Monday, March 08, 2021
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ เรื่องน่ารู้

วิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิด ไม่ใช่ลงโทษลูกด้วยการตี แบบเก่าๆ อีกต่อไป

นอกเหนือจากการลงโทษด้วยการตีลูกเล็กที่พ่อแม่หลายคนนิยมทำแล้ว  การลงโทษลูกเล็กแบบอื่นซึ่งไม่เจ็บเนื้อเจ็บตัว  ไม่สร้างความเจ็บใจ  และยังเป็น วิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิด  ก็น่าจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่พ่อแม่รุ่นใหม่ใคร่หันมาสนใจกันครับ เปลี่ยนวิธีการตีลูกเล็ก  มาใช้ วิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิด เมินเฉย วิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิดประการแรกที่พ่อแม่ทำง่ายแต่ได้ผลชะงัด  โดยเฉพาะกับเด็กเล็กๆ ที่ชอบร้องไห้และอาละวาดคือการเมินเฉย  ไม่ให้ความสำคัญต่อพฤติกรรมของเขา  เขาก็จะค่อยๆ สงบลงเอง  เมื่อถึงเวลานี้พ่อแม่จึงเข้าไปพูดคุยด้วยดี  ชวนทำกิจกรรมอย่างอื่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ  โดยไม่จำเป็นต้องโอ๋หรือขอโทษ แต่มีข้อแม้คือพ่อแม่ต้องทำเป็นไม่สนใจ  แต่ให้ลูกอยู่ในสายตาตลอดเวลา  ต้องมั่นใจว่าลูกปลอดภัยและไม่หายไปไหน  หากเขาแผลงฤทธิ์นอกสถานที่ครับ… แยกวง หรือ  Time  out  เป็นวิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิดเป็นการแยกลูกให้อยู่ตามลำพังคนเดียว  ไม่ใช่การลงโทษลูกด้วยการตีซึ่งเป็นวิธีที่ลูกเล็กมักไม่เข้าใจ  ซึ่งวิธีนี้ใช้ได้ผลดีตั้งแต่ลูกเล็กไม่กี่ขวบไปจนถึง  10  ปีทีเดียว  เป็นการทำให้เขาสงบสติอารมณ์ลงและ วิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิดด้วยการทบทวนการกระทำเมื่อครู่ของตัวเอง มีรายละเอียดปลีกย่อยดังนี้ครับ แจ้งล่วงหน้า อันดับแรกพ่อแม่ต้องแจ้งให้ลูกทราบล่วงหน้าก่อนว่าเขาจะถูกลงโทษด้วยวิธีนี้  เช่น  “เมื่อหนูเอาของเล่นปาแม่  หนูจะต้องหยุดทำแล้วไปนั่งที่เก้าอี้ตัวนี้”  (หรือไปยืนอยู่ที่มุมห้อง  หรือให้อยู่ที่เดิมแต่เก็บของเล่นหรือของกินของเขาออกไปให้หมด) แนะนำว่ามุมลงโทษลูกควรเป็นมุมสงบที่ปราศจากโทรทัศน์  วิทยุ  คอมพิวเตอร์  ที่สำคัญห้ามขังเขาในห้องน้ำหรือห้องเก็บของที่มืดและเล็กครับ  เพราะจะทำให้เขาหวาดกลัว  ไม่ต่างอะไรจากการลงโทษลูกด้วยการตีครับ กำหนดเวลา วิธีสอนลูกเมื่อลูกทำผิดเกี่ยวข้องกับเวลาเป็นตัวกำหนด  ซึ่งพ่อแม่ต้องแจ้งเวลาที่ลูกจะถูกลงโทษให้ชัดเจน  โดยไม่ควรเกิน  10  นาที  หากเกินกว่านี้ลูกอาจทรมานเกินไป  แนะนำใช้สูตรง่ายๆ […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

คิดให้ดีว่าจะเลือก วิธีลงโทษลูก ด้วยการตี หรือ ใช้วิธีสอนลูก เมื่อลูกทำผิด

เมื่อลูกทำผิดหรือลูกทำผิดไม่ยอมขอโทษมี วิธีลงโทษลูก อย่างมากมาย  แต่วิธีไหนที่จะเหมาะสมที่สุดและไม่เกินขอบเขตการลงโทษที่พ่อแม่ควรทำล่ะ?    วิธีลงโทษลูก ที่ถูกต้อง ต้องเป็นอย่างไร วิธีลงโทษลูกด้วยการดุด่า วิธีลงโทษลูก ด้วยการดุด่าว่ากล่าวด้วยอารมณ์รุนแรง  ไม่ว่าจะด้วยถ้อยคำสุภาพหรือหยาบคายก็ตาม  แต่เป็นไปในทางลบ  รวมถึงการใช้กำลังลงโทษลูกด้วยการตีซึ่งทำให้ลูกเจ็บตัว  (และเจ็บใจ) ข้อดีของการลงโทษลูกด้วยวิธีนี้ เป็นวิธีเรียบง่ายที่ทำให้ลูกหยุดพฤติกรรมไม่เหมาะสมในทันทีทันใด ข้อเสียของการลงโทษลูกด้วยวิธีนี้ การลงโทษลูกด้วยการตี  เด็กหลายคนอาจไม่เข้าใจความหวังดีที่มาพร้อมกับไม้เรียว  อาจตีความว่าพ่อแม่ไม่รักได้ เป็นการปลูกฝังค่านิยมใช้ความรุนแรงภายในบ้าน อาจได้ผลดีในระยะสั้น  แต่ระยะยาวเด็กบางคนอาจเกิดความเคยชิน  เหมือนการดื้อยานั่นเอง วิธีลงโทษลูกด้วยการสอนลูก วิธีลงโทษลูก ด้วยการสอนลูก  เมื่อลูกทำผิดโดยใช้สิ่งที่ลูกชอบมาเป็นตัวประกัน  เพื่อลดหรืองดสิ่งนั้นๆ โดยมีเวลาเป็นตัวกำหนด  เช่น ลดหรืองดการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ลดหรืองดการโทรศัพท์ ลดหรืองดการเล่นนอกบ้าน ลดหรืองดการกินของว่าง ข้อดีของการลงโทษลูกด้วยวิธีนี้ เป็นวิธีที่ใช้ได้ผลดีทั้งเด็กเล็กและเด็กโต เป็นวิธี  สอนลูก  เมื่อลูกทำผิดให้เขาค่อยๆ เรียนรู้และทำความเข้าใจในความถูกผิดด้วยตนเอง เป็นการปลูกฝังเรื่องของความรับผิดชอบให้ลูก  ทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่กล้าทำกล้ารับและสามารถขอโทษเป็น ข้อเสียของการลงโทษลูกด้วยวิธีนี้ เป็นวิธี  สอนลูก  เมื่อลูกทำผิดที่ได้ผลดีในระยะยาว  แต่ให้ผลช้าแบบค่อยเป็นค่อยไป  ดังนั้นความอดทนและมีระเบียบวินัยของพ่อแม่คือตัวแปรที่สำคัญครับ ทั้ง 2 วิธีลงโทษลูก ที่เราได้นำมาแนะนำในวันนี้ ล้วนก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป อย่างไร คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านก็ […]

Read More
Uncategorized กิจกรรมเด็ก คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

5 วิธีลงโทษลูก ลบระบบการใช้ไม้เรียว โดยที่ไม่ต้องลงไม้ลงมือ

หมดยุคไปแล้วกับการเลี้ยงลูกด้วยไม้เรียว ในสมัยโบราณมีความเชื่อว่าการเลี้ยงลูกในแบบที่พ่อแม่จะต้องมีการลงโทษลูกด้วยการตีนั่นหมายถึงพ่อแม่รักลูกมากๆ แต่ในปัจจุบันกลับแสดงถึงความรุนแรงที่พ่อแม่มอบให้กลับลูก จึงทำให้ต้องหา วิธีลงโทษลูก โดยไม่ต้องลงไม้ลงมือ และยังสามารถจะสอนให้ลูกเป็นคนที่มีเหตุผลได้อีกด้วย แนะนำ 5 วิธีลงโทษลูก โดยไม่ต้องใช้ไม้เรียว ใช้เวลาเป็นตัวช่วยให้อารมณ์ผ่อนคลาย คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงจะประสบปัญหาแบบนี้บ่อยพอสมควร สิ่งที่จะทำให้สถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้น คือการถอยออกมาเพื่อให้อารมณ์ผ่อนคลายจากความตึงเครียดก่อน เมื่อดีขึ้นแล้วจึงค่อยๆมาอธิบายและพูดคุยกับลูก ให้ลูกงดกิจกรรมต่างๆที่ชอบ และให้ไปทำการบ้านแทน หรือการอ่านหนังสือ ซึ่งเป็น วิธีลงโทษลูก ที่จะแก้ไขเรื่องการใช้ความรุนแรงได้ดีที่สุด การลงโทษด้วยการให้ลูกเขียนหนังสือ ถ้าหากลูกทำพฤติกรรมต่างๆที่ไม่ค่อยจะเหมาะสมสักเท่าไร อาจจะลงโทษด้วยวิธีการให้คัดลายมือ หรือเขียนคำขอโทษ และเหตุผลหรือข้อตกลงว่าจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก นอกจากจะได้ผลดีทางด้านพัฒนาการแล้วยังไม่ต้องใช้ความรุนแรงด้วย ลงโทษโดยการให้ลูกทำงานบ้านเพิ่มจากเดิม เมื่อลูกมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเช่น โกรธและมีอารมณ์ฉุนเฉียวเอาแต่ใจ เพื่อจะให้ลูกได้มีเวลาระงับสติ ก็ไห้ไปทำงานบ้าน อย่างเช่น การรดน้ำต้นไม้ ล้างจาน หรือการนำรองเท้านักเรียนมาซัก นอกจากจะช่วยให้ลูกได้รู้จักควบคุมอารมณ์ ยังได้ประโยชน์จากการทำงานบ้านและลดความรุนแรงได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น วิธีลงโทษลูก ในลักษณะใดๆก็ตาม ในที่นี้ไม่รวมถึงการใช้ไม้เรียว หรือความรุนแรง จะต้องมีการพูดคุยกับลูก มีข้อตกลง กำหนดระยะเวลาเพื่อคุณพ่อคุณแม่จะได้ติดตามผล ของพฤติกรรมนั้นๆว่าลูกได้พยายามเปลี่ยนและปรับปรุงไปในทางที่ดีขึ้นหรือไม่ ในการพูดคุยแต่ละครั้งจะต้องอธิบาย แสดงถึงความรักความห่วงใยต่อลูก ติดตามบทความ การเลี้ยงลูก แม่และเด็ก พัฒนาการเด็ก โรคเด็ก เรื่องน่ารู้ ได้ที่นี้ แนะนำ จิตวิทยาการเลี้ยงลูก สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ทุกๆท่านควรมี […]

Read More
พัฒนาการเด็ก เรื่องน่ารู้

วิธีการรับมือ ลูกเอาแต่ใจ

การเลี้ยงลูก ยังไง วิธีรับมือกับลูก ไม่ให้ลูกเอาแต่ใจ เคยได้ยินประโยชน์นี่จากผู้พูดที่เป็นทั้งในส่วนของพ่อ และผู้พูดที่เป็นในส่วนของแม่ การเลี้ยงลูกก็ขึ้นอยู่กับการดูแลให้ความรัก และในเรื่องของความเอาใจใส่ เด็กในช่วงอายุ 3- 5 ปีจะมีในเรื่องของช่างพูด ช่างสังเกตและในเรื่องของการเรียกร้องความสนใจหรือต้องการให้คนสนใจตลอดเวลา ก็ขึ้นอยู่กับเด็ก บางคนก็เป็นคนที่พูดไม่เก่งไม่ค่อยพูด ไม่กล้าที่จะพูด ขี้อาย ซึ่งนิสัยของลูกก็มาจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ทั้งนั้น วิธีรับมือกับความเอาแต่ใจของลูก ให้อยู่หมัด ซึ่งตัวเราเองก็ต้องเข้าใจธรรมชาติของลูกเช่นกัน ว่าลูกต้องการอะไร วิธีการรับมือเมื่อลูกเอาแต่ใจ วิธีรับมือกับความเอาแต่ใจของลูก อย่างแรก คือ หาเหตุและผล เป็นที่รู้กันว่าเมื่อมีเหตุก็ต้องมีผล เราต้องเข้าใจว่าลูกต้องการอะไร ทำไมถึงเอาแต่ใจ คำตอบส่วนใหญ่เกิดจากการที่พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ หรือให้เวลาที่เป็นเวลาครอบครัวน้อยเกินไป เราต้องการความรักหรือการเอาใจใส่จากพ่อแม่ จึงทำให้เกิดการเรียกร้องความสนใจเกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบันพ่อแม่มีที่ไม่มีเวลาก็จะเลี้ยงลูกโดยมีพี่เลี้ยง และตามใจเพราะคิดว่าเมื่อไม่มีเวลาก็ขอทดแทนให้ลูกได้ในสิ่งของที่ต้องการ วิธีการรับมือกับความเอาแต่ใจของลูก อย่างที่สอง คือ ค่อย ๆ ปรับแก้ ทุกอย่างมีทางออกเสมอ เมื่อลูกเอาแต่ใจ เราลองปรับในเรื่องของการมีเวลาอยู่กับลูก ทำกิจกรรมกับลูกมากขึ้น  และพยายามลดในสิ่งที่เคยตามใจและคุยกับลูกด้วยเหตุผล เมื่อลูกงอแงที่จะเอาหรือต้องการ เราก็ต้องคุยกัน ไม่พยายามไม่ตามใจลูกจนติดเป็นนิสัย วิธีการรับมือกับความเอาแต่ใจของลูก อย่างที่สาม คือ ไม่แสดงอาการหงุดหงิดหรือไม่พอใจเมื่อลูกมีอาการงอแง ควรไม่แสดงอาการทางลบเพราะอาจจะทำให้เป็นเรื่องของการฝังใจเด็ก […]

Read More
Back To Top