Monday, July 04, 2022
เรื่องน่ารู้ โรค โรคเด็ก

แม่ๆควรสังเกตอาการของลูกว่าเป็น โรค ไข้เลือดออก ได้อย่างไร

โรค ไข้เลือดออก นับว่าเป็นโรคที่รุนแรงกับทุกเพศทุกวัยอีกทั้งยังมีแนวโน้มในการติดต่อได้ง่ายโดยมียุงลายเป็นพาหะ ซึ่งทั้งงนี้ถ้าหากเป็นที่ตัวพ่อหรือแม่เองก็อาจจะทำให้สังเกตอาการได้อย่างง่ายๆเพราะว่าท่านมีประสบการณ์ในการใช้ชีวิตมาแล้วแต่ถ้าเป็นในตัวลูกๆของท่านซึ่งลูกของท่านก็ไม่มีประสบการณ์ในการเป็นโรคไข้เลือดออกและไม่รู้รายละเอียดของโรคไข้เลือดออกดังนั้นพ่อแม่ก็ควรจะรู้ว่าอาการของ โรค ไข้เลือดออก เป็นอย่างไรบ้างเพื่อจะได้นำตัวลูกๆเข้าส่งรักษาให้ทันเวลาก่อนจะเป็นอันตรายจนอาจจะแก้ไขไม่ทัน แม้ว่าไข้จะลดลงตัวไม่ร้อนแล้วแต่ก็ยังมีอาการข้างเคียงอื่นๆอยู่เช่นยังมีอาการเบื่ออาหาร ซึมกว่าปกติ อ่อนเพลีย และไม่เล่น ไม่สนุกเหมือนก่อนเป็นไข้ ควรสังเกตุว่ามีอาการปวดท้องตลอดเวลาอีกทั้งในบางรายยัง มีอาการคลื่นไส้และอาเจียนตลอดทั้งวัน มีเลือดออกตามที่ต่างๆเป็นประจำเช่นมีเลือดกำเดาหรือถ่ายเป็นสีดำการถ่ายเป็นสีดำนั่นก็คืออาจจะมีเลือดปนออกมากับอุจจาระ อาการของลูกจะมีการกระหายน้ำตลอดเวลาและดื่มน้ำบ่อยในปริมาณที่มากกว่าปกติ ถ้าเกิดไข้เลือดออก ในทารกหรือเด็กเล็กๆ ก็มักจะมีอาการร้องงอแงตลอดทั้งวันเพราะว่า ไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวนั้นเองเพราะในเด็กทารกยังไม่สามารถสื่อสารอะไรได้จึงได้แต่ร้องเพื่อเป็นการสื่อสารทางเดียวของเด็กทารก มีผิวที่ลายคล้ายเป็นผื่นสีแดงอยู่ใต้ผิวหนังเพราะว่ามีการเลือดออกที่ใต้ผิวหนังกันเอง ปัสสาวะบ่อยแม้ว่าจะกระหายน้ำและกินน้ำเป็นจำนวนมากแต่ก็จะออกมา ครั้งละน้อยผิดปกติ ถ้าพบว่าลูกๆเป็นอาการดังกล่าวเหล่านี้ภายใน 2-3 วันก็ควรพาลูกๆไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรักษา โรค ไข้เลือดออก ได้อย่างทันท่วงทีเพราะ โรค ไข้เลือดออก ขณะนี้สามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้และในปัจจุบันนี้ได้มีการคิดค้นวัคซีนเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกมาแล้วก็ควรไม่ลืมที่จะฉีดวัคซีนป้องกันให้กับลูกๆ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ลูกๆนับว่าเป็นการป้องกันที่ดีอย่างหนึ่งอีกครั้งควรจะไม่เข้าไปในแหล่งยุงชุมเช่นอยู่ในแหล่งที่มีต้นไม้เยอะๆก็อาจจะทำให้โดนยุงลายกัดได้อีกทั้งบ้านมีน้ำขังก็ควรจะทำลายแหล่งน้ำขังให้หมดเพราะจะทำไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและทำให้เป็นพาหะในการระบาดของเชื้อโรคไข้เลือดออกไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้ใหญ่หรือลูกซึ่งควรจะดูแลลูกๆที่ยังเป็นเด็กเพราะว่าลูกๆไม่สามารถป้องกันตัวเองจากพวกยุงลายทั้งหลายได้นั่นเอง ดังนั้นไม่ว่าจะพ่อหรือแม่ก็ควรจะสังเกตอาการเมื่อลูกเป็นไข้ว่าเป็นไข้ประเภทใดเป็นไข้หวัดธรรมดาหรือไข้เลือดออกเพราะว่าถ้าเป็นไข้เลือดออกก็ควรจะส่งพบแพทย์ให้ทันท่วงทีและไม่ควรปล่อยให้มีอาการหนักก่อนจะส่งมือถือมือแพทย์เพราะอาจจะทำให้แก้ไขอะไรไม่ทัน แม่และเด็กการเลี้ยงลูกพัฒนาการเด็กการดูแลบุตรเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเด็ก

Read More
คุณแม่มือใหม่ ปัญหาและวิธีการแกไข้ สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรค โรคเด็ก

การป้องกันและเฝ้าระวัง เพื่อลดความเสี่ยงการเกิด โรคไข้เลือดออกในเด็ก

เข้าสู่ฤดูฝนทีไรก็จะมีโรคระบาดที่มากับ ฤดูฝน หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด โรคมือเท้าปาก และโรคไข้เลือดออก ที่ต้องเฝ้าระวังในกลุ่มเด็กเล็ก โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออกที่ค่อนข้างอันตราย และกว่าโรคจะแสดงอาการส่วนใหญ่ เข้าสู่ช่วงที่ เป็นระยะที่ 2 หรือ 3 ของโรคไข้เลือดออกแล้ว ดังนั้นควรจะป้องกัน การตั้งแต่เนิ่นๆไม่ใช่แค่ช่วงฤดูฝนเท่านั้นเพราะ ยุงลาย ที่เป็นพาหะนำโรคนี้มีตลอดทั้งปี เพียงแต่ในช่วงหน้าฝนจะค่อนข้างระบาดเยอะ สิ่งที่ควรทำเพื่อป้องกัน ไม่ให้เด็กมีความเสี่ยงในการเป็น โรคไข้เลือดออกในเด็ก เรามีวิธีง่ายๆมาแนะนำ  การป้องกันและเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกในเด็ก ใช้โลชั่นทากันยุงสำหรับเด็ก เป็นวิธีป้องกัน โรคไข้เลือดออกในเด็ก ที่ง่ายที่สุด และสะดวกที่สุด ซึ่งในปัจจุบันมี โลชั่นทากันยุงสำหรับเด็กหลายยี่ห้อ ทั้งผลิตในประเทศ และนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งสามารถใช้ในเด็กเล็ก อายุขั้นต่ำ 1 ขวดขึ้นไปได้ และโดยเฉพาะกับเด็กวัยอนุบาล ที่ต้องไปโรงเรียน การทาโลชั่นทากันยุง ไปในทุกวันนั้นจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดไข้เลือดออกได้ เพราะแม้ว่าโรงเรียนแต่ละแห่งจะมีการป้องกัน ด้วยการจัดสถานที่ให้โล่งไม่มีแอ่งน้ำขังที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย แต่ก็ไม่สามารถวางใจได้ 100%  ดังนั้นการเลือกวิธีป้องกัน นี้จะเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก  สำหรับบ้านเรือนก็ควรจะไม่ให้มีแหล่งน้ำขังในบริเวณต่างๆของบ้าน เพื่อที่จะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและควรฉีดยากันยุงทุกวัน เพื่อให้บ้านปลอดภัยจากยุงลาย  และหากมีบุคคลมีบ้านป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก ควรรีบแจ้งสาธารณสุข ให้มาพ่นหมอกควันไล่ยุงลายและแจ้งให้ชุมชนได้ทราบเพราะโรคไข้เลือดออก ถือเป็นโรคระบาดร้ายแรง ดังนั้นการแจ้งข่าวกับชุมชนหรือแจ้งกับทางโรงเรียน […]

Read More
สุขภาพ เรื่องน่ารู้ โรคเด็ก

โรคไข้เลือดออก เด็กเล็กเสี่ยงเป็นมากที่สุด ในหน้าฝน

            เมื่อเข้าหน้าฝนสิ่งที่มาพร้อมกับความเย็นชุ่มฉ่ำนั่นก็คือ โรคไข้เลือดออก เพราะเป็นช่วงที่มีแหล่งน้ำขังเป็นจำนวนมากสามารถทำให้ยุงลายซึ่งเป็นพาหะของ โรคไข้เลือดออก แพร่พันธุ์ได้เป็นอย่างได้ ซึ่งกลุ่มที่เสี่ยงเป็นโรคไข้เลือดออกมากที่สุดก็คือ เด็กเล็ก เพราะเด็กเล็กไม่สามารถที่จะระมัดระวังตนจากการถูกยุงกัดได้ คุณแม่จึงควรที่จะมีการป้องกัน และดูแลลูกในช่วงนี้เป็นพิเศษ เพราะเด็กเล็กเสี่ยงเป็นไข้เลือดออกได้มากกว่าผู้ใหญ่ถึง 60% เลยทีเดียว เด็กเล็กเสี่ยงเป็นโรคไข้เลือดออกมากกว่าผู้ใหญ่             เด็กเล็กที่มีอายุตั้งแต่ 0-9 ปี สามารถที่จะถูกยุงกัดได้อย่างงายดาย ด้วยความไม่ระมัดระวัง และการเล่นเพลินจนไม่รู้สึกในขณะที่ยุงกัด ด้วยสาเหตุนี้จึงทำให้เด็กเล็กเสี่ยงเป็น โรคไข้เลือดออก ได้มากกว่าผู้ใหญ่ นอกจากนี้หากเด็กเล็กเป็นโรคไข้เลือดออกแล้วทำการรักษาได้ไม่ทันท่วงทีอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ โดยผู้ที่เป็นโรคไข้เลือดออกจะมีไข้สูงติดต่อกัน 2-3 วัน ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลียมากกว่าปกติ มีผื่นสีแดงขึ้นตามใบหน้า และลำตัวอย่างเห็นได้ชัด อาเจียน และอาจถ่ายเป็นสีดำ ซึ่งหากเกิดขึ้นในเด็กเล็กแล้วนั้นสามารถทำให้เกิดอาการช็อก และเสียชีวิตได้ในทันที วีธีป้องกันโรคไข้เลือดออกช่วงหน้าฝน คุณแม่จึงควรที่จะดูแลลูกเป็นพิเศษในช่วงหน้าฝนที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออก เพื่อลดความเสี่ยงของลูกที่จะเป็น โรคไข้เลือดออก โดยการกำจัดแหล่งน้ำขังบริเวณรอบบ้านให้หมด เพื่อไม่ให้ยุงลายสามารถที่จะแพร่พันธุ์ในบริเวณบ้านได้ ทายากันยุงให้กับเด็กเล็ก และอาจมีการใช้เครื่องไล่ยุงไฟฟ้าปล่อยกลิ่นที่ยุงไม่ชอบ หรือมีคลื่นบางชนิดที่สามารถไล่ยุงได้ เพื่อลดต้นตอของการเกิดโรคไข้เลือดออก การดูแลเด็กเล็กในช่วงนี้จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก             และถึงแม้ว่าลูกของคุณอาจจะเคยเป็นโรคไข้เลือดออก และมีภูมิคุ้มกันมาแล้วก็ตาม ก็ยังสามารถที่จะเป็นได้อีกหากโรคไข้เลือดออกนั้นเป็นสายพันธุ์ใหม่ อย่างไรก็ตามเด็กเล็กก็ยังเสี่ยงเป็นโรคไข้เลือดออกได้มากกว่าผู้ใหญ่ และมีความอันตรายมากกว่าอย่างเท่าตัวเลยทีเดียว และหากเป็นโรคไข้เลือดออกอีกครั้งหนึ่งจะทำให้อาการที่เกิดขึ้นนั้นทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นอย่างมาก ทำให้มีโอกาสเสียชีวิตได้ง่ายกว่าในการเป็นครั้งแรก […]

Read More
Back To Top