี้เพราะโรคนี้จริงๆก็มีมานานแล้วแต่ไม่เป็นที่เปิดเผยหรือไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลความรู้แต่สมัยใหม่มีอินเทอร์เน็ตมีการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆมากขึ้นจึงทำให้อาการแอลดีเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น  โรคแอลดีหรือภาวะทางการเรียนรู้บกพร่อง จริงๆก็จะเรียกชื่อโรคไม่ถูกนัก แต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะเหมารวมแบบเดียวกับ โรคสมาธิสั้น ซึ่งการเกิด โรคแอลดี หรือ ภาวะทางการเรียนรู้บกพร่อง นี้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงได้ เพราะจะเป็นอาการที่ เกิดได้หลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นจาก กรรมพันธุ์ การคลอดผิดปกติ หรือภาวะอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีผลมาจากสมองเป็นหลัก แต่พ่อแม่จะสามารถสังเกตอาการภาวะผิดปกติทางด้านนี้ได้โดยจะมีความเด่นชัดอยู่ 3 แบบคือ อาการภาวะผิดปกติจากการเกิดโรคแอลดี การบกพร่องทางการอ่าน – โดยส่วนใหญ่แล้วภาวะนี้จะสามารถเห็นได้จากการที่เด็กเริ่มเข้าเรียน ซึ่งจะเริ่มเห็นความผิดปกติจากการเกิด โรคแอลดี ในช่วงประมาณช่วงประถม 1  ที่จะเริ่มมีการสอนอ่านหนังสือแบบเป็นเรื่องเป็นราว เด็กที่มีภาวะนี้จะอ่านช้าได้กว่าเด็กปกติในช่วงวัยเดียวกัน และไม่สามารถอ่านคำต่างๆได้ชัดไม่สามารถ ผันเสียงสระวรรณยุกต์ต่างๆได้ และไม่สามารถจับใจความในสิ่งที่อ่านได้ หลายคนอาจจะมองว่าเด็กประถม 1  ไม่ได้เรียนอะไรเยอะแยะนัก แต่ครูผู้สอนจะรู้ได้โดยอัตโนมัติว่าเด็กมีความช้ากว่าเด็กคนอื่น หรือไม่ก็เมื่อพ่อแม่สอนหนังสือลูกเอง จะสามารถสังเกตเห็นอาการนี้ได้  การบกพร่องทางการเขียน – เป็นภาวะความบกพร่องของ โรคแอลดี ที่พบได้เยอะ โดยลักษณะของเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางด้านนี้จะเขียนหนังสือได้ช้ากว่าเด็กปกติทั่วไปจนหลายคนมองว่านั่นคืออาการขี้เกียจเขียนแต่จริงๆแล้วไม่ใช่เพราะถ้าสังเกตลายมือของเด็กที่มีภาวะทางด้านนี้จะเห็นชัดเจนเพราะอาการจะบ่งบอกออกมาผ่านการเขียนหนังสือเช่นไม่สามารถเขียนสระบางตัวได้หรือเขียนตัวหนังสือบางตัวไม่ได้เลยเรียงลำดับอักษรไม่เป็นสะกดคำผิดและ จะเขียนหนังสือได้ ช้าเกินกว่า เด็กในวัยเดียวกัน ซึ่งจะสามารถสังเกตอาการได้ตั้งแต่ช่วงวัยเรียนอนุบาล หรือตั้งแต่เริ่มหัดเขียนหนังสือ การบกพร่องทางด้านคณิตศาสตร์ – […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรค โรคเด็ก

ลูกไอตอนกลางคืน ปัญหาที่พบบ่อยในเด็ก คุณพ่อคุณแม่ช่วยลูกได้

 ในช่วงฤดูฝนเช่นนี้ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยทั้งอากาศร้อนในช่วงกลางวันและมีฝนตกในช่วงตอนเย็นนั้นอาจทำให้ลูกของคุณ เป็นหวัดหรือ ลูกไอตอนกลางคืน เพิ่มเข้ามาด้วยได้นั่นเอง  ซึ่งแท้จริงแล้วอาการไอตอนกลางคืนสำหรับเด็กน้อยนั้นส่วนใหญ่มีสาเหตุจากอาการไข้หวัด นั่นเอง ซึ่งสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใดที่พบเจออาการ ลูกไอตอนกลางคืน เป็นเวลานาน จนน่าเป็นห่วงนั้นท่านควรที่จะสืบหาสาเหตุหลักที่แท้จริงที่นอกจากอาการไข้หวัดแล้วนั้น อาจเป็นเพราะลูกน้อยของท่านมีอาการภูมิแพ้ร่วมเข้าด้วยนั่นเอง และสำหรับวิธีแก้เมื่อพบ ปัญหาลูกไอตอนกลางคืนจนนอนไม่หลับนั้นสามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดายดังต่อไปนี้ วิธีแก้ไขอาการลูกไอตอนกลางคืน –  ดื่มน้ำอุ่น การดื่มน้ำเปล่าถือว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก ๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะน้ำอุ่น ที่จะช่วยให้เสมหะต่าง ๆ ที่อยู่ในลำคอสลายหายไป รวมถึงอาการระคายเคืองคอด้วยเช่นกัน โดยที่ให้ลูกน้อยดื่มน้ำอุ่นก่อนนอน และระหว่างวันเป็นประจำนั่นเอง –  ให้ลูกล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ สำหรับอาการ  ลูกไอตอนกลางคืน เป็นประจำนั้นอาจเป็นเพราะตัวเด็กมีน้ำมูกที่ติดอยู่ในโพรงจมูกเรื้อรังซึ่งในช่วงกลางคืนนั้นน้ำมูกต่าง ๆ จะไหลลงสู่คอได้ง่ายและเป็นสาเหตุทำให้เด็กไอมากขึ้นในเวลากลางคืนจึงควรให้ลูกน้อยล้างจมูกด้วยน้ำเกลือก่อนเข้านอนนั่นเอง –  ในห้องนอนควรจัดพื้นที่ ที่มีอากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก รวมถึงความสะอาดภายในห้องนอน ไม่ควรมีฝุ่น หรือละอองใด ๆ ที่อาจทำให้ลูกน้อยระคายเคืองคอได้ เพราะส่วนใหญ่แล้วอาการ ลูกไอตอนกลางคืน นั้น เป็นเพราะต้องอยู่ในห้องนอนที่มีทั้งฟูกนอน ผ้าห่ม และเครื่องนอนต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่สะสมของฝุ่นละอองได้เป็นอย่างดีนั่นเอง นอกจากนี้ผู้ปกครองสามารถใช้ยาแก้ไอเด็ก หรือยาละลายเสมหะของเด็กให้ลูกทาน เพื่อเป็นการรักษาโดยตรงได้ด้วยเช่นกัน เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถดูแลลูกของคุณได้อย่างตรงจุด และสามารถหมดกังวลอาการ […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ เรื่องน่ารู้ โรค โรคเด็ก

โรคโคลิค ลูกน้อยร้องไห้ไม่หยุด สิ่งที่คุณแม่ควรรู้ว่าต้องทำอย่างไร

สำหรับลูกน้อย หรือเด็กวัยทารกนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะมีการแสดงออกทางอารมณ์ และความรู้สึกโดยการร้องไห้ หรือส่งเสียงร้องเป็นหลัก เนื่องจากทารกนั้นไม่สามารถพูด หรือบอกกล่าวได้ ซึ่งตามปกติแล้วอาการร้องไห้ของเด็กทารกนั้นจะมีสาเหตุที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเพราะหิว, กลัว, เหนื่อย หรือรู้สึกเปียกชื้น แต่ถ้าลูกน้อยร้องไห้ไม่หยุดโดยไม่มีปัจจัยดังกล่าว ลูกน้อยของคุณอาจเป็น โรคโคลิค ที่พบในทารกได้บ่อย ซึ่งจะมีอาการดังต่อไปนี้ โรคโคลิคลูกน้อยร้องไห้ไม่หยุด สำหรับอาการลูกน้อยร้องไห้ไม่หยุดที่อาจเป็น โรคโคลิค นั้น จะมีลักษณะการร้องไห้ที่ไม่มีสาเหตุ หรือปัจจัยที่กล่าวไปข้างต้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเด็กทารกที่มีอาการโคลิคจะมีการร้องไห้ที่บ่อยและเป็นเวลานาน ในช่วงเวลาเย็นหรือหัวค่ำเป็นต้น  และจะมีระยะเวลาการร้องไห้ที่ยาวนานกว่าปกติ ประมาณ 3  ชั่วโมงต่อวัน และมีอาการเช่นนี้มากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์อีกด้วย ซึ่งแท้จริงแล้วสาเหตุที่ทำให้เด็กทารกเป็นโควิคได้นั้น แพทย์ยังไม่สามารถวิจัยได้ครบถ้วย แต่อาจจะเกิดจากปัจจัยดังต่อไปนี้ มีการหดตัวของกล้ามเนื้อระบบทางเดินอาหาร มีแก๊สในกระเพาะเยอะ เพราะการร้องไห้จะเป็นการนำอากาศเข้าสู่ท้องไปมากขึ้น ระบบประสาทยังไม่สมบูรณ์ และอาจมีปัญหาหาทางอารมณ์จากการเลี้ยงดู เกิดจากการป้อนนมที่ผิดวิธี ทั้งมากเกินไป และน้อยเกินไป ปัญหาทางด้านสุขภาพต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเด็กทารกโดยเฉพาะ อย่างกรดไหลย้อน แพ้ผ้าอ้อม หูอักเสบ เป็นต้น วิธีการดูแลรักษาทารกน้อยจากอาการ โรคโคลิค ซึ่งวิธีการดูแลรักษาทารกน้อยจากอาการ โรคโคลิค นั้นผู้ปกครองต้องพาไปพบแพทย์ เมื่อลูกน้อยร้องไห้ไม่หยุดเสียงร้องแหลมสูง […]

Read More
Back To Top