Tuesday, November 30, 2021
สุขภาพ เรื่องน่ารู้

เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อย

นอกจากอาหารที่คุณแม่ตั้งครรภ์จะต้องใส่ใจและเรื่องของเครื่องดื่มเองก็สำคัญ หลายท่านน่าจะทราบว่าขณะตั้งครรภ์ต้องกินน้ำให้เพียงพอกับทั้งตัวของแม่และลูกเลยนั่นเอง ซึ่งบางคนก็ไม่ชอบดื่มน้ำเปล่าและอยากดื่มน้ำอื่น ๆ แทน ซึ่งน้ำบางประเภทก็ไม่ได้ดีต่อเด็กในท้อง ดังนั้นควรดูให้ดีก่อนเลือกดื่ม เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อย รวม 5 เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง แอลกอฮอล์ – เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อย เป็นที่ทราบกันว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลกับพัฒนาการของลูกน้อยอย่างมากเลยทีเดียว ทั้งยังเสี่ยงต่อการทำให้ลูกพิการอีกด้วย ดังนั้นควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดขณะที่ตั้งครรภ์ รวมถึงสารเสพติดต่าง ๆ ด้วย ยาจีนยาดอง – เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพขอ แม่และเด็ก ยาจีนยาดองต่าง ๆ นั้นยังไม่มีการรับรองอย่างเป็นทางการจากแพทย์ว่าช่วยในเรื่องของการตั้งครรภ์มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นหากต้องการดื่มยาจีนให้ปรึกษาแพทย์แผนจีนก่อนเพื่อความปลอดภัยต่อทั้งเด็กและตัวคุณแม่เอง ทั้งนี้ควรเช็ควัตถุดิบในการทำยาด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้ น้ำอัดลม – เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อย อย่างที่ทราบกันว่าน้ำอัดลมหรือน้ำหวานแทบจะเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ดีต่อร่างกายอย่างมากเลยล่ะ ทั้งความหวานที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน และโรคอื่น ๆ ตามมา และคาร์บอนที่อยู่ในน้ำอัดลมก็ไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย ทำให้เกิดลมในท้องและอึดอัดได้ น้ำผักหรือผลไม้ปั่นที่มีรสหวานมากเกินไป – เครื่องดื่มที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง เพื่อสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อย น้ำผักและผลไม้ที่มีประโยชน์นั้นหากใส่น้ำเชื่อมหรือน้ำหวานมากเกินไปจะกลายเป็นโทษแทนจะเป็นคุณ ดังนั้นควรที่จะดื่มน้ำผักผลไม้ที่ไม่ผสมน้ำหวานแทนเสียมากกว่า ยิ่งถ้าเป็นน้ำผลไม้ที่ขายตามท้องตลาดนั้นยิ่งควรหลีกเลี่ยงเพราะมีความหวานค่อนข้างสูง นอกจากนี้หลังจากที่ผ่านกรรมวิธีต่าง ๆ และทำให้ไม่มีกากใยที่เป็นประโยชน์ในการขับถ่ายในน้ำผลไม้กล่องที่ขายทั่วไปอีกด้วย เครื่องดื่มแบบชง เช่น ชา […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ เรื่องน่ารู้

คนท้องควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้าง ที่มีความเสี่ยงต่อลูกน้อยในครรภ์?

อาหารที่คุณแม่ตั้งครรภ์รับประทานควรเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งบางครั้งอาหารบางประเภทที่มีประโยชน์แต่อาจไม่เหมาะกับคนท้องก็มีเช่นเดียวกัน ซึ่งคุณแม่ต้องครรภ์ต้องระวังในการรับประทานอาหารเป็นพิเศษนั่นเอง มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทาน คนท้องควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้าง ที่มีความเสี่ยงต่อลูกน้อย? คนท้องควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้าง มาดูกัน อาหารที่แพ้ – คนท้องควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้างที่มีความเสี่ยงต่อลูกน้อย คนที่แพ้อาหารใดก็ไม่ควรรับประทานอาหารนั้น ๆ แม้จะมีการบอกต่อ ๆ กันว่าอาหารชนิดนั้นดีต่อร่างกายก็ตาม เพราะการแพ้อาหารจะเป็นอันตรายทั้งต่อตัว แม่และเด็ก เอง อาหารรสจัด – คนท้องควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้างที่มีความเสี่ยงต่อลูกน้อย การรับประทานอาหารรสจัดจะทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ท้องอืดท้องเฟ้อง่ายขึ้น ซึ่งทำให้ไม่สบายตัวอย่างมากเลยล่ะ ทั้งอาจจะต้องเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้นอีกและอาการไม่สบายตัวก็เกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกันจากการทานอาหารรสจัดเกินไป อาหารสำเร็จรูป – คนท้องควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้างที่มีความเสี่ยงต่อลูกน้อย โดยส่วนใหญ่แล้วอาหารสำเร็จรูปมักจะมีผงชูรสเยอะ ซึ่งผงชูรสที่มากเกินไปไม่ดีต่อสุขภาพและทำให้คลื่นไส้ได้ ยิ่งถ้าตั้งครรภ์อยู่ด้วยควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีผงชูรสเยอะ ๆ แบบนี้เพื่อสุขภาพของทั้งแม่และเด็ก อาหารแช่แข็ง – คนท้องควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้างที่มีความเสี่ยงต่อลูกน้อย อาหารค้างคืนหรืออาหารแช่แข็งที่นำมาอุ่นแล้วกินใหม่ก็เป็นอาหารที่ควรเลี่ยงเช่นเดียวกันเพราะในอาหารแช่แข็งจะมีเชื้อแบคทีเรียอยู่นั่นเอง หากเป็นไปได้ควรรับประทานอาหารสดใหม่เพื่อสุขภาพที่ดี และหลีกเลี่ยงอาการปวดท้องนั่นเอง ทั้งนี้อาหารค้างคืนหรืออาหารแช่แข็งจะมีประโยชน์จากสารอาหารที่ลดลงอีกด้วย อาหารโซเดียมสูง – คนท้องควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้างที่มีความเสี่ยงต่อลูกน้อย อาหารรสเค็มจัดหรืออาหารที่มีโซเดียมสูง ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในพวกขนมซอง ๆ ต่าง ๆ นั้นก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นเดียวกัน เพราะอาจทำให้ครรภ์เป็นพิษได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงขนมซอง ๆ ในช่วงที่ตั้งครรภ์เลย ปลาบางชนิด – […]

Read More
เรื่องน่ารู้

วิธีเลี้ยงลูกแบบชาวตะวันตก ในแง่มุมดีๆที่ควรปรับมาใช้กับวัฒนธรรมไทย

การเลี้ยงลูกในชาวไทยและชาวตะวันตกไม่ว่าจะเป็นฝั่งยุโรปหรืออเมริกาล้วนแต่มีความแตกต่างกันอย่างมากเพราะว่า วิธีเลี้ยงลูกแบบชาวตะวันตก นั้นก็จะมีแนวทางการเลี้ยงลูกที่ทำให้ เด็กๆมีความกล้าและมั่นใจในตัวเองจึงเป็นข้อดีที่ควรปรับใช้ประยุกต์ให้เข้ากับวัฒนธรรมการเลี้ยงลูกของคนไทย ซึ่งมีวิธีดังต่อไปนี้ที่เราจะขอแนะนำให้ลองมาประยุกต์ใช้ดูบ้างเพื่อให้เด็กๆของเราได้เจริญเติบโตและมีแนวคิดที่ร่วมสมัยกลมกลืนทางวัฒนธรรมในยุคปัจจุบันที่ถือว่าเป็นยุคglobalizationดังต่อไปนี้ แนะนำ วิธีเลี้ยงลูกแบบชาวตะวันตก ที่น่าสนใจ สังเกตว่าลูกแต่ละคนชื่นชอบอะไรและสนับสนุนให้ทำในสิ่งที่ชื่นชอบ ถ้าจะสังเกตให้ดีจะพบว่า การเลี้ยงลูก ของพ่อแม่ชาวอเมริกันและชาวตะวันตกมักจะให้ลูกๆทำในสิ่งที่ชื่นชอบและให้ความสนใจเพราะว่าเมื่อเด็กๆสนใจทำสิ่งไหนมักจะทำสิ่งนั้นให้ดีแต่ วิธีเลี้ยงลูกแบบชาวตะวันตก นั้นมักจะเชื่อมั่นในความสามารถของเด็กๆว่าเด็กทุกคนมีความสามารถในตนเองดังนั้นพ่อและแม่ก็ไม่ควรจะบังคับให้ลูกทำอะไรตามที่ตนเองต้องการควรจะให้ลูกตัดสินใจทำในสิ่งที่ชื่นชอบเพราะผลลัพธ์ที่ออกมาจะมีผลดีที่สุดและการบังคับให้ลูเด็กๆทำสิ่งที่ พอแม่ต้องการก็ยังก่อให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวเด็กๆและสร้างความไม่เป็นตัวของตัวเองให้กับเด็กซึ่งในยุคนี้แล้วควรจะให้เด็กๆเลือกทำในสิ่งที่ชื่นชอบเพื่อมีความเป็นตัวของตัวเองและมีแนวทางใช้ชีวิตเป็นของตัวเองซึ่งพ่อแม่ควรจะดูแลอย่างห่วงใย ควรฝึกฝนให้เด็กๆรู้จักรับผิดชอบตัวเอง วิธีเลี้ยงลูกแบบชาวตะวันตกควรฝึกฝนให้เด็กรู้จักรับผิดชอบตัวเองเพราะการเลี้ยงลูกในหมู่คนไทยมักจะจัดการทุกอย่างให้กับเด็กๆไม่ว่าจะเป็นการซักเสื้อผ้าหรือการจัดหาอาหารรวมถึงการจัดการเรื่องอื่นๆอาจจะทำให้เด็กพึ่งพาพ่อแม่ตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นซึ่งทั้งนี้ควรจะสอนให้เด็กๆรับผิดชอบชีวิตตัวเองบ้างเริ่มต้นง่ายๆเพียงให้เด็กๆรู้จักการหาอาหารกินด้วยตนเองและพัฒนาไปในด้านอื่นไม่ว่าจะเป็นการจัดหาเสื้อผ้าใส่ไปโรงเรียนด้วยตัวเองหรือในเด็กโตก็อาจจะสนับสนุนให้เด็กๆหารายได้พิเศษระหว่างเรียนเพื่อจะทำให้เด็กๆรู้จักคุณค่าของเงินอีกครั้งเมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่จะสามารถจัดการการใช้เงินได้อย่างดีและจุกรู้จักคุณค่าของเงินทุกบาททุกสตางค์เป็นการสอนให้เด็กๆรู้จักรับผิดชอบชีวิตและการใช้ชีวิตตั้งแต่เด็กๆเพื่อเมื่อเมื่อเติบโตขึ้นเด็กๆจะได้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีแนวทางที่ดี ไม่กีดกันเมื่อเด็กๆจะมีแฟน พ่อแม่คนไทยในบางครอบครัวอาจจะห้ามให้เด็กๆมีแฟนในเวลาเรียนนั่นอาจจะทำให้เกิดอาการโกหกขึ้นมาเพราะว่าเรื่องการมีแฟนเป็นเรื่องของหัวใจพ่อแม่จึงควรจะปล่อยโอกาสให้เด็กๆได้ศึกษาและเรียนรู้กับแฟนที่เป็น เพื่อนสนิทในเวลาเรียน อีกทั้งจะได้คุยกับเด็กได้รู้เรื่อง และป้องกันการโกหกในเมื่อเกิดเหตุอะไรถึงจะป้องกันภายในในระยะนี้จึง ควรจะปล่อยให้เด็กๆได้เรียนรู้ในการมีแฟนและท่านก็สามารถเฝ้าดูได้อย่างใกล้ชิดเพราะเด็กๆจะไม่ต่อต้าน อีกทั้งยังไม่สามารถให้คำปรึกษาหากพบปัญหาได้อย่างตรงไปตรงมา หากิจกรรมทำร่วมกันภายในครอบครัว หากมีเวลาว่างไม่ว่าจะเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่หยุดยาวหลายๆวันก็ตาม สมาชิกทุกคนในครอบครัวจะมีเวลาร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมนอกบ้านหรือการทำกิจกรรมต่างๆภายในบ้านเป็นการเสริมสร้างความสุขในครอบครัวและให้ความอบอุ่นภายในครอบครัวและความมั่นใจได้ว่าเด็กๆวิธีเลี้ยงลูกแบบชาวตะวันตก ที่เป็นผลดีที่เกิดมาจากความรักของพ่อและแม่ การเลี้ยงดูเด็กๆด้วยวิธีเลี้ยงลูกแบบชาวตะวันตกหรือวิธีไหนๆในแต่ละสังคมนั้นไม่มีข้อใดผิดหรือข้อใดถูกแต่ใจความสำคัญนั่นก็คือการเลี้ยงดูที่เข้าอกเข้าใจและดูแลเอาใจใส่ ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของเด็กๆรวมถึงความฝันของเด็กเด็กอย่าไปกดดันหรือบังคับอะไรมากเกินไปเพราะนั่นอาจจะไปทำร้ายทำลายชีวิตของเด็กๆทางอ้อม และในวันนี้ถ้าใครที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกกันไปจนหน่ำใจแล้ว ถ้าต้องการสร้างรายได้ออนไลน์คลิกลิงค์นี้ mm888bet ที่นี่เว็บไซต์ที่ให้ทั้งเงินและความสนุกกับคุณได้ทุกๆ วันติดตามได้เลย

Read More
Uncategorized

ลูกไม่ยอมกินข้าว ลูกกินข้าวน้อย พ่อแม่ควรทำอย่างไร

ปัญหาที่มักมาทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายๆท่านเป็นกังวลกับเรื่อง ลูกไม่ยอมกินข้าว เพราะเด็กย่อมคู่กับอาหารแต่มีเด็กเล็กหลายคนที่ไม่ยอมกินข้าวหรือกินข้าวน้อย  ทำให้พ่อแม่กลุ้มใจ  กลัวลูกจะไม่โตหรือไม่แข็งแรง  วันนี้เราจะมาช่วยพ่อแม่แก้ปัญหาโลกแตกนี้ค่ะ แก้ปัญหา ลูกไม่ยอมกินข้าว  ลูกกินข้าวน้อย  ให้เขาอร่อยกับการกินข้าวมากขึ้น สังเกตว่าลูกกินอาหารลักษณะใดได้มาก  เพราะความชอบของเด็กแต่ละคนต่างกัน  เช่น  บางคนชอบกินอาหารนุ่มเละ  แข็ง  กรอบ  เหนียว  มีน้ำ  แห้งๆ หาก การเลี้ยงลูก ที่เป็นเด็กเล็กมากๆ พ่อแม่ควรจับนั่งเก้าอี้สำหรับเด็กหรือ  high  chair  ลูกจะได้นั่งกินอยู่กับที่ กำหนดเวลาอาหารแต่ละมื้อให้ลูกกินตรงเวลา  อย่าปล่อยให้เขากำหนดเองตามใจชอบ ลดมื้อว่างอย่างขนมหวานและน้ำหวาน  เพราะน้ำตาลทำให้อิ่มจนลูกไม่ยอมกินข้าว  หากถามแล้วลูกไม่ตอบว่าอยากกินอะไร  พ่อแม่ควรเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ  ความแปลกใหม่จะกระตุ้นความอยากอาหารได้ เลือกภาชนะและเมนูที่มีสีสันและรูปร่างดึงดูด  แก้ปัญหาลูกกินข้าวน้อย ตักอาหาร  2  –  3  ช้อนให้ลูกก่อน  หากพ่อแม่ตักอาหารมากเกินไปลูกที่กินน้อยจะพะอืดพะอมและท้อแท้ บางมื้ออาจชวนเพื่อนลูกมากินข้าวด้วย  จะสังเกตว่าลูกมีความสุขและกินข้าวมากขึ้น กำหนดเวลากินข้าวให้ลูก  เช่น   20  นาที,  30  นาที  (พ่อแม่ควรกินข้าวรอลูกด้วย)  หากลูกยังกินไม่อิ่มในเวลาที่กำหนดก็ไม่ต้องกังวล  ให้เก็บจานได้เลย  ลูกจะเรียนรู้ว่าการกินข้าวครั้งต่อไปเขาควรใส่ใจให้มากขึ้น  และข้าวมีคุณค่ามากกว่าทุกครั้ง สร้างบรรยากาศการกินให้มีความสุข  ไม่ว่ากล่าวลูกหรือพูดเรื่องเครียดๆ […]

Read More
เรื่องน่ารู้

ลงโทษลูกโดยไม่ต้องตี ก็ดีขึ้นได้ เคล็ดลับการเลี้ยงลูกที่ดี ที่ทุกคนต้องทราบ

พ่อแม่มักเข้าใจว่าการลงโทษลูกที่ได้ผล  ลูกต้องเจ็บตัวระดับหนึ่งถึงจะจำและไม่ทำอีก  แต่ความจริงที่ลูกจำก็คือความเจ็บตัวและเจ็บใจที่ถูกพ่อแม่ลงโทษไม่ว่าเขาจะผิดจริงๆ ก็ตาม  ซึ่งอาจตามมาด้วยการ (แอบ) ทำผิดซ้ำๆ อีก  หากพ่อแม่ไม่รู้เขาจะรู้สึกว่าประสบความสำเร็จ  ดังนั้นการ ลงโทษลูกโดยไม่ต้องตี น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า  เลือกวิธี ลงโทษลูกโดยไม่ต้องตี ลงโทษลูกโดยการแจกดินสอ… เป็นวิธีลงโทษลูกโดยไม่ต้องตี ที่เหมาะกับลูกที่พอจะเขียนหนังสือได้  (หรือหากเป็นลูกเล็กก็อาจให้เขาวาดรูปแล้วบรรยายรายละเอียดให้ฟัง)  วิธีการคือให้ลูกเขียนเรียงความถึงปัญหาหรือความผิดของเขาลงในกระดาษ  ซึ่งมีประโยชน์  ดังนี้ –  การเขียนช่วยเบี่ยงเบนอารมณ์โกรธหรือไม่พอใจพ่อแม่ที่ต่อว่าเขา  ทำให้ลูกสงบเร็วขึ้น –  ลูกได้ระบายความรู้สึกที่แท้จริงออกมา  ได้ทำความเข้าใจตัวเอง  เข้าใจสถานการณ์มากขึ้น  เมื่อพ่อแม่อ่านก็เข้าใจลูกอีกทาง –  การเขียนอาจทำให้ลูกค้นพบวิธีแก้ไขความผิดพลาดด้วยตนเอง ลงโทษลูกโดยการยึดแต้ม วิธีลงโทษลูกโดยไม่ต้องตี นี้เหมาะกับลูกเล็กที่ (ยัง) สามารถหลอกล่อด้วยแต้ม  ดาว  หรือสิ่งสมมติแทนรางวัลเมื่อลูกทำตัวน่ารัก  ซึ่งพ่อแม่อาจนำการยึดแต้มมาลงโทษลูกได้ในเวลาที่เขาไม่เชื่อฟัง  ซึ่งวิธีลงโทษลูกเช่นนี้นอกจากจะไม่เจ็บตัวแล้วยังสนุกด้วย  เพราะเด็กส่วนใหญ่ชอบการแข่งขัน  เขาจะขยันทำตัวดีและหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษด้วยการตัดแต้ม  อาจหลอกล่อลูกด้วยคำพูดเหล่านี้ –  “หากหนูยังแกล้งน้องอีก  แม่ขอยึดดาวคืนดวงนึงนะคะ” –  “พ่อไม่อยากตัดแต้มของลูกคืน  แต่จำเป็นต้องทำเพราะวันนี้ลูกไม่ยอมทำการบ้านนะครับ” ลงโทษลูกโดยการสร้างความรับผิดชอบ ลูกที่ซนจัด  หาทำจนได้เรื่อง เช่น เตะบอลมาถูกข้าวของเสียหาย  หากการทำความสะอาดไม่อันตรายพ่อแม่ต้องถือคติว่าใครทำใครรับผิดชอบ  […]

Read More
ปัญหาและวิธีการแกไข้ พัฒนาการเด็ก

ลูกขี้กลัว พ่อแม่จะรับมือ และทำอย่างไร ให้ลูกกล้าหาญขึ้น

ลูกขี้กลัว เพราะความกลัวเป็นตัวฉุดรั้งทำให้ลูกไม่กล้าที่จะทำสิ่งต่างๆ และเอาชนะใจตัวเอง  คนเป็นพ่อแม่ไม่ควรวางเฉย  ต้องช่วยลูกแก้ปัญหาก่อนความกลัวจะกลืนกินความกล้าหาญของลูกจนยากจะเยียวยา ลูกขี้กลัว เกิดจากสาเหตุ ลูกขี้กลัว มีที่มาที่ไปจากหลายสาเหตุ  ได้แก่ –  ขาดการดูแลใส่ใจจากพ่อแม่  ทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยว  ไม่ปลอดภัย  ไม่มั่นใจ  อะไรๆ จึงน่ากลัวไปเสียหมด –  ถูกพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ขู่  หลอกเล่น  หรือทำให้ตกใจกลัวบ่อยๆ  เช่น  หลอกผี  ลูกจึงฝังความกลัวเข้าสู่ใจ –  คนใกล้ชิดลูกเป็นคนขี้กลัว  ตกใจง่าย  ชอบร้องเสียงดังเวลาตกใจกลัว  ลูกจึงได้รับแบบอย่างที่ไม่เหมาะสม –  ลูกได้รับการกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง  เช่น  พ่อแม่อาจมีความจำเป็นต้องพาลูกไปฝากผู้อื่นเลี้ยงนานเป็นเดือนหรือเป็นปี  ลูกอาจเสียใจและฝังใจกลัวการถูกทอดทิ้ง  วิธีรับมือกับลูกขี้กลัว ความที่ยังเด็กลูกจึงกลัวไปต่างๆ นานา  ได้แก่  กลัวสัตว์บางชนิด  ผี  ความมืด  ที่แคบ  ความสูง  เงา  คนแปลกหน้า  พ่อแม่จึงต้องรู้วิธีรับมือกับความกลัวของลูก  ดังนี้ ดุ = พ่อแม่ไม่เข้าใจ พ่อแม่ต้องเอาใจลูกมาใส่ใจตัวเองก่อน  ตอนยังเด็กพ่อแม่อาจกลัวอะไรที่น่าขันกว่าความกลัวของลูกก็เป็นได้  หากเห็นว่าลูกไร้สาระและดุด่าว่าโตแล้วยังกลัวอีก  เวลาที่โดนดุนอกจากจะไม่พอใจแล้วอาจยังรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่เคยเข้าใจเขาเลย  ความกลัวก็ยังคงอยู่  ที่เปลี่ยนแปลงคือความชิดใกล้ที่ค่อยๆ […]

Read More
พัฒนาการเด็ก

ความกลัวของลูก ในวัยต่างๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน ควรเรียนรู้ และทำความเข้าใจ

ความกลัวของลูก ในวัยต่างๆ เกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ  เพราะขนาดผู้ใหญ่หลายคนยังกลัวอะไรที่น่าขันหรือไม่น่าจะกลัวได้จริงไหม  ดังนั้นคนเป็นพ่อแม่ต้องรู้ว่าลูกแต่ละวัยกลัวสิ่งใด  จะได้เข้าใจและพร้อมที่จะรับมือกับความกลัวนั้นๆ ทำความรู้จัก และทำความเข้าใจกับ ความกลัวของลูก ในวัยต่างๆ ความกลัวของลูกน้อยวัยทารก     ทำความรู้จักความกลัวของลูก เริ่มกันที่วัยทารกลูกมักกลัวแทบจะทุกสิ่งก็ว่าได้  เพราะทุกสิ่งล้วนแปลกใหม่และอยู่นอกเหนือความเข้าใจของเด็กในวัยนี้  ได้แก่  กลัวคนแปลกหน้า  กลัวเสียงดังอย่างเสียงสุนัขเห่า  ฟ้าผ่า  ดังนั้นต้องอยู่ข้างๆ ลูก  เวลาที่เขากลัวแล้วมีพ่อแม่อยู่ด้วย  เขาจะได้รู้สึกปลอดภัยและไม่ตกใจกลัวเกินไป  ความกลัวของลูกวัย  1  –  3  ปี  เป็นวัยแห่งการเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ  ทำให้เกิดความกลัวของลูกกับบางกิจกรรมที่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตได้  เช่น  กลัวการออกจากบ้าน  นอนในห้องคนเดียว  ว่ายน้ำ  ปั่นจักรยาน  ซึ่งพ่อแม่สามารถป้องกันอาการกลัวเกินเหตุ  ทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยขึ้นได้  ยกตัวอย่างเช่น –  หากลูกปั่นจักรยาน  ควรหาอุปกรณ์เซฟความปลอดภัยให้  บอกเขาว่าสิ่งนี้จะช่วยให้ปั่นจักรยานสนุกขึ้น –  อยู่ใกล้ๆ เมื่อเขาทำกิจกรรม  เมื่อรู้สึกว่าลูกไม่โอเคค่อยช่วยเหลือ  ไม่ต้องประคองลูกตลอดเวลาก็ได้… –  สอนให้ลูกเรียนรู้ว่ายิ่งใช้เวลากับสิ่งที่กลัวมากเท่าไร  สิ่งนั้นก็จะน่ากลัวน้อยลงจนกลายเป็นสิ่งที่ไม่น่ากลัวในที่สุด ความกลัวของลูกวัย  3  –  5  ปี  […]

Read More
เรื่องน่ารู้

ลูกอยากรู้เรื่องเพศ พ่อแม่อย่างเราๆ ต้องเตรียมรับมือ และต้องทำอย่างไร?

พ่อแม่หลายคนอาจกระอักกระอ่วนใจเมื่อเห็นว่า ลูกอยากรู้เรื่องเพศ  ไม่รู้จะจัดการอย่างไร  วันนี้เราจะมาแก้ปัญหาไปด้วยกันค่ะ  แนะนำ วิธีการรับมือเมื่อ ลูกอยากรู้เรื่องเพศ  พฤติกรรมที่แสดงว่า ลูกอยากรู้เรื่องเพศ  สนใจอวัยวะเพศตนเอง  ชอบลูบคลำหรือถูไถอวัยวะเพศเล่น สนใจอวัยวะเพศของเพื่อนต่างเพศ  อาจมีการแลกเปลี่ยนกันดู ลูกชายชอบแอบดูกางเกงในหรือเปิดกระโปรงเพื่อนผู้หญิงเล่น ลูกชายสนใจคนใกล้ชิดที่เป็นผู้หญิงอย่างคุณแม่  พี่เลี้ยง  คุณครู  อาจชอบแอบดูเวลาอาบน้ำ   เปลี่ยนเสื้อผ้า  หรือแม้แต่จับหน้าอก รับมือได้เมื่อลูกอยากรู้เรื่องเพศ     เก็บให้เรียบ อันดับแรกพ่อแม่ต้องเก็บสื่อบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่ให้พ้นตาลูกเพื่อไม่ให้กระตุ้นเรื่องเพศ  ไม่ (แอบ) เอาไปศึกษาด้วยตนเอง…  ไม่ว่าจะเป็นชุดนอนวาบหวิว  ถุงยาง  หนังสือโป๊  ซีดีโป๊ เข้าใจหน่อย พ่อแม่ต้องทำความเข้าใจว่าลูกอยากรู้เรื่องเพศ เป็นธรรมชาติของเด็กวัยนี้  ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย  และไม่เกี่ยวข้องกับความต้องการทางเพศหรือความรู้สึกทางเพศใดๆ ด้วย อย่าทำอย่างนี้! เมื่อลูกอยากรู้เรื่องเพศ พ่อแม่ไม่ควรทำสิ่งเหล่านี้  เพราะลูกอาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีและทำต่อไป  ได้แก่  –  ยิ้มหรือหัวเราะสนุกสนานชอบใจ –  พูดชมเชยหรือส่งเสริมลูกโดยไม่รู้ตัว  เช่น  เก่งจริงๆ  สุดยอดไปเลย  ร้ายจริงนะเรา  เป็นผู้ใหญ่แล้ว  โตเป็นหนุ่มแล้ว –  เฉยเมยไม่สนใจ  ใคร่ทำก็ทำไป… […]

Read More
กิจกรรมเด็ก เรื่องน่ารู้

ของเล่นฝึกพัฒนาการ และทักษะในด้านต่างๆ ของลูกน้อยวัยอนุบาล

 นอกเหนือจากการดูแลที่ดีของพ่อแม่แล้ว  ลูกน้อยจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดดหากได้เล่นของเล่นที่ช่วยฝึกพัฒนาการและทักษะต่างๆ  ด้วย ของเล่นฝึกพัฒนาการ ได้อีกด้วยมาดูกันว่ามีของเล่นอะไรน่าสนใจบ้าง ของเล่นฝึกพัฒนาการ แต่ละอย่าง  มีดีแตกต่างกันออกไป ของเล่นฝึกพัฒนาการกล้ามเนื้อโดยรวม พัฒนากล้ามเนื้อโดยรวมเพื่อสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงแก่ร่างกาย ได้แก่  เชือกโหน  ชิงช้า  ไม้ลื่น  ไม้กระดก  ราวโหน  อุโมงค์  บ่อบอล  บ่อทราย  ซึ่งลูกควรอยู่ในความดูแลของพ่อแม่หรือผู้ใหญ่เพื่อความปลอดภัย ของเล่นฝึกพัฒนาการกล้ามเนื้อมือ เป็นการฝึกกล้ามเนื้อมือมัดเล็ก  มัดใหญ่  และข้อมือ  ที่มีความสำคัญในการหยิบจับสิ่งต่างๆ รวมถึงการเขียนหนังสือด้วย ได้แก่  ของเล่นที่ฝึกการเคลื่อนไหวของมือในลักษณะต่างๆ ตี  (กลอง)  บีบ  (ลูกบอลยาง) วาง  (ตัวต่อบล็อกไม้  ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่  ซึ่งลูกจะได้ต่อบล็อกไม้ตามจินตนาการอย่างสนุกสนาน) ร้อย  (ร้อยลูกปัด  ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างนิ้วมือ  เป็นการร้อยลูกปัดรูใหญ่หลากสีลงในเชือก) เสียบ  (บล็อกไม้เสียบเสา  ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก  มีหลายเสา  ซึ่งเสาที่ว่านี้จะมีเดือยเล็กๆ ยื่นออกมาในลักษณะต่างกัน  หากลูกหาบล็อกไม้ที่ถูกต้องใส่ลงบนเสาได้  บล็อกไม้ก็จะเลื่อนลงไป) โยน  (ลูกบอล  ลูกโป่ง  ถือเป็นของเล่นฝึกพัฒนาการแบบบ้านๆ) หมุน,  หยอด  (บล็อกไม้รูปทรงต่างๆ  ให้ลูกได้หมุนจนเจอตำแหน่งที่ถูกต้องแล้วหยอดบล็อกไม้ลงไปในรูที่มีรูปร่างเหมือนกัน) เลื่อน  (ขดลวดเสริมพัฒนาการ  ที่ให้ลูกได้เลื่อนลูกปัดจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งตามแนวของขดลวดที่โค้งไปโค้งมา) เขย่า  (ลูกแซ็ก) ยืด  […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปี ส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? อย่างไร? ที่นี่มีคำตอบ

เป็นเรื่องที่สาว ๆ หลายคนเป็นกังวลกันว่าหากตัวเองมีลูกตอนที่อายุมากแล้วหมายถึงตอนอายุ 30 ปีขึ้นไปลูกในท้องจะแข็งแรงหรือไม่ จะมีความผิดปกติอะไร หรือการมีลูกจะยากขึ้นจริงหรือ? ทั้งนี้เราจะมาตอบคำถามเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปี ส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? ไขข้อข้องใจ ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปี ส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์จริงหรือ ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปีส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? ร่างกายของเราคนเรามีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาเช่นเดียวกับอวัยวะต่าง ๆ และฮอร์โมนในร่างกายที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไป ความสมบูรณ์ในร่างกายของเราก็จะลดลงไปตามกาลเวลาอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติอย่างมาก ทว่าในปัจจุบันนั้นเรามีวิธีในการดูแลตัวเองที่มากขึ้น มีการรับประทานอาหารที่ดีต่อร่างกาย รู้จักการผ่อนความความเครียดจากการทำงานหนัก ออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งกิจวัตรเหล่านี้จะช่วยให้ร่างกายของเราแก่ช้าลงไปนั่นเอง นั่นหมายความว่าการตั้งครรภ์ของคุณแม่ปัจจุบันสามารถทำได้ถึงอายุ 35 – 40 ปีในหมู่คนที่มีร่างกายแข็งแรง ทว่าก็ยังคงเป็นเรื่องกังวลเกี่ยวกับความแข็งแรงของไข่และมดลูกของสาว ๆ ในวัยนี้ ดร.จีน ทเวนจ์ นักจิตวิทยาได้ออกมาบอกว่าเธอเองก็เป็นหนึ่งในคนที่มีความกังวลเกี่ยวกับการมีลูกช้าของตัวเอง ทว่าหลังจากที่ศึกษามายังไม่มีผลวิจัยที่บอกว่าผู้หญิงที่อายุมากกว่าสามสิบจะไม่สามารถมีลูกได้หรือลูกที่คลอดออกมาจะไม่แข็งแรง แม้จะมีข่าวเกี่ยวกับผู้ที่มีลูกในวัยที่มากแล้วจะเสี่ยงในเรื่องของการเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ต้องผ่าคลอดเพราะแรงเบ่งมีไม่พอ รกเกาะต่ำ เด็กมีความเป็นไปได้ว่าจะมีความบกพร่องต่าง ๆ เช่น พิการ เป็นดาวน์ซินโดรม ก็ตามที ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปีส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? […]

Read More
Back To Top