Wednesday, November 30, 2022
กิจกรรมเด็ก

ทำงานบ้าน กับการฝึกทักษะใช้ชีวิตให้กับลูกตั้งแต่ยังเด็ก

การฝึกฝนทักษะต่างๆให้กับลูกของท่านเป็นสิ่งที่ดี และพ่อแม่นายคนควรที่จะสอนให้ลูกทำตั้งแต่ยังเด็ก เพราะจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ ความคิดให้แก่ลูกของท่านได้เป็นอย่างดี เด็กจะรู้จักช่วยงาน และทำสิ่งต่างๆด้วยตนเอง รู้จักวิธีการดำรงชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อเป็นการฝึกฝนความขยันให้เขารู้จักหน้าที่ของตนเอง แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก วันนี้เราจึงจะพาทุกท่านไปดูวิธีการฝึกทักษะให้ลูก ทำงานบ้าน ช่วยตั้งแต่ยังเด็ก จะเป็นวิธีที่ได้ผลเพียงใดนั้นไปดูกันเลย สอนลูก ทำงานบ้าน สร้างประสบการณ์ชีวิตในช่วงวัยเด็ก การฝึกฝน การสั่งสอน เป็นสิ่งที่พ่อแม่หลายคนควรมีให้ลูก เริ่มต้นจากสถาบันครอบครัวเป็นหลักที่จะต้องมอบความรู้ให้แก่เด็ก ให้เด็กได้รู้จักคิด รู้จักไตร่ตรอง รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น เพื่อที่ในอนาคตเขาจะเติบโตมาเป็นเด็กที่ดี จะมีวิธีการสอนลูกอย่างไรนั้นไปดูกันเลยดังต่อไปนี้ สอนและอธิบายให้เขาเข้าใจด้วยการทำงานเป็นทีม การสั่งสอนและอธิบายสิ่งต่างๆด้วยเหตุผลให้ลูกเข้าใจ ว่าสิ่งที่เราจะพาทำดังต่อไปนี้ทำเพื่ออะไร และบอกเขาว่าต่อไปเขาต้องได้ทำเมื่อโตขึ้น นอกจากนั้นคนเป็นพ่อแม่ก็ต้องพาเขาทำด้วย เพื่อให้เขาเกิดการเรียนรู้จากสิ่งที่เราพาทำ และในครั้งต่อไปเขาจะสามารถทำได้ด้วยตนเอง 2.สอนให้เขาวางแผนทำงานบ้านด้วยตนเอง หลังจากที่เราได้พาเขาทำแล้ว ในรอบต่อไปเขาจะสามารถทำได้ด้วยตนเอง สิ่งที่เราพาทำลูกจะสามารถนำไปวางแผนการทำงานบ้านในครั้งต่อไปได้ จะทำให้เขารู้จักจัดการสิ่งต่างๆด้วยตนเองหากเติบโตขึ้นมา รวมไปถึงรู้จักหน้าที่ของตนเองด้ว 3.การเสนอรางวัลให้แก่ลูกเมื่อเขาทำสำเร็จ หลังจากที่ทำงานบ้านเสร็จสิ้นแล้ว การให้รางวัลเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเด็ก พ่อแม่หลายคนควรให้รางวัลแก่ลูกเพื่อเป็นกำลังใจในการทำครั้งต่อไป พร้อมทั้งให้คำชมเชยเขาหลังจากที่ทำเสร็จแล้ว และเขาจะได้สนุกสนานไปกับการทำงานด้วยตนเอง เป็นการกระตุ้นให้เขาอยากที่จะทำเป็นประจำ 4. ให้อิสระในการทำงานแก่เขา หลังจากที่เขาสามารถทำอะไรด้วยตนเองได้แล้ว ไม่ควรที่จะไปตีกรอบให้เขามากจนเกินไป ควรให้อิสระในการทำหน้าที่แก่เขา เขาจะได้เกิดความมั่นใจ ทำอะไรได้ด้วยตนเองโดยที่ไม่มีพ่อแม่คอยบอก  วิธีการสั่งสอนลูกให้เด็กช่วยทำงานบ้านตั้งแต่ยังเล็ก จะเป็นการปลูกฝังนิสัยให้เขาได้เป็นอย่างดี […]

Read More
Uncategorized

หน้าท้องแตกลาย หลังคลอดลูกวิธีดูแลตัวเองป้องกันของหญิงตั้งครรภ์

หญิงตั้งครรภ์ในช่วงระยะแรก ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่เห็นได้ชัดคือ น้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น การขยายใหญ่ของหน้าท้อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เกิดผิวพรรณแตกลาย หรือทำให้เกิดผิวหมองคล้ำ แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพราะวันนี้เราจะพาทุกท่านไปดูวิธีการป้องกัน หน้าท้องแตกลาย ผิวหมองคล้ำ ที่จะเกิดขึ้นกับหญิงตั้งครรภ์ รับรองว่าท่านจะมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก ปราศจากผิวหนังแตกลายอย่างแน่นอน จะมีวิธีการดูแลตนเองที่ถูกต้องสำหรับหญิงตั้งครรภ์อย่างไรบ้างนั้นไปดูกันเลย คุณแม่ตั้งครรภ์ดูแลสุขภาพผิวพรรณตนเองให้ดี ลดปัญหา หน้าท้องแตกลาย ปัญหาที่คุณแม่ตั้งครรภ์พบมากที่สุด ทำให้เกิดความไม่มั่นใจก็คือ ผิวพรรณที่หมองคล้ำ หน้าท้องที่แตกลาย สิ่งเหล่านี้หลังจากคลอดบุตรเสร็จแล้วก็ยังคงจะเป็นปัญหาที่แก้ได้ยาก ในบางรายอาจจะติดตัวไปตลอดชีวิตเลยก็ได้ วันนี้เราจึงจะพาคุณแม่ทุกท่านไปดูวิธีการป้องกันผิวหนังแตกลายที่จะเกิดขึ้นกับท่านในช่วงตั้งครรภ์ จะมีวิธีใดบ้างนั้นไปดูกันเลย มันรับประทานวิตามินที่ได้รับจากธรรมชาติ วิตามินเป็นตัวช่วยที่จะทำให้ผิวของคุณมีความแข็งแรง เป็นตัวกระตุ้นเติมพลังให้กับผิวได้ดี ช่วยให้ผิวเกิดการฟื้นฟู หรือถูกทำร้าย ซึ่งวิตามินที่ท่านจะได้รับจากธรรมชาติจะเป็นอาหารจำพวกผักผลไม้ หากรับประทานสม่ำเสมอ รับรองว่าผิวพรรณของคุณจะกระจ่างใส ผิวหนังไม่แตกลายแต่อย่างใด 2.ใช้สมุนไพรช่วยในการขัดผิวพรรณ หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีเจือปน เพราะหากใช้กับผิวพรรณของคุณอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อเด็กในครรภ์ได้ ดังนั้นหากท่านอยากบำรุงผิวพรรณตนเองด้วยการขัดผิว เราแนะนำให้ใช้สมุนไพรที่จะมาช่วยในการขัดผิว เช่น ขมิ้นชัน มะขามเปียก มะนาว กลุ่มผลไม้เบอรี่ หรืออาจจะเป็นพืชผักที่ช่วยบำรุงผิวพรรณของคุณได้ รับรองว่าหากท่านทำการขัดผิวด้วยวัสดุธรรมชาติปัญหาผิวหนังแตกปลายก็จะไม่เกิดขึ้ 3.หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด หญิงตั้งครรภ์เมื่อไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมี ที่จะช่วยป้องกันแสงแดดแล้ว ไม่ควรที่จะนำผิวหนังของท่านไปเจอแสงแดดแรงๆ เพราะอาจจะทำให้ผิวหนังเกิดถูกทำร้ายจากแสง […]

Read More
ปัญหาและวิธีการแกไข้

รับประทานอาหารยาก สำหรับเด็กน้อยมีวิธีจัดการได้ตามนี้

ปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนพบเจอกันอยู่บ่อยครั้งก็คือ การที่ลูกน้อยของท่าน รับประทานอาหารยาก หรือเบื่ออาหาร ในแต่ละวันจะมีการหลอกล่อเพื่อที่จะให้ลูกรับประทานอาหารให้ได้มากที่สุด แต่วิธีเหล่านี้ก็ไม่สามารถทำได้ทุกครั้ง ซึ่งบางครั้งจะมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เด็กเบื่ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นเมนูที่ซ้ำกันแต่ละมื้อ การรับประทานอย่างอื่นมากจนเกินไป ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านไปดูวิธีการแก้ปัญหาให้ลูกน้อยของคุณกลับมารับประทานอาหารให้มากขึ้น แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก จะมีวิธีการใดบ้างนั้นไปดูกันเลย เทคนิคในการทำให้ลูกน้อยเลิก รับประทานอาหารยาก การรับประทานอาหารเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเด็ก พ่อแม่ควรที่จะกระตุ้นให้เด็กรับประทานอาหารให้มากขึ้น ซึ่งวิธีที่จะทำให้เด็กรับประทานอาหารให้มากขึ้น ไม่เบื่ออาหาร มีวิธีการดังต่อไปนี้ เลือกเมนูอาหารที่มีความแปลกใหม่ น่ารับประทาน การเบื่ออาหารของลูกน้อยของคุณอาจจะเกิดจากเมนูอาหารที่ซ้ำจำเจจนเกินไป ทำให้เด็กเบื่ออาหารได้ ซึ่งการเลือกเมนูให้แปลกใหม่ ทำออกมาให้น่ารับประทาน เป็นสิ่งที่เราจะมาแนะนำท่าน ด้วยการนำเอาเมนูสำหรับเด็กมาทำเป็นรูปการ์ตูนต่างๆให้มีสีสันน่ารับประทาน สิ่งนี้จะช่วยกระตุ้นการอยากอาหารให้แก่ลูกน้อยของคุณได้มากขึ้น 2.หาสิ่งต่างๆที่เด็กให้ความสนใจมาหลอกล่อในการรับประทานอาหาร นอกจากจะมีอาหารที่น่ารับประทานแล้ว การนำสื่อต่างๆมาใช้ในการหลอกล่อเด็กให้รับประทานอาหารเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเล่านิทาน การเปิดการ์ตูนให้เด็กดูซึ่งก็ต้องเป็นการ์ตูนที่มีสาระน่ารู้ การพูดคุยหยอกล้อ  3.การมีรางวัลมาให้เด็กหลังจากรับประทานอาหาร เด็กเล็กๆมักอยากจะได้รางวัลจากผู้ปกครอง หากท่านอยากให้ลูกรับประทานอาหารให้มากขึ้นควรนำสิ่งต่างๆมาเป็นรางวัลให้กับพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นขนม ของเล่น หรือการพาไปในสถานที่ต่างๆที่เขาอยากไป สิ่งเหล่านี้จะช่วยคุณได้เป็นอย่างมาก และนี่จึงเป็นวิธีการที่จะช่วยทำให้ลูกน้อยของคุณไม่เบื่ออาหารอีกต่อไป เป็นวิธีการที่ใครหลายคนนำมาใช้แล้วได้ผล โดยเฉพาะเมนูอาหารที่น่ารับประทาน หากมีเมนูที่แปลกใหม่ มีสีสันที่น่าตื่นตาตื่นใจให้กับเด็กๆ รับรองว่าเขาจะรับประทานอาหารได้มากขึ้นไม่เบื่ออาหารอีกต่อไป 

Read More
คุณแม่มือใหม่

การดูแลสุขภาพของคุณแม่ สำหรับคุณแม่หลังคลอด 6 สัปดาห์ไม่ควรปฏิบัติ

ข้อห้ามและข้อควรระวังของคุณแม่ตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงหลังคลอดบุตรเป็นสิ่งที่หลายคนควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพราะในช่วงนี้ร่างกายจะเกิดการอ่อนแอ ระบบต่างๆทำงานได้ไม่เป็นปกติ คุณแม่หลายคนควรที่จะพึงระวังตนเองให้มาก เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของท่าน วันนี้เราจึงจะพาทุกท่านไปดูข้อควรรู้ การดูแลสุขภาพของคุณแม่ หลังจากคลอดบุตรออกมาแล้ว 6 สัปดาห์ แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก จะเป็นประโยชน์ต่อท่านมากเพียงใดนั้นไปดูกันเลย ข้อห้ามใน การดูแลสุขภาพของคุณแม่ หลังคลอดที่ไม่ควรปฏิบัติ หลังจากออกจากโรงพยาบาล คุณแม่หลังคลอดจะได้รับคำแนะนำต่างๆจากคุณหมอ โดยเฉพาะการดูแลตัวเองหลังคลอดบุตร ซึ่งในช่วงระยะนี้จะเป็นช่วงระยะการฟื้นตัว ที่คุณแม่ต้องดูแลตนเองและลูกน้อยให้ดี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยของทั้งสองท่าน วันนี้เราจึงมีข้อห้ามสำหรับหญิงหลังคลอดมาให้ได้รู้จักและปฏิบัติตาม จะมีข้อห้ามใดบ้างนั้นไปดูกันเลย ห้ามออกกำลังกายหักโหมหรือหนักจนเกินไป หลังคลอดบุตรร่างกายและระบบต่างๆทำงานได้ไม่เหมือนเดิม การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีสำหรับหลายคน แต่สำหรับคุณแม่หลังคลอดแล้วนั้นหากต้องการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ควรที่จะทำได้เพียงแค่เดินไปมาก่อน เพราะในช่วงนี้ไม่แนะนำให้ออกกำลังกายในรูปแบบใดใดทั้งสิ้น 2.หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หลังจากคลอดบุตรแล้วหลายคนจะมีแผลผ่าคลอด และหลายคนถ้าหากคลอดแบบธรรมชาติจะเกิดแผลได้น้อย ในช่วงนี้ร่างกายกำลังจะฟื้นตัว ไม่แนะนำให้ยกของหนัก เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องเกิดการเกร็ง ทำให้แผลเกิดการอักเสบ หรือมดลูกเกิดการหย่อนได้  3.ไม่ควรรับประทานอาหารแสลง อาหารเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องฟื้นฟูร่างกายให้กับมาสมบูรณ์ดังเดิม แต่การรับประทานอาหารนั้นต้องเลือกรับประทานอาหาร ไม่ควรรับประทานอาหารต้องห้ามสำหรับหลังคลอดเพราะอาจจะทำให้แผลไม่แห้ง หรืออาจจะทำให้สุขภาพร่างกายของท่านเกิดอันตรายในรูปแบบอื่นๆได้ 4.ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ ภายใน 6 สัปดาห์นี้ หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ก่อน เพราะในช่วงนี้มดลูกของท่านจะยังไม่เข้าอู่ และแผลผ่าตัดอาจจะยังไม่แห้งดี ซึ่งหากมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้อาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อ เกิดอันตรายต่ออวัยวะภายในได้ สำหรับข้อควรระวังที่เรานำมาให้ท่านได้รู้จักในวันนี้ […]

Read More
เรื่องน่ารู้

วิธีการสังเกต เฝ้าระวังสำหรับลูกน้อย ที่คนเป็นแม่ไม่ควรมองข้าม

การดูแลตนเองหลังคลอดบุตรเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง แต่การดูแลลูกน้อยของท่านก็เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษเหมือนกัน หลายคนมีความเป็นกังวลใจอยู่มากเกี่ยวกับเรื่องต่างๆของลูกน้อย เพราะเด็กจะไม่สามารถบอกอะไรเราได้เมื่อเขาเกิดอาการต่างๆ ดังนั้นคนเป็นแม่อย่างเราควรที่จะรู้จัก วิธีการสังเกต ลูกให้ดี หากมีอาการร้องไห้ไม่หยุดให้หาสาเหตุการเกิดให้เร็วที่สุด แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก วันนี้เราจึงจะพาทุกท่านไปดูข้อควรระวังที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับลูกน้อย จะมีเรื่องใดบ้างนั้นไปดูกันเลย วิธีการสังเกต เฝ้าระวัง ลูกน้อยของคุณให้ปลอดภัยอยู่เสมอ เด็กทารกเมื่อคืนอาการต่างๆที่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว เขาจะส่งสัญญาณเตือนและบอกกับเราด้วยวิธีการร้องไห้ ซึ่งอาการเหล่านี้บ่งบอกว่าลูกของคุณกำลังมีอาการที่ไม่ปกติ ฉะนั้นเราควรที่จะรู้จักสังเกตอาการร้องไห้ไม่หยุดของเขาให้ดี จะมีสาเหตุมาจากอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย อาการสำลักนม การเกิดสำลักนมในเด็กเราจะสามารถมองเห็นได้ โดยจะออกมาทางช่องปาก อาจมีสาเหตุมาจากให้ลูกรับประทานนมมากเกินไป หรือน้ำนมของท่านไหลมากจนเกินไป ในขณะที่ให้นมควรระมัดระวังและสังเกตให้ดีว่าลักษณะการดูดนมของลูกดีหรือไม่ พอเหมาะหรือยัง เพื่อไม่ให้เกิดการสำลักนมเกิดขึ้น 2.ลักษณะของน้ำเข้าหูและจมูก อาการเหล่านี้เป็นการเกิดอุบัติเหตุในขณะที่อาบน้ำ หากเกิดลักษณะนี้ควรจับทารกตะแคงด้านใดด้านหนึ่ง แล้วใช้คัตตอนบัต ซื้อสำลีเช็ดบริเวณที่น้ำเข้า หรือจะใช้ลูกยางแดงดูดน้ำออกก็ได้ 3.เลือดออกในขณะตัดเล็บ อุบัติเหตุที่พบบ่อยครั้งด้วยการตัดเล็บที่ทำให้ดูเนื้อบริเวณนิ้วของเด็ก หากเกิดลักษณะเช่นนี้อาจจะมีสาเหตุมาจากเด็กดิ้น หรือผู้ปกครองมองไม่เห็น ซึ่งวิธีการป้องกันควรที่จะให้ลูกนอนหลับก่อนตัด หรือจะตัดในที่มีแสงสว่างเพื่อให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจน 4.เด็กโดนน้ำร้อนในขณะอาบน้ำ อุบัติเหตุที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยในขณะอาบน้ำ แต่ก็พบได้บ่อย วิธีการแก้ไขก็คือควรที่จะมีการเช็คระดับความอุ่นของน้ำให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะนำเด็กลงไปอาบน้ำ โดยใช้มือของท่านแช่ลงไปในน้ำเพื่อทดสอบว่าน้ำมีระดับความร้อนเท่าใด ข้อควรระวังสำหรับการดูแลลูกน้อยของท่านที่เรานำมาให้รู้จักในวันนี้ เป็นสิ่งที่พบได้เป็นประจํา และเกิดขึ้นได้อยู่บ่อยครั้ง ที่ท่านควรระวังเป็นพิเศษ หากสามารถสังเกตและมีการระมัดระวังเพิ่มมากขึ้นเหตุการณ์ต่างๆก็จะไม่เกิดขึ้น ลูกน้อยของท่านก็จะปลอดภัย 

Read More
ปัญหาและวิธีการแกไข้

ปัญหาสมาธิสั้น ผิดปกติ ที่เกิดขึ้นในลูกน้อยควรเฝ้าระวัง

การใส่ใจดูแลลูกน้อยของท่านเป็นสิ่งที่หลายคนคำนึงถึงอย่างมาก ในบางครั้งการที่ลูกของท่านซน อยู่ไม่นิ่ง วิ่งตลอดทั้งวัน อาจจะไม่ใช่เพียงแค่การที่เด็กดื้อหรือสนนั่นเอง แต่อาจจะส่งผลถึงปัญหาต่างๆที่สะท้อนออกมาของเด็กก็ได้ ซึ่งแน่นอนว่าอาการแบบนี้เป็นอาการของเด็กที่มี ปัญหาสมาธิสั้น ซึ่งเป็นภาวะที่สมองส่วนหน้าทำงานผิดปกติ ทำให้เด็กไม่สามารถควบคุมสมาธิ หรือพฤติกรรมต่างๆของตนเองได้ สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เป็นปัญหาของครอบครัว โรงเรียน และคนรอบข้าง แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก รวมไปถึงตัวของเด็กด้วย ที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนๆ วันนี้เราจึงจะพาพ่อแม่ทุกท่านไปเฝ้าระวังอาการของลูกน้อยที่บ้านท่าน ว่าอาการสมาธิสั้นที่เกิดจากการผิดปกติ มีอาการอะไรบ้าง และมีวิธีการรักษาอย่างไร ไปดูกันเลยดังต่อไปนี้ รู้จักอาการ ปัญหาสมาธิสั้น ในเด็ก ป้องกันได้ทันท่วงที ปัญหาของเด็กมีมากมายหลากหลายปัญหา แต่ที่หลายคนยังแยกไม่ออกหรืออาจจะปล่อยปละละเลยว่าเป็นพฤติกรรมส่วนตัวของเด็กก็คือ ภาวะที่เด็กมีสมาธิสั้น วันนี้เราจึงจะพาทุกท่านไปสังเกตอาการของลูกตนเอง ว่าภาวะของสมาธิสั้นในเด็กมีอาการอย่างไร อยู่ไม่นิ่ง ดื้อซน เคลื่อนไหวหรือวิ่งอยู่ตลอดเวลา  เป็นเด็กที่ไม่สามารถรออะไรได้ ในบางครั้งอาจจะทำอะไรไม่รอบคอบ เป็นเด็กขี้ลืม ทำสิ่งต่างๆหรือทำกิจกรรมอื่นๆได้ไม่นาน เล่นอะไรนานๆไม่ได้  วิธีการรักษาหากลูกของท่านเป็นเด็กสมาธิสั้น หากลูกหลานของท่านเกิดมีอาการต่างๆที่เราได้กล่าวมาข้างต้น ควรที่จะนำพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจให้ละเอียดอีกครั้ง และทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวิธีรักษามีหลายรูปแบบด้วยกันดังต่อไปนี้ แพทย์จะใช้ยาในการควบคุมหรือปรับการทำงานของสมองส่วนหน้า  คนในครอบครัวต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การใช้ชีวิตประจำวันให้เป็นเวลา ให้ความอบอุ่นแก่เด็กกลุ่มนี้ สร้างกฎเกณฑ์ให้เขาได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งอธิบายสิ่งต่างๆด้วยเหตุผลให้เขาได้เข้าใจ ในส่วนของโรงเรียน คุณครูควรมีส่วนร่วมในการปรับพฤติกรรมของเด็กกลุ่มนี้ด้วย ควรที่จะเข้าใจและยอมรับเขาให้มากที่สุด […]

Read More
ปัญหาและวิธีการแกไข้

เตรียมรับมือ เมื่อลูกต้องไปโรงเรียน ในช่วงสถานการณ์ covid-19

หลังจากที่หลายโรงเรียนได้ทำการเปิดเรียนกันเป็นจำนวนมาก แต่สถานการณ์ covid-19 ก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆวัน ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนต่างก็เป็นห่วงความปลอดภัยของลูกเมื่ออยู่ในโรงเรียน ว่าลูกของท่านจะเสี่ยงต่อการนำเชื้อ covid-19 มาหรือไม่ วันนี้เราจึงจะพาทุกท่านไป เตรียมรับมือ การป้องกันดูแลลูกน้อยของท่านเมื่อต้องไปโรงเรียน ในขณะที่สถานการณ์ covid-19  ยังไม่หมดไป แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก จะมีวิธีการเตรียมรับมืออย่างไรบ้างนั้นไปดูกันได้เลย เตรียมรับมือ วิธีการช่วยให้ลูกน้อยห่างไกล covid-19 เมื่อต้องไปโรงเรียน สถานการณ์ covid-19  ในทุกวันนี้ถึงแม้ว่าจะทุเลาลงแล้วแต่ก็ยังมีผู้ติดเชื้ออยู่ทุกๆวัน ทำให้ผู้ปกครองหลายคนเมื่อถึงช่วงเปิดภาคเรียนต้องเป็นห่วงลูกที่ต้องไปโรงเรียน จึงทำให้หลายคนต่างก็มองหาวิธีการป้องกัน วิธีการดูแลลูกของตนเองว่าจะทำอย่างไรจึงจะให้พวกเขาปราศจากเชื้อ covid-19 นั่นเอง วันนี้เราจึงจะพาทุกท่านไปเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อลูกต้องไปโรงเรียนในช่วงสถานการณ์ covid-19  จะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลย พูดอธิบายความเสี่ยงของการเกิดโรค covid-19 ให้กับเขาฟัง การอธิบายถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับตนเองให้กับเขาฟังเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเด็กทุกคน เพราะจะทำให้เขานึกและพึงระวังในการดูแลตนเองให้มากขึ้น เพราะอยู่โรงเรียนเราจะไม่สามารถเข้าไปดูแลลูกของเราได้ ฉะนั้นการบอกให้เขารู้ถึงสิ่งอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองเป็นสิ่งที่ดีที่สุด 2.เตรียมอุปกรณ์ในการป้องกันให้เขาติดตัวไปโรงเรียน อุปกรณ์ในการป้องกันตนเองจากเชื้อ covid-19  ที่ผู้ปกครองต้องเตรียมให้เด็กๆไปนั่นก็คือ เจลแอลกอฮอล์แบบพกพา หน้ากากอนามัยสำหรับเด็ก เป็นต้น สิ่งเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการดูแลตนเองจากเชื้อ covid-19 3.ปลูกฝังจิตสำนึกในการดูแลตนเองให้กับเขาห การปลูกฝังนิสัยรักความสะอาดให้กับเด็กจะทำให้เขาปลอดภัยอย่างที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการบันล้างมือบ่อย การสวมแม่ตลอดเวลา การไม่อยู่ไปในที่คนหมู่มาก การเว้นระยะห่าง […]

Read More
กิจกรรมเด็ก

ให้ลูกมีความมั่นใจ สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ช่วงที่ลูกยังอยู่ในวัยเรียนรู้ทุกอย่างรอบตัวอย่างรวดเร็ว คนเป็นพ่อแม่จะต้องพิถีพิถันในการสั่งสอนอย่างมาก หากอยาก ให้ลูกมีความมั่นใจ ก็ต้องสร้างสถานการณ์ที่สนับสนุนพวกเขา และหลีกเลี่ยงการบั่นทอนจิตใจในทุกกรณี อย่าแค่ว่าสอนวันนี้ให้ผ่านๆ ไป เมื่อเด็กโตขึ้นก็จะคิดได้เอง แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก คำถามคือมีเด็กแบบนั้นหรือไม่ ก็พอมีอยู่บ้างแต่มันน้อยเหลือเกิน สู้เด็กที่มีพ่อแม่เข้าใจและเลี้ยงดูอย่างถูกต้องไม่ได้  อยาก ให้ลูกมีความมั่นใจ อย่าเอาแต่เปรียบเทียบ ธรรมชาติของครอบครัวคนไทยดั้งเดิมมักจะเป็นครอบครัวใหญ่ เราจึงมีพี่น้องและลูกหลานมากมาย ถ้าเป้าหมายคือการสอนให้ลูกมีความมั่นใจ สิ่งที่ต้องระวังเป็นอันดับแรกจึงเป็นการเปรียบเทียบ หลายคนอาจคิดว่าเทียบให้ลูกเห็นชัดไปเลยว่าอะไรที่ดีกว่า แต่เด็กทุกคนไม่ได้มองมุมเดียวกัน เขาจะรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่รักตัวเองเท่าหลานคนอื่น พร้อมกับด้อยค่าตัวเองอยู่ตลอดเวลา และปมในใจแบบนี้แก้ได้ยากมาก อยากให้ลูกมีความมั่นใจจงชื่นชมทักษะของเขา เด็กๆ ทุกคนจะเกิดมาพร้อมทักษะบางอย่าง เราจึงสามารถส่งเสริมให้ลูกมีความมั่นใจด้วยการชื่นชมสิ่งเหล่านี้ได้ เช่น การชื่นชมว่าลูกเขียนด้วยมือซ้ายได้ ซึ่งแตกต่างจากเด็กส่วนใหญ่ ชื่นชมฝีมือการวาดภาพและจินตนาการที่ไม่เหมือนใคร ชื่นชมในความช่างสังเกตกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ตรงนี้ต้องระวังว่าจะชื่นชมเกินจริงหรือชมไปหมดโดยไม่มีสาระเอาไว้ด้วย อยากให้ลูกมีความมั่นใจจงส่งเสริมให้ทำกิจกรรม เด็กที่ได้ฝึกใช้ทักษะทางร่างกายจะมีความมั่นใจมากกว่า ดังนั้นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำได้ ก็คือการทำให้ลูกมีความมั่นใจด้วยกิจกรรมกลางแจ้ง ลองหากีฬาหรืองานอดิเรกที่ทำร่วมกันทั้งครอบครัว แล้วเฝ้าสังเกตด้วยว่าลูกชอบอะไรเป็นพิเศษ อย่าฝืนให้เขาทำสิ่งที่ไม่ชอบหรือทำหนักเกินไป เมื่อพบแล้วว่าอะไรที่ดึงความสนใจของลูกได้ดี ก็ให้สนับสนุนด้านนั้นอย่างเต็มที่

Read More
ปัญหาและวิธีการแกไข้

โรคที่อาจจะเกิดขึ้น กับเด็กที่คนเป็นแม่ควรระวังให้ดี

ปัจจุบันร่างกายของเราตกอยู่บนความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ โดยเฉพาะเด็กเล็กผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำมักจะเกิดโรคได้ง่าย ทำให้พ่อแม่ หรือผู้ปกครองหลายคนต่างก็เป็นกังวลใจกับ โรคที่อาจจะเกิดขึ้น ต่อร่างกายลูกน้อยของท่าน ซึ่งวันนี้เราจะพาพ่อแม่และผู้ปกครองทุกท่านไปดูว่ามีโรคใดบ้างนั้น ที่มักเกิดขึ้นกับลูกน้อยของคุณ เพื่อเป็นแนวทางให้พ่อแม่ได้พึ่งระวังและสังเกตอาการของลูกน้อยให้ดี แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก จะมีโรคอะไรบ้างนั้นไปดูกันได้เลย  โรคที่อาจจะเกิดขึ้น ที่หนูน้อยมักพบเจอ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรเฝ้าระวังอาการให้ดี  ปัจจุบันความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคต่างๆมีเพิ่มมากขึ้น จำเป็นอย่างยิ่งหากท่านมีลูกน้อยท่านต้องคอยสังเกตอาการลูกน้อยของคุณอยู่เสมอ เพราะโรคต่างๆในช่วงแรกๆอาจจะมีความรุนแรงไม่มาก แต่หากนำส่งโรงพยาบาลหรือมีการรักษาที่ไม่ทันท่วงทีอาจจะทำให้เกิดความรุนแรงทวีคูณเพิ่มขึ้น วันนี้เราจึงจะพาทุกท่านไปรู้จักกับโรคและอาการที่มักจะเกิดขึ้นกับลูกน้องของท่านจะมีโรคอะไรบ้างนั้นไปดูกันได้เลย ไข้หวัด ไข้หวัดเป็นโรคยอดฮิตที่หลายคนรู้จัก และมักจะเกิดขึ้นกับลูกน้อยของคุณเป็นประจำ ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ด้วยกันโดยส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจากเชื้อไวรัสที่เข้าสู่ร่างกาย ทำให้มีอาการ ไข้  ตัวร้อน มีน้ำมูก  ไอจาม เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าหากลูกน้อยของท่านมีอาการดังกล่าวควรพาไปพบแพทย์เพื่อเพื่อรีบทำการรักษาให้ทันท่วงที โรคมือเท้าปาก โรคนี้มักจะเกิดขึ้นในเด็ก เป็นการติดเชื้อไวรัส โดยจะมีการติดต่อกันทางการสัมผัสน้ำมูกน้ำลาย สิ่งคัดหลั่งต่างๆของผู้ป่วย การอยู่ร่วมกันใกล้ชิดกัน ใช้สิ่งของร่วมกัน ส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการไข้ เจ็บคอ มีน้ำมูก มีตุ่มขึ้นบริเวณปากลำคอ ขึ้นตามนิ้วมือนิ้วเท้า บางรายมีอาการถ่ายเหลว ซึ่งผู้ปกครองหรือพ่อแม่สามารถสังเกตอาการของลูกน้อยอย่างใกล้ชิดหากมีอาการเช่นนี้  โรคไข้เลือดออก โรคนี้เกิดจากยุงเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสเข้ามาสู่ร่างกาย หาพ่อแม่ท่านใดดูแลลูกโดยไม่กางมุ้งปล่อยให้ยุงกัดอาจจะทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกขึ้นกับลูกของท่านได้ ซึ่งมีอาการไข้สูง ตัวร้อน ง่วงซึม เหนื่อยอ่อนเพลีย […]

Read More
คุณแม่มือใหม่

เทคนิคในการสต็อกนมแม่ ไว้ให้นาน ไม่บูดเน่า ไร้กลิ่นเหม็น

การดูแลลูกน้อยสำหรับคุณแม่หลังคลอดก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการให้ลูกน้อยดื่มนมแม่ จะทำให้เด็กมีภูมิคุ้มกันที่สูง ได้สารอาหารที่ครบ แต่สำหรับคุณแม่ที่ต้องไปทำงานและปล่อยลูกน้อยไว้กับคนที่บ้าน อยากที่จะให้ลูกน้อยดื่มนมแม่ วิธีการสต๊อกนมแม่ไว้ในตู้เย็นให้นานๆ เป็นวิธีที่หลายคนนิยมใช้กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านไปดู เทคนิคในการสต็อกนมแม่ ไว้ให้ได้นาน ไม่บูด ไม่เน่า และปลอดภัยสำหรับลูกน้อยของท่าน แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก จะมีวิธีใดบ้างนั้นไปดูกันเลย เทคนิคในการสต็อกนมแม่ ที่ถูกต้อง และปลอดภัยสำหรับลูกน้อย การให้นมแม่เป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งสำหรับลูกน้อย คุณแม่ส่วนใหญ่ที่ต้องการให้ลูกดื่มนมแม่จนครบ 6 เดือน จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีการปั๊มนมสต๊อกเก็บไว้ในช่องเย็น ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับวิธีจัดการเก็บนมแม่ให้ได้เวลานาน จะมีวิธีใดบ้างนั้นไปดูกันเลย วิธีสต๊อกนมแม่ให้ลูกกินให้หมดภายใน 4 วัน  คุณแม่ส่วนใหญ่จะให้นมกับลูกน้อยวันต่อวัน แต่ในกรณีที่ต้องไปทำงาน หรือมีน้ำนมในปริมาณที่มากจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการสต๊อกนมเก็บไว้ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีการเก็บนมแม่ให้ลูกได้กินให้หมดจำนวน 4 วัน วิธีการนี้สามารถเก็บนมแม่ไว้ในช่องเย็นธรรมดาได้ 4 วัน ซึ่งเป็นวิธีการให้นมแม่ที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยในช่วงเวลานี้  2.วิธีนำนมแม่ออกจากช่องแข็ง มาเก็บไว้ตู้เย็นช่องธรรมดา 12 ชั่วโมง คุณแม่หลายคนนิยมสต๊อกนมแม่ไว้ในช่องแช่แข็ง ก่อนที่จะถึงเวลาให้นมบุตรควรมีการเอานมที่ช่องแช่แข็งมาเก็บไว้ในช่องธรรมดาเป็นเวลา 12 ชั่วโมง เพื่อให้นมละลายตัว สามารถเทใส่ขวดนมดื่มได้ แต่สำหรับคุณแม่ท่านใดไม่ชอบที่จะให้ลูกน้อยดื่มนมเย็น สามารถนำเอานมที่แช่แข็งแล้วมาแช่ในน้ำอุ่นเป็นเวลา 20 นาทีก็ได้ […]

Read More
Back To Top