Tuesday, November 30, 2021
คุณแม่มือใหม่ เรื่องน่ารู้

เปิดเพลงให้ลูกในครรภ์ฟัง เมื่อไหร่? จึงจะดีต่อพัฒนาการ ของลูกน้อย

ดนตรีและเสียงเพลงเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับมาโดยตลอดว่ามีส่วนช่วยในเรื่องของการคลายความเครียด ทั้งยังช่วยปรับอารมณ์ให้มีความสมดุล และยังช่วยสร้างสมาธิให้กับผู้ฟังอีกด้วย ทั้งนี้แล้วเด็กที่อยู่ในท้องละจะสามารถรับรู้ถึงเสียงเพลงและมีประโยชน์ต่อการเติบโตของเด็กในครรภ์มากน้อยแค่ไหนบ้าง? เปิดเพลงให้ลูกในครรภ์ฟัง เมื่อไหร่? จึงจะดีต่อพัฒนาการ ของลูกน้อย เปิดเพลงให้ลูกในครรภ์ฟัง ตอนไหนดี? เปิดเพลงให้ลูกในครรภ์ฟัง เมื่อไหร่? จึงจะดีต่อพัฒนาการ ของลูกน้อย เด็กในครรภ์จะเริ่มพัฒนาประสาทสัมผัสการฟังประมาณเดือนที่ห้าของการตั้งครรภ์เวลานี้เป็นเวลาที่แม่สามารถสื่อสารกับเด็กที่อยู่ในท้องได้แล้วแม่เด็กอาจจะไม่เข้าใจทั้งหมดแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาความสามารถในการฟังพร้อม ๆ กับความสามารถในการรับรู้ของเด็กที่อยู่ในครรภ์อีกด้วย แม่และเด็ก แล้วเพลงใดบ้างที่เด็กในครรภ์สามารถฟังได้ ทั้งนี้ในการที่คุณแม่ต้องการเปิดเพลงให้ลูกในครรภ์ฟังเพลงที่เปิดให้เด็กฟังควรเป็นเพลงที่สบาย ๆ ฟังแล้วผ่อนคลาย ไม่ควรเปิดเพลงเสียงดังมากจนเกินไป หากอยากให้เด็กได้ยินอาจตั้งเครื่องเสียงต่าง ๆ ให้ห่างจากเด็กประมาณหนึ่งฟุต หรือจะใช้เฮดโฟนแนบกับท้องก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้เด็กที่อยู่ในครรภ์ช่วงนี้มักจะตื่นตัวกันช่วงเย็น ๆ ดังนั้นเวลาที่เด็กจะฟังเพลงแล้วรู้เรื่องหรือพร้อมที่จะรับฟังมากที่สุดจึงเป็นช่วงเย็น ๆ นั่นเอง ทว่าเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกันคุณแม่อาจจะเปิดเพลงให้เด็กฟังในเวลาอื่นก็ได้ไม่ได้มีปัญหาอะไร คุณแม่อาจจะให้เด็กฟังเพลงประมาณ 10-15 นาทีต่อเนื่องกันในหนึ่งครั้งหรือต่อวันเพื่อให้เด็กได้ลองฟังเพลงหรือได้ยินเสียงสักช่วงเวลาหนึ่งจะเป็นผลดีต่อเด็กที่อยู่ในครรภ์ทั้งในเรื่องของการฝึกประสาทสัมผัสไปจนถึงเรื่องของดารรับรู้นั่นเอง เปิดเพลงให้ลูกในครรภ์ฟัง เมื่อไหร่? จึงจะดีต่อพัฒนาการ ของลูกน้อย เพลงที่เปิดให้ลูกฟังนั้นจะเป็นเพลงอะไรก็ได้ เป็นเพลงที่ตัวคุณแม่ชอบหรือจะเป็นเพลงช้า ๆ หรือจะเปิดเสียงดนตรีให้ลูกฟังก็ได้เช่นกัน ไม่ควรเปิดเพลงที่ดังมากจนเกินไปเพราะมีโอกาสทำให้เด็กเครียดได้นั่นเอง ขอดีของการฟังเพลงนั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเด็กเท่านั้นแต่ตัวของแม่เองก็จะได้รับการผ่อนคลายจากการฟังเพลงด้วยเช่นครรภ์ เพราะขณะที่คุณแม่ตั้งครรภ์ฮอร์โมนในร่างกายจะได้รับการเปลี่ยนแปลงทำให้อารมณ์แปรปรวนอย่างมาก บางคนเป็นซึมเศร้า บางคนน้อยใจ ซึ่งอาการเหล่านี้ก็สามารถบรรเทาลงได้จากการฟังเพลงสบาย ๆ เพื่อผ่อนคลายนั่นเอง ได้รับเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับเรื่องราวของแม่และเด็กกันไปแล้ว และในตอนนี้หากใครต้องการสร้างรายได้ออนไลน์ คลิกที่นี่!!! […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้

ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปี ส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? อย่างไร? ที่นี่มีคำตอบ

เป็นเรื่องที่สาว ๆ หลายคนเป็นกังวลกันว่าหากตัวเองมีลูกตอนที่อายุมากแล้วหมายถึงตอนอายุ 30 ปีขึ้นไปลูกในท้องจะแข็งแรงหรือไม่ จะมีความผิดปกติอะไร หรือการมีลูกจะยากขึ้นจริงหรือ? ทั้งนี้เราจะมาตอบคำถามเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องนี้กัน ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปี ส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? ไขข้อข้องใจ ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปี ส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์จริงหรือ ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปีส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? ร่างกายของเราคนเรามีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาเช่นเดียวกับอวัยวะต่าง ๆ และฮอร์โมนในร่างกายที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไป ความสมบูรณ์ในร่างกายของเราก็จะลดลงไปตามกาลเวลาอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติอย่างมาก ทว่าในปัจจุบันนั้นเรามีวิธีในการดูแลตัวเองที่มากขึ้น มีการรับประทานอาหารที่ดีต่อร่างกาย รู้จักการผ่อนความความเครียดจากการทำงานหนัก ออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งกิจวัตรเหล่านี้จะช่วยให้ร่างกายของเราแก่ช้าลงไปนั่นเอง นั่นหมายความว่าการตั้งครรภ์ของคุณแม่ปัจจุบันสามารถทำได้ถึงอายุ 35 – 40 ปีในหมู่คนที่มีร่างกายแข็งแรง ทว่าก็ยังคงเป็นเรื่องกังวลเกี่ยวกับความแข็งแรงของไข่และมดลูกของสาว ๆ ในวัยนี้ ดร.จีน ทเวนจ์ นักจิตวิทยาได้ออกมาบอกว่าเธอเองก็เป็นหนึ่งในคนที่มีความกังวลเกี่ยวกับการมีลูกช้าของตัวเอง ทว่าหลังจากที่ศึกษามายังไม่มีผลวิจัยที่บอกว่าผู้หญิงที่อายุมากกว่าสามสิบจะไม่สามารถมีลูกได้หรือลูกที่คลอดออกมาจะไม่แข็งแรง แม้จะมีข่าวเกี่ยวกับผู้ที่มีลูกในวัยที่มากแล้วจะเสี่ยงในเรื่องของการเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ต้องผ่าคลอดเพราะแรงเบ่งมีไม่พอ รกเกาะต่ำ เด็กมีความเป็นไปได้ว่าจะมีความบกพร่องต่าง ๆ เช่น พิการ เป็นดาวน์ซินโดรม ก็ตามที ท้องตอนอายุมากกว่า 30 ปีส่งผลต่อลูกน้อยจริงหรือ? […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ พัฒนาการเด็ก เรื่องน่ารู้

พัฒนาการสมองของทารกในครรภ์ ศึกษาไว้ จะได้เข้าใจ เจ้าตัวน้อย

คุณพ่อ คุณแม่ หลายๆ ท่าน เชื่อไหมว่าความจริงแล้ว สมองของเด็กพัฒนาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ คือเมื่อเด็กถือกำเนิด เกิดมาในท้องแม่ สมองของพวกเขาก็จะเริ่มพัฒนาแล้ว แต่ช่วงนี้สมองเด็กจะทำงานเพียงเพื่อการดำรงชีวิตเท่านั้น ยังไม่ได้ใช้คิดอะไร จนเมื่อเข้าสู่ขวบแรกสมองเด็กจึงเริ่มพัฒนามากขึ้น ดังนั้นการดูแล พัฒนาการสมองของทารกในครรภ์ เขาให้ดีระหว่างที่ตั้งครรภ์ จึงเป็นการดูแลทั้งสุขภาพและสติปัญญาที่กำลังพัฒนาของเขาไปด้วย เรียนรู้ พัฒนาการสมองของทารกในครรภ์ ในแต่ละช่วงเวลา พัฒนาการสมองของทารกในครรภ์เดือนที่ 1-2ในช่วงนี้ถือว่าสำคัญมาก ๆ เพราะวัยนี้เราจะเริ่มมีการเพิ่มจำนวนเซลล์สมองมากขึ้น จนเมื่อมีการพัฒนาหลอดประสาทครบ 21 วันแล้ว หลอดประสาทในส่วนหน้าสุด ก็จะกลายเป็นสมอง จากนั้นจึงค่อย ๆ แยกไปเป็นสมองส่วนต่าง ๆ ทั้งสมองส่วนหน้า  สมองส่วนกลาง และสมองส่วนปลาย   พัฒนาการสมองของทารกในครรภ์เดือนที่ 2-3 เซลล์สมองของเด็กวัยนี้จะเพิ่มมากขึ้น และเด็กน้อยในครรภ์คุณแม่ก็พอจะรับรสน้ำคร่ำได้ คือเขาพอจะรู้สึกได้ถึง 4 รสชาติ คือ เปรี้ยว ขม เค็ม และหวาน พัฒนาการสมองของทารกในครรภ์เดือนที่ 3-4 สมองของเด็กวัยนี้จะมีการเติบโต โดยมีการสร้างไขมันขึ้นมาล้อมรอบ และเด็กจะมีการตอบสนองต่อเสียงต่าง ๆ ได้ […]

Read More
คุณแม่มือใหม่ พัฒนาการเด็ก สุขภาพ เรื่องน่ารู้

เสริมพัฒนาการลูกตั้งแต่ในครรภ์ ด้านประสาทสัมผัส เพื่อการตื่นตัวตั้งแต่อยู่ในท้อง

คุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหลายรู้หรือไม่ว่าลูกในท้องของคุณสามารถมีพัฒนาการทางด้านประสาทสัมผัสจากการช่วยเหลือจากตัวคุณแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์เลยทีเดียว ทั้งนี้เราได้นำข้อมูลดี ๆ เพื่อให้คุณแม่สามารถ เสริมพัฒนาการลูกตั้งแต่ในครรภ์ ด้านประสาทสัมผัส เพื่อการตื่นตัวตั้งแต่อยู่ในท้อง แนะนำการเสริมพัฒนาการลูกตั้งแต่ในครรภ์ 1. เสียง – เสริมพัฒนาการลูกตั้งแต่ในครรภ์ ด้านประสาทสัมผัส เพื่อการตื่นตัวตั้งแต่อยู่ในท้อง ทางด้านการฟัง เมื่อคุณแม่มีอายุครรภ์ได้ 16 สัปดาห์ลูกสามารถได้ยินเสียงของคุณแม่และสิ่งรอบตัวได้แล้ว ดังนั้นคุณแม่สามารถพูดคุยกับลูก และฝึกให้ลูกฟังเพลงเพื่อให้ลูกอารมณ์ดีและถือเป็นการเรียนรู้เรื่องประสาททางด้านการฟังของลูกน้อยที่ดีอีกทางเลยล่ะ   2. การมองเห็น – เสริมพัฒนาการลูกตั้งแต่ในครรภ์ ด้านประสาทสัมผัส เพื่อการตื่นตัวตั้งแต่อยู่ในท้อง ทางด้านการมองเห็น หลายคนอาจจะคิดว่าเด็กอยู่ในท้องจะสามารถมองเห็นสิ่งรอบตัวได้อย่างไร ทว่าผนังในท้องไม่ได้หนาขนาดที่เด็กจะมองออกมาไม่ได้ ดังนั้นเมื่อเด็กในครรภ์มีอายุ 16 สัปดาห์จะเริ่มไวต่อแสงต่าง ๆ มากขึ้น ช่วงนี้คุณแม่สามารถออกไปเดินเล่นท่ามกลางแสงแดดเพื่อให้ลูกน้อยได้สัมผัสกับแสงแดดตั้งแต่ในครรภ์เลย 3. สัมผัส – เสริมพัฒนาการลูกตั้งแต่ในครรภ์ ด้านประสาทสัมผัส เพื่อการตื่นตัวตั้งแต่อยู่ในท้อง เด็กในครรภ์สามารถรับรู้ถึงการสัมผัสต่าง ๆ ตั้งแต่ 19 สัปดาห์ ทว่ายังไม่มีผลการวิจัยว่าการสัมผัสท้องจะสามารถพัฒนาประสาทการสัมผัสของเด็กในครรภ์ได้ ทารกจะพัฒนาด้านการสัมผัสได้ดีที่สุดหลังจากคลอดจากการถูกอุ้มถูกสัมผัสตัวนั่นเอง อย่างไรก็ตามการสัมผัสท้องและพูดคุยกับเด็กระหว่างที่อยู่ในท้องก็เป็นการเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแม่ลูกได้เป็นอย่างดี คุณแม่ควรทำอย่างสม่ำเสมอจะมีผลดีต่อเราและลูกน้อย 4. กลิ่น – เสริมพัฒนาการลูกตั้งแต่ในครรภ์ […]

Read More
สุขภาพ เรื่องน่ารู้

3 ประโยชน์จากการพา คนท้องเที่ยวทะเล บอกเลยว่าดีต่อคุณแม่และลูกน้อยแน่นอน

            ว่าด้วยเรื่องของคุณแม่มือใหม่ ที่กำลังตั้งครรภ์บอกเลยว่าด้วยเรื่องของลักษณะการดูแลตัวเองหรือความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของอารมณ์ คุณพ่ออาจจะต้องพาคุณแม่ออกไปข้างนอกพบปะกับธรรมชาติ เพื่อผ่อนคลาย หรือไปเปิดหูเปิดตาบ้าง วันนี้แอดจึงอยากที่จะมาแนะนำ 3 ประโยชน์จากาการพา คนท้องเที่ยวทะเล บอกเลยว่าดีต่อ คุณแม่และลูกน้อยแน่นอน ประโยชน์จากการพาคนท้องเที่ยวทะเล ประโยชน์จากาการพา คนท้องเที่ยวทะเล บอกเลยว่าดีต่อ คุณแม่และลูกน้อยแน่นอน ข้อแรกที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ ช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลาย เป็นการลดความเสี่ยงที่คุณแม่จะเกิดความเครียดได้ ด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ของทะเล ทั้งเสียงคลื่น แสงแดดที่เราเลือกเวลาไปในช่วงแดดอ่อน ๆ หาดทราย บรรยากาศดี ๆ พร้อมกับอากาศที่บริสุทธิ์ บอกเลยว่าส่งผลที่ดีทั้งแม่และเด็กแน่นอน ประโยชน์จากาการพา คนท้องเที่ยวทะเล บอกเลยว่าดีต่อ คุณแม่และลูกน้อยแน่นอน ข้อที่สองที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ การที่ได้นั่งรับลมรับแดดทะเล คุณแม่จะได้วิตามินดี บอกเลยว่าดีมาก ๆ ต่อสุขภาพ ลดอาการกระดูกพรุนและโรคกระดูกอ่อนได้ แถมแสงแดดยังช่วยในเรื่องของการสร้าง สารเซโรโทนิน ซึ่งสามารถช่วยให้นอนหลับง่าย สบายมาก เรื่องของการพักผ่อนก็เป็นเรื่องของที่สำคัญ ดีต่อแม่และเด็กแน่นอน ประโยชน์จากาการพา คนท้องเที่ยวทะเล บอกเลยว่าดีต่อ คุณแม่และลูกน้อยแน่นอน ข้อที่สามที่แอดอยากจะมาแนะนำ […]

Read More
Back To Top