Tuesday, October 19, 2021
พัฒนาการเด็ก

ความกลัวของลูก ในวัยต่างๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน ควรเรียนรู้ และทำความเข้าใจ

ความกลัวของลูก ในวัยต่างๆ เกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ  เพราะขนาดผู้ใหญ่หลายคนยังกลัวอะไรที่น่าขันหรือไม่น่าจะกลัวได้จริงไหม  ดังนั้นคนเป็นพ่อแม่ต้องรู้ว่าลูกแต่ละวัยกลัวสิ่งใด  จะได้เข้าใจและพร้อมที่จะรับมือกับความกลัวนั้นๆ ทำความรู้จัก และทำความเข้าใจกับ ความกลัวของลูก ในวัยต่างๆ ความกลัวของลูกน้อยวัยทารก     ทำความรู้จักความกลัวของลูก เริ่มกันที่วัยทารกลูกมักกลัวแทบจะทุกสิ่งก็ว่าได้  เพราะทุกสิ่งล้วนแปลกใหม่และอยู่นอกเหนือความเข้าใจของเด็กในวัยนี้  ได้แก่  กลัวคนแปลกหน้า  กลัวเสียงดังอย่างเสียงสุนัขเห่า  ฟ้าผ่า  ดังนั้นต้องอยู่ข้างๆ ลูก  เวลาที่เขากลัวแล้วมีพ่อแม่อยู่ด้วย  เขาจะได้รู้สึกปลอดภัยและไม่ตกใจกลัวเกินไป  ความกลัวของลูกวัย  1  –  3  ปี  เป็นวัยแห่งการเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ  ทำให้เกิดความกลัวของลูกกับบางกิจกรรมที่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตได้  เช่น  กลัวการออกจากบ้าน  นอนในห้องคนเดียว  ว่ายน้ำ  ปั่นจักรยาน  ซึ่งพ่อแม่สามารถป้องกันอาการกลัวเกินเหตุ  ทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยขึ้นได้  ยกตัวอย่างเช่น –  หากลูกปั่นจักรยาน  ควรหาอุปกรณ์เซฟความปลอดภัยให้  บอกเขาว่าสิ่งนี้จะช่วยให้ปั่นจักรยานสนุกขึ้น –  อยู่ใกล้ๆ เมื่อเขาทำกิจกรรม  เมื่อรู้สึกว่าลูกไม่โอเคค่อยช่วยเหลือ  ไม่ต้องประคองลูกตลอดเวลาก็ได้… –  สอนให้ลูกเรียนรู้ว่ายิ่งใช้เวลากับสิ่งที่กลัวมากเท่าไร  สิ่งนั้นก็จะน่ากลัวน้อยลงจนกลายเป็นสิ่งที่ไม่น่ากลัวในที่สุด ความกลัวของลูกวัย  3  –  5  ปี  […]

Read More
กิจกรรมเด็ก เรื่องน่ารู้

ของเล่นฝึกพัฒนาการ และทักษะในด้านต่างๆ ของลูกน้อยวัยอนุบาล

 นอกเหนือจากการดูแลที่ดีของพ่อแม่แล้ว  ลูกน้อยจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดดหากได้เล่นของเล่นที่ช่วยฝึกพัฒนาการและทักษะต่างๆ  ด้วย ของเล่นฝึกพัฒนาการ ได้อีกด้วยมาดูกันว่ามีของเล่นอะไรน่าสนใจบ้าง ของเล่นฝึกพัฒนาการ แต่ละอย่าง  มีดีแตกต่างกันออกไป ของเล่นฝึกพัฒนาการกล้ามเนื้อโดยรวม พัฒนากล้ามเนื้อโดยรวมเพื่อสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงแก่ร่างกาย ได้แก่  เชือกโหน  ชิงช้า  ไม้ลื่น  ไม้กระดก  ราวโหน  อุโมงค์  บ่อบอล  บ่อทราย  ซึ่งลูกควรอยู่ในความดูแลของพ่อแม่หรือผู้ใหญ่เพื่อความปลอดภัย ของเล่นฝึกพัฒนาการกล้ามเนื้อมือ เป็นการฝึกกล้ามเนื้อมือมัดเล็ก  มัดใหญ่  และข้อมือ  ที่มีความสำคัญในการหยิบจับสิ่งต่างๆ รวมถึงการเขียนหนังสือด้วย ได้แก่  ของเล่นที่ฝึกการเคลื่อนไหวของมือในลักษณะต่างๆ ตี  (กลอง)  บีบ  (ลูกบอลยาง) วาง  (ตัวต่อบล็อกไม้  ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่  ซึ่งลูกจะได้ต่อบล็อกไม้ตามจินตนาการอย่างสนุกสนาน) ร้อย  (ร้อยลูกปัด  ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างนิ้วมือ  เป็นการร้อยลูกปัดรูใหญ่หลากสีลงในเชือก) เสียบ  (บล็อกไม้เสียบเสา  ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก  มีหลายเสา  ซึ่งเสาที่ว่านี้จะมีเดือยเล็กๆ ยื่นออกมาในลักษณะต่างกัน  หากลูกหาบล็อกไม้ที่ถูกต้องใส่ลงบนเสาได้  บล็อกไม้ก็จะเลื่อนลงไป) โยน  (ลูกบอล  ลูกโป่ง  ถือเป็นของเล่นฝึกพัฒนาการแบบบ้านๆ) หมุน,  หยอด  (บล็อกไม้รูปทรงต่างๆ  ให้ลูกได้หมุนจนเจอตำแหน่งที่ถูกต้องแล้วหยอดบล็อกไม้ลงไปในรูที่มีรูปร่างเหมือนกัน) เลื่อน  (ขดลวดเสริมพัฒนาการ  ที่ให้ลูกได้เลื่อนลูกปัดจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งตามแนวของขดลวดที่โค้งไปโค้งมา) เขย่า  (ลูกแซ็ก) ยืด  […]

Read More
พัฒนาการเด็ก เรื่องน่ารู้

เช็คพัฒนาการลูกน้อย ว่าเขามีความพร้อม ในด้านต่างๆ แค่ไหน

ขอนำเสนอรายละเอียดการ เช็คพัฒนาการลูกน้อย วัยประมาณ  2 – 3  ขวบ  ว่าเขามีความพร้อมในด้านต่างๆ ขนาดไหน  เพื่อที่คุณพ่อคุณแม่จะได้วางใจในระดับหนึ่งได้ว่า  เขาพร้อมที่จะฝึกฝนการดูแลตัวเองที่เหมาะสมไปตามลำดับอายุ  ในการเข้าสังคมเล็กๆ ระดับโรงเรียนอนุบาล  ซึ่งเป็นพื้นฐานสู่การเข้าสังคมที่ใหญ่ขึ้นเมื่อเติบโตต่อไป…                เช็คพัฒนาการลูกน้อย ในแต่ละด้าน เช็คพัฒนาการลูกน้อยทางด้านร่างกาย เช็คพัฒนาการลูกน้อยพัฒนาการทางด้านร่างกาย  คือ  ความเปลี่ยนแปลงหรือเติบโตของร่างกายลูก  ที่ทำให้สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น  ซับซ้อนขึ้น  และคล่องแคล่วขึ้น  ให้คุณพ่อคุณแม่เช็กในรายละเอียดเหล่านี้  ได้แก่ ลูกได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนตามเกณฑ์อายุหรือไม่? ลูกมีส่วนสูงและน้ำหนักที่เหมาะสม  ไม่มากหรือน้อยเกินไปหรือไม่?  ดังนี้  –  เด็กผู้ชายวัย  2 ขวบ  ควรมีส่วนสูงประมาณ  82.5 – 91.5  เซนติเมตร  และมีน้ำหนักประมาณ  10.5 – 14.4  กิโลกรัม  –  เด็กผู้หญิงวัย  2 ขวบ  ควรมีส่วนสูงประมาณ  80.8 – 89.9  เซนติเมตร  และมีน้ำหนักประมาณ  […]

Read More
พัฒนาการเด็ก เรื่องน่ารู้

พัฒนาการทางสังคมของเด็ก วัย 3-5 ปี มาเช็คกันว่า แบบไหน ปกติหรือผิดปกติ

เพราะลูกวัยอนุบาลอายุประมาณ  3 – 5 ปีเป็นเด็กที่เริ่มจะรู้ความแล้วและเข้าสู่สังคมน้อยๆ ในระดับโรงเรียน  หากพ่อแม่สงสัยว่าลูกของเรามี พัฒนาการทางสังคมของเด็ก ที่ผิดปกติหรือไม่ก็ต้องรีบเช็คแต่เนิ่นๆ ค่ะ พัฒนาการทางสังคมของเด็ก ที่เหมาะสมของลูกน้อยวัยนี้ เด็กปกติในวัยนี้จะมีพฤติกรรมและความสามารถเหล่านี้  ได้แก่ ให้ความร่วมมือในกิจกรรมต่างๆ ของที่บ้านและโรงเรียนได้ดีพอสมควร สามารถแยกแยะโลกสมมติและโลกความจริงได้พอสมควร  เนื่องจากเด็กวัยนี้จินตนาการล้นเหลือและชอบเลียนแบบสิ่งที่พบเห็น ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ของที่บ้านและโรงเรียนได้ตามสมควร สามารถแสดงความต้องการของตนเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ  ไม่เคอะเขินหรืออึดอัด มีความรักอิสระ  ไม่ชอบการบีบบังคับ พัฒนาการทางสังคมของเด็กที่เหมาะสมของลูกวัยนี้ที่เด่นชัด  คือ  มักชอบสันทนาการต่างๆ  เช่น  การเล่นเกม  การแสดง  การเต้น  การร้องรำทำเพลง รู้จักเรื่องราวและความแตกต่างของเพศหญิงและเพศชายได้ในระดับหนึ่ง มีความอยากได้อยากมีของใช้หรือของเล่นให้เหมือนกับเพื่อนๆ     ชอบทำตามหรือเลียนแบบในสิ่งที่เพื่อนๆ ทำ รู้จักแบ่งปันและเอาอกเอาใจเพื่อนฝูง รู้จักที่จะรอคอยได้ในระดับหนึ่ง         สามารถเดินทางไปบ้านเพื่อนหรือคนรู้จักที่อยู่ใกล้ๆ ได้ด้วยตนเอง เช็คพัฒนาการทางสังคมของเด็กที่ผิดปกติซึ่งพ่อแม่อย่าชะล่าใจ หากเช็คพัฒนาการทางสังคมของเด็ก แล้วพบความผิดปกติหลายข้อ  ควรรีบพาลูกไปปรึกษากุมารแพทย์ค่ะ  ไม่สามารถดูแลตนเองในกิจกรรมประจำวันทั่วไปได้  เช่น  อาบน้ำ  แปรงฟัน  ล้างมือ  ใส่เสื้อผ้า   ใส่รองเท้า  จัดการตัวเองหลังเข้าห้องน้ำ  กินอาหาร  ต้องให้พ่อแม่หรือครูเป็นธุระให้  […]

Read More
กิจกรรมเด็ก คุณแม่มือใหม่ พัฒนาการเด็ก สุขภาพ เรื่องน่ารู้

ของเล่นเด็ก เรื่องเล่นๆ ที่บอกเลยว่าไม่เล่น สำหรับลูกน้อย

เด็กโดยเฉพาะเด็กเล็กๆ ระดับอนุบาลประมาณ  3 – 5  ปีย่อมคู่กับของเล่นเป็นธรรมดา  แต่ใช่ว่าคนเป็นพ่อแม่จะนำของเล่นอะไรก็ได้ยัดใส่มือลูกให้เล่นๆ ไป  หรือแม้แต่ประสงค์ให้ลูกสงบลงสักห้านาทีสิบนาทีก็ยังดี…  เพราะ ของเล่นเด็ก มีประโยชน์มหาศาลกว่าที่คิดหากเลือกสักนิดให้เหมาะสมกับลูกน้อยค่ะ  ของเล่นเด็ก มีดีมากกว่า ความสนุก –  ฝึกพัฒนาการทางด้านร่างกายให้ดีขึ้น  ได้แก่  สายตา  กล้ามเนื้อ  การทรงตัว –  ฝึกพัฒนาการทางสมองและสติปัญญา  ได้แก่  การคิด  การตัดสินใจ  การวางแผน  การคิดสร้างสรรค์  –  ฝึกพัฒนาการทางด้านจิตใจให้ลูก  ได้แก่  ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น –  ฝึกพัฒนาการทางด้านสังคม  ได้แก่  การมีมนุษยสัมพันธ์  การเข้าสังคม  การรอคิว  เมื่อลูกเล่นของเล่นกับผู้อื่น –  ของเล่นเด็กของลูกน้อยบางชนิดสามารถส่งเสริมการเรียนรู้ในเรื่องของสีสัน  รูปทรง  ภาษา  ตัวเลข  –  ผ่อนคลายความเครียด  วิตกกังวล –  ส่งเสริมให้ลูกอารมณ์ดี  ร่าเริงแจ่มใส –  การเล่นของเล่นเด็กเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ –  ช่วยพ่อแม่เลี้ยงลูกในเวลาที่เขาต้องอยู่เหงาๆ […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ พัฒนาการเด็ก สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรคเด็ก

ภาวะเด็กโตเร็วกว่าปกติ ที่ควรรู้ เพื่อป้องกันความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้นกับเด็ก

               ในปัจจุบันพบ ภาวะเด็กโตเร็วกว่าปกติ ทั้งในเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการสำรวจมักพบภาวะนี้ในเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย เกิดจาก 3 สาเหตุ คือ สาเหตุแรกด้านพันธุกรรม พ่อแม่อาจเคยมีภาวะนี้มาก่อน สาเหตุที่สอง ด้านอาหาร โภชนาการ และสาเหตุที่สาม ด้านการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและจิตใจของเด็ก ที่มาจากสภาพแวดล้อมในครอบครัวและสภาพแวดล้อมในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำความรู้จัก และรับมือ ภาวะเด็กโตเร็วกว่าปกติ                ภาวะเด็กโตเร็วกว่าปกติ ในเด็กผู้หญิงพบว่าสมองไปกระตุ้นรังไข่ให้สร้างฮอร์โมนเพศเอสโตรเจน ส่วนในเด็กผู้ชายสมองไปกระตุ้นอัณฑะให้สร้างฮอร์โมนเพศเทสโทสเตอโรนด้วยเช่นกัน ฮอร์โมนเหล่านี้จะส่งผลต่อร่างกายของเด็กทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและจิตใจ ยกตัวอย่างเช่น ด้านจิตใจ เด็กผู้หญิงอาจจะเกิดความเครียด ความกลัว ความวิตกกังวลในการปรับตัวเข้ากับกลุ่มเพื่อน อาจโดนเพื่อนล้อเลียนเรื่องรูปร่าง ส่วนเด็กผู้ชายจะมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์                ลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายของเด็กที่พบภาวะเด็กโตเร็วกว่าปกติที่มีความเหมือนกัน คือ เด็กปกติจะมีส่วนสูงตามเกณฑ์มาตรฐาน แต่ถ้าเด็กที่อยู่ในภาวะนี้ทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายนี้จะมีส่วนสูงมากกว่าเด็กปกติ เบื้องต้นพ่อแม่สามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายของเด็กได้ โดยในเด็กผู้หญิงจะมีเต้านมขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเด็กปกติ ส่วนเด็กผู้ชายจะมีส่วนสูงที่เพิ่มขึ้นเร็วกกว่าเด็กปกติ                วิธีการรักษาเด็กที่อยู่ในภาวะเด็กโตเร็วกว่าปกตินั้น ก่อนรักษาแพทย์จะทำการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเด็กจากพ่อแม่ สภาพแวดล้อมจากการเลี้ยงดู อาหาร โภชนาการ เพื่อทำการประเมินการรักษา โดยแพทย์อาจจะเลือกวิธีรักษาภาวะเด็กโตเร็วกว่าปกติโดยการเอ็กซเรย์มือเพื่อประเมินอายุกระดูกของเด็ก ค่าที่ได้นั้นจะบอกได้ว่าอายุกระดูกของเด็กมากกว่าอายุจริงหรือไม่ และอีกหนึ่งวิธี คือ การตรวจเลือดเพื่อวัดระดับค่าฮอร์โมนเพศ ถ้าเด็กมีค่าที่เพิ่มสูงขึ้น อาจจะต้องใช้ยาในการรักษาเพื่อปรับลดฮอร์โมนเพศให้อยู่ในระดับปกติ สามารถติดตามบทความ แม่และเด็ก การเลี้ยงลูก พัฒนาการเด็ก โรคเด็ก เรื่องน่ารู้ […]

Read More
กิจกรรมเด็ก คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ พัฒนาการเด็ก เรื่องน่ารู้

5 วิธีพัฒนาสมองลูก แบบง่ายๆ เพื่อให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีสมวัย

ในบางครอบครัวที่มีลูกชอบเล่นคนเดียว ทำอะไรคนเดียว อาจจะมีความกังวลว่าลูกจะมีพัฒนาการทางสมองช้าหรือไม่ หรือสามารถจะเข้าสังคมได้หรือไม่ จะเป็นปัญหาไปถึงตอนลูกโตหรือเปล่า ต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่มีความกังวล แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะจากการวิจัยพบว่าเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 8-14 เดือน จะมีพฤติกรรมที่ชอบเล่นคนเดียว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นแล้วเรามาดู วิธีพัฒนาสมองลูก ง่ายๆกัน แนะนำ วิธีพัฒนาสมองลูก แบบง่ายๆ 1.การปล่อยให้ลูกได้เล่นของเล่นเสริมพัฒนาการได้อย่างอิสระและสบายใจ วิธีพัฒนาสมองลูก แบบง่ายๆ ที่ไม่ได้แปลว่าคุณพ่อคุณแม่จะปล่อยให้ลูกเล่นไปเลยคนเดียวโดยไม่ได้สนใจ คุณพ่อคุณแม่ควรจะนั่งดูอยู่ห่างๆก่อน จนสบายใจแล้วว่าลูกสามารถเล่นได้อย่างสบายใจจึงค่อยๆถอยออก 2. ให้ลูกได้เล่นของเล่นเสริมพัฒนาการที่หลากหลาย และลูกได้สามารถสร้างจินตนาการในการเล่นของเล่นได้อย่างไม่รู้จบ 3. ในบางครั้งการเลือกของเล่นให้ลูก ก็อาจจะเกิดความสับสน อยากให้ลูกมีของเล่นหลายๆอย่าง แต่จริงๆแล้ว ในลำดับแรกควรจะมีเพียงแค่ชิ้นเดียวจะดีกว่า เพื่อทีลูกจะได้มีสมาธิกับของเล่นชนิดนั้นๆ ได้ฝึกและเสริมพัฒนาการไปกับชิ้นนั้นนั่นเอง 4. อย่าลืมนะคะว่า เมื่อเริ่มปล่อยให้ลูกได้เล่นของเล่นเสริมพัฒนาการคนเดียวแล้ว สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องทำ คือการดูอยู่ห่างๆ และปล่อยให้ลูกได้รู้จักกับการแก้ปัญหาเอง หากคุณพ่อคุณแม่เข้าไปช่วยหรือกำกับ ในครั้งต่อๆไป ลูกอาจจะเรียกร้องขอความช่วยเหลือทุกครั้งไป ดังนั้นควรจะดูอยู่ห่างๆ เงียบๆ 5. เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งแล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถจะเริ่มฝึกให้ลูกได้มีเพื่อนเล่น และเริ่มพูดคุยสื่อสารกันตามประสา ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็จะเริ่มสบายใจได้แล้วว่าลูกสามารถจะเข้าสังคมได้ปกติ ดังนั้น วิธีพัฒนาสมองลูก ในข้อนี้ก็ควรจะมีการนัดรวมตัวกับเพื่อนบ้าน หรือญาติๆ […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ พัฒนาการเด็ก สุขภาพ เรื่องน่ารู้

5 เทคนิคพาลูกนอนเร็วขึ้น เพื่อผลดีต่อลูกน้อย และคุณพ่อคุณแม่

เมื่อลูกนอนหลับยาก ไม่ยอมนอน นอกจากจะเกิดผลเสียต่อพัฒนาการของลูกแล้วยังจะมีผลกระทบต่อคนรอบข้างอีกด้วย เช่น คุณพ่อคุณแม่ที่จะต้องไปทำงานแต่เช้าอาจจะนอนพักผ่อนไม่เพียงมีผลกับงาน เกิดความเครียดตามมาอีกด้วย มาดู เทคนิคพาลูกนอนเร็วขึ้น กันดีกว่าค่ะ แนะนำ เทคนิคพาลูกนอนเร็วขึ้น การสร้างบรรยากาศให้น่านอน โดยการกำหนดเวลานอนในแต่ละวัน และสร้างบรรยากาศต่างๆรอบตัว ปิดทีวี ปิดเสียงต่างๆ หรี่แสงไฟให้สลัวๆ มีการเล่านิทานก่อนนอน ร้องเพลงกล่อมก็จะช่วยได้ ซึ่งจะต้องทำให้เป็นเวลาเดิมทุกๆวัน แล้วลูกจะเกิดความเคยชิน การตั้งเวลาในการนอนอย่างเหมาะสม เทคนิคพาลูกนอนเร็วขึ้น เพื่อที่จะให้ลูกมีเวลานอนที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต ซึ่งในแต่ละวันเด็กจะมีความต้องการต่อร่างกายที่แตกต่างกันไป การตั้งเวลานอน และปลุกให้ตื่นในเวลาเดิมจะช่วยให้ลูกเกิดความเคยชิน และจะทำอยู่เป็นประจำ นอกจากจะได้พักผ่อนอย่างพอแล้ว ยังฝึกความมีระเบียบวินัยให้กับลูกได้อีกด้วย การสร้างกิจวัตรประจำวันก่อนนอน เพื่อให้ลูกได้นอนหลับสบาย อย่างเช่น การร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ออกกำลังกายเบาๆ ต่อจ๊กซอว์ก่อนนอน อาบน้ำอุ่นๆ เหล่านี้ก้จะเป็นเหมือนสัญญาณเตือนว่าใกล้ถึงเวลาเข้านอนแล้วนะ หากได้ทำเป็นประจำทุกวัน ก็จะดีต่อพัมนาการของร่างกายลูกได้อีกด้วย การสร้างความอบอุ่น การแสดงออกถึงการปกป้องลูกจากความกลัว เช่นการนอนกอดลูก การให้ความปลอดภัย นอกจากลูกจะรู้สึกถึงความอบอุ่นจากคุณพ่อคุณแม่แล้ว ยังได้นอนหลับอย่างสบาย และยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านอารมณ์ ไม่ให้เป็นเด็กก้าวร้าว ได้อีกด้วย การที่คุณพ่อคุณแม่ไม่พาลูกนอนดึก ในแต่ละวันซึ่งอาจจะมืดช้า มืดเร็ว หรือวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ช่วงปิดเทอม […]

Read More
กิจกรรมเด็ก คุณแม่มือใหม่ พัฒนาการเด็ก เรื่องน่ารู้

เคล็ดลับ พัฒนาการภาษาของลูก วัย 6-9 เดือน สำหรับคุณแม่มือใหม่

เมื่อลูกเติบโตมากขึ้นจากช่วงวัยทารก เด็กจะสามารถเข้าใจภาษาพูดของพ่อแม่มากขึ้นและเริ่มมีการโต้ตอบกับสิ่งต่างๆรอบตัว ดังนั้นในช่วงอายุหกถึงเก้าเดือนจึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมากเช่นกันที่คุณแม่จะช่วยเสริมสร้าง พัฒนาการภาษาของลูก เพื่อให้ลูกน้อยได้เรียนรู้การสื่อสารและโต้ตอบกับโลกรอบตัว แนะนำเคล็ดลับพัฒนาการภาษาของลูกวัย 6-9 เดือน ซึ่งเคล็ดลับในการกระตุ้นพัฒนาการของลูกในเรื่องของการสื่อสาร สามารถทำได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ ใส่ใจกับเสียงร้องดังๆของลูก เด็กวัยนี้ยังไม่สามารถพูดออกมาได้ว่าพวกเขาต้องการอะไร ดังนั้นจึงใช้วิธีร้องไห้หรือทำเสียงดังเพื่อที่จะให้คุณแม่ได้รู้ ดังนั้นคุณแม่จึงควรให้ความใส่ใจและสังเกตว่าเมื่อไหร่ที่ลูกทำเสียงดังนั้นเขาต้องการอะไร หากตอบสนองอย่างถูกต้องก็จะเป็นการเสริมสร้าง พัฒนาการภาษาของลูก ให้รู้จักการสื่อสารเพื่อให้ได้สิ่งที่พวกเขาต้องการอย่างถูกต้อง โบกมือสวัสดีและบ๊ายบาย โดยทั่วไปแล้วการทักทายเช่นนี้จะใช้เพียงวันละอย่างน้อยหนึ่งครั้ง แต่ถ้าคุณแม่อยากฝึกทักษะในการสื่อสารกับลูก ให้ทำสถานการณ์จำลองนี้ได้ตลอดทั้งวัน ในช่วงแรกลูกอาจจะมีการโต้ตอบที่ไม่สัมพันธ์กันนักแต่เมื่อทำบ่อยๆ เด็กๆจะทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ พูดกับลูกให้มากขึ้นและปล่อยให้ลูกได้พูดด้วยภาษาของเขาเอง เป็นวิธีการกระตุ้น   พัฒนาการภาษาของลูกที่ดีมากวิธีหนึ่งด้วยการแสดงตัวอย่างให้ดู โดยคุณแม่อาจจะพูดคุยกับลูกในช่วงเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือทำกิจวัตรประจำวัน และเมื่อลูกเริ่มพูดด้วยภาษาของตนเองก็ให้การสนับสนุนด้วยการพูดโต้ตอบและปล่อยให้พูดโดยอิสระ ไม่ดุหรือห้าม ชวนลูกร้องเพลงพร้อมทั้งทำท่าประกอบหรือใช้หุ่นมือช่วย เพื่อกระตุ้นความสนใจและทำให้ลูกมีความอยากพูดอยากสื่อสารมากขึ้น ซึ่งการร้องเพลงเป็นการกระตุ้น พัฒนาการภาษาของลูก ที่ดีเพราะมีคำและภาษาที่ใช้ซ้ำๆที่ทำให้ลูกสามารถจดจำและเรียนรู้ได้รวดเร็วขึ้น การเสริมสร้าง  พัฒนาการภาษาของลูก อย่างถูกวิธี ตั้งแต่วัยเด็ก จะทำให้ลูกมีทักษะในการสื่อสารและโต้ตอบกับทุกสิ่งรอบตัวได้เป็นอย่างดี ติดตามบทความ แม่และเด็ก พัฒนาการเด็ก โรคเด็ก การเลี้ยงลูก ได้ที่นี้ แนะนำการส่งเสริม พัฒนาการเด็กวัย 7-9 เดือน ให้เติบโตสมวัย มีอะไรบ้าง ที่มาของภาพ : freepik.com

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ พัฒนาการเด็ก สุขภาพ เรื่องน่ารู้

ทำยังไงดี ? ลูกเดินช้า กว่าเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน เรื่องกังวลของพ่อแม่หลายๆบ้าน

        พ่อแม่ทุกคนย่อมจะมีความตื่นเต้นที่ค่อยๆเห็นพัฒนาการของลูก จากที่นอนแบเบาะแล้วค่อยๆขยับตัวพลิกคว่ำ เรื่อยไปจนกระทั่งสามารถยืนและเดินได้ แต่ก็มีอยู่หลายคนเช่นกันที่ ลูกเดินช้า กว่าเด็กคนอื่นๆในวัยเดียวกัน ซึ่งหากพ่อแม่กำลังกังวลว่าลูกมีพัฒนาการเด็กที่ช้ากว่าปกติ หรือไม่ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจ เรื่องการยืนและเดินของเด็กๆกันก่อน ลูกเดินช้าทำอย่างไรดี                เด็กๆจะเริ่มเดินได้เมื่อร่างกายเริ่มมีพัฒนาการของกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมากเพียงพอ ซึ่งพัฒนาการเด็กโดยทั่วไปจะเริ่มยืนได้เมื่อมีอายุ 9 ถึง 15เดือน จากนั้นเมื่ออายุ 14 ถึง 15เดือน ก็จะเริ่มเดินได้เอง ซึ่งการที่เด็กจะเดินได้นั้นต้องมีพัฒนาการในด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และมีทักษะการทรงตัวที่ดีมาก่อน พ่อแม่หลายคนสังเกตว่าลูกเริ่มตั้งไข่และพอจะเริ่มยืนเองได้บ้างแล้ว แต่ยังไม่เริ่มเดินเสียทีจนเกิดความกังวลว่า ลูกเดินช้า กว่าเด็กคนอื่นๆจนเกิดความเครียดและกังวล แต่สำหรับเด็กแล้วพวกเขาจะเริ่มเดินได้หลังจากที่เริ่มยืนได้เอง ในเวลาหลังจากนั้นสองถึงสามเดือน    ดังนั้นหากลูกเริ่มยืนได้เองก็เริ่มเป็นสัญญาณอันดี ว่าเขาจะสามารถเดินได้ในเวลาไม่ช้า ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เกินอายุ 14 หรือ 15 เดือน แต่หากเด็กมีปัญหาในเรื่องของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ อาจจะเดินไม่ได้ในระยะเวลาที่มากกว่านี้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกไปปรึกษาแพทย์ เพื่อหาความผิดปกติเสียตั้งแต่เนิ่นๆ การกระตุ้นให้ลูกยืนและเดินได้ตามช่วงวัยที่เหมาะสมนั้น อาจเป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องคอยดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด มากกว่าการเร่งหรือกดดันให้ลูกพยายามเดินได้เร็วๆ เพราะการที่ ลูกเดินช้า กว่าเด็กวัยเดียวกันอาจจะมาจากกล้ามเนื้อที่ยังพัฒนาไม่มากพอ                ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เมื่อลูกพยายามยืนและหัดเดิน โดยเตรียมพื้นที่ให้มีความปลอดภัย จัดหาเบาะวางนุ่มๆเอาไว้เพื่อรองรับแรงกระแทก เผื่อลูกล้ม และจัดพื้นที่ให้โล่ง […]

Read More
Back To Top